RIDDARA  เริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า100% ให้ลูกค้าคนไทยพร้อมจัดทำข้อเสนอสุดพิเศษเมื่อจอง RIDDARA RD6 ทุกรุ่น ในงาน Motor Expo 2024



28 พฤศจิกายน 2567, กรุงเทพฯ – RIDDARA (ริดดารา) แบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY AUTO GROUP ประกาศเริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 อย่างเป็นทางการให้ลูกค้าคนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่ให้ความสะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแบบกระบะ : Drive like an SUV, Function like Pickup    พร้อมเชิญทุกท่านมาสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของ RIDDARA  ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือ “Motor Expo 2024” พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 5,000 บาท* และข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อจอง RIDDARA RD6  ทุกรุ่นในงาน หรือที่ผู้จำหน่าย RIDDARA ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 นี้
ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน ประธานกรรมการบริหาร GEELY AUTO RIDDARA เปิดเผยว่า  RIDDARA ประเทศไทย ได้เริ่มส่งมอบกระบะไฟฟ้า 100% สู่คนไทยพร้อมกับประกาศก่อตั้งกลุ่ม RIDDARA Owners Club อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างเจ้าของ RIDDARA ที่จะนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการจากแบรนด์ RIDDARA ในอนาคต 
“RIDDARA ต้องขอขอบคุณลูกค้าคนไทย หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ RIDDARA ในประเทศไทยเป็นอย่างดีและทำให้การเปิดตัว RIDDARA  RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเป็นทางการสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและได้รับความสนใจรวมทั้งการชื่นชอบอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคชาวไทย  โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราพยายามอย่างเต็มที่ในการเร่งการผลิตและส่งมอบรถ รวมไปถึงการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าของเราสามารถสัมผัสประสิทธิภาพและการบริการอันยอดเยี่ยมของ RIDDARA RD6 ได้โดยเร็วที่สุด 

“ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้เราได้เริ่มส่งมอบ RIDDARA RD6 อย่างเป็นทางการให้กับลูกค้าทั่วประเทศแล้ว เราพร้อมส่งมอบรถกระบะพลังงานไฟฟ้าออกสู่ผู้บริโภคเพื่อส่งต่อประสบการณ์ยานยนต์พลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ และลุยไปกับทุกกิจกรรมของครอบครัว ” ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าวปิดท้าย  
RIDDARA RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% จาก RIDDARA ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41
“Drive like an SUV, Function like Pickup สะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบกระบะ” 
RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% ที่พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ในการใช้งาน “Drive like an SUV, Function like Pickup สะดวกสบายระดับ SUV ตอบโจทย์ทุกการใข้งานแบบกระบะ”  ด้วยนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์มรถยนต์ที่พัฒนาขึ้นด้วยการเอาจุดเด่นของรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาผสมผสานกัน ทำให้ RIDDARA RD6 โดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะ ประสบการณ์ในการขับขี่ และความอัจฉริยะในแบบฉบับของ SUV ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครัน พร้อมความสามารถในการขับขี่บนสภาพถนนที่แตกต่างกันได้อย่างยอดเยี่ยม รวมไปถึงความสามารถในการลากจูงและการบรรทุกอันทรงพลังตามแบบฉบับของรถกระบะได้อย่างแท้จริง จึงรองรับทั้งการเดินทาง และการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป
• EASY DRIVE TO WORK เปลี่ยนนิยามของกระบะให้เป็นได้มากกว่า
RIDDARA RD6 มีตัวถังที่รับน้ำหนักได้ดี ประกอบกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีระบบกันสะเทือนอิสระ และช่วงล่าง multi-link ให้สมรรถนะที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที แรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร กำลังสูงสุด 315 kW และความเร็วสูงสุดที่ 190 กม./ชม.  มาพร้อมช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW ที่กระบะท้ายพร้อมระบบป้องกันการจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ทั้งในขณะจอดรถ ล็อกรถ ชาร์จไฟ หรือแม้กระทั่งขณะขับรถ นอกจากนี้ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน
• LUXURIOUS COMFORT & INTELLIGENT COCKPIT FOR FAMILY มอบความสะดวกสบายและห้องโดยสารที่มาพร้อมนวัตกรรมทันสมัย
RIDDARA RD6 มอบความความสะดวกสบายระดับ SUV ด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาสำหรับทุกคนในครอบครัว ให้ห้องโดยสารที่เงียบสงบด้วยเทคโนโลยี Pure Electric NVH Silent  พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Carbit link พร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายขนาด 50W มีระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศ CN95 filter PM 2.5 เบาะหนังคุณภาพสูง ดีไซน์เอกลักษณ์ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะโดยสาร เบาะหน้าเอนได้แบบ 180 องศา ปรับแต่งเพิ่มพื้นที่การใช้งานที่หลากหลายเพื่อทุกคนในครอบครัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกครบครันพร้อมมอบความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง
• ENJOY OUTDOOOR LIFESTYLE พร้อมตอบทุกโจทย์กิจกรรมของครอบครัว
RIDDARA RD6 ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 แบบอัตโนมัติ โดยมีโหมดการขับขี่ 7 โหมด สำหรับสภาพถนนที่แตกต่างกัน (Sand / Mud / Off-road / Wading / Economy / Comfort / Sport) อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตร และความสามารถในการไต่ทางชันสูงสุด 95% มีพื้นที่บรรทุกกระบะท้ายขนาด 1,200 ลิตร ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 70 ลิตร และพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังอีก 48 ลิตร มีความสามารถในการบรรทุก 1,030 กิโกรัม อีกทั้งยังมีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 3,000 กิโลกรัม พร้อมบันไดท้ายซ่อนภายในประตูท้ายกระบะ ให้การขึ้นลงท้ายกระบะเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย
• SAFETY IS THE FOUNDATION OF EVERY ADVENTURE มั่นใจในทุกเส้นทาง ปกป้องทุกคนในครอบครัว
RIDDARA RD6 มาพร้อมระบบความปลอดภัยรอบคัน ในแง่ของแบตเตอรี มีระบบป้องกันน้ำมาตรฐาน IP68 พร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยหลัก 6 ระบบ 5 ฟังก์ชั่น และระบบมอนิเตอร์ 24 ชั่วโมง ซึ่งรวมถึงระบบช่วยในการขับขี่ ADAS (Advanced Driving Assistance Systems) สูงสุด 14 ระบบ และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมไปถึงถุงลมนิรภัย 6 จุดช่วยปกป้องทั่วทั้งห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูง โครงรถทั้งคันมีความแข็งแรงที่ 30,300 N·m/deg ซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของโครงสร้างรถ
RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมี 4 รุ่นย่อย ด้วยราคาจำหน่ายดังนี้
o RIDDARA RD6 2WD 63kWh ราคา 899,000 บาท
o RIDDARA RD6 2WD 73.9 kWh ราคา 999,000 บาท
o RIDDARA RD6 4WD 73.9 kWh ราคา 1,149,000 บาท
o RIDDARA RD6 4WD 86kWh ราคา 1,299,000 บาท
จอง RIDDARA RD6 วันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ
RIDDARA ได้จัดทำข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง RIDDARA RD6 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ถึง วันที่ 10 ธันวาคม 2567 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือที่ผู้จำหน่าย RIDDARA อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
o อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด)
o บัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 5,000 บาท*
o รับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี
o ฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี
o การรับประกันคุณภาพรถใหม่ครอบคลุมระยะเวลา 6 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร 
o การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ขับเคลื่อน เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
o ฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษาตามระยะทางสูงสุด 6 ครั้ง ภายใน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
o ฟรี แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถขนาด 2GB ระยะเวลา 1 ปี
o บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 6 ปี
o ฟรี ค่าจดทะเบียน 
o ฟรี สายชาร์จเคลื่อนที่

*เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ
สัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ของ RIDDARA RD6 ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือ “Thailand International Motor Expo 2024” ที่ บูธ A13 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00 – 22.00 น. หรือที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า RIDDARA Call Center  ที่หมายเลข 02-039-5777
ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
• Website : http://th.riddara.com/
• Facebook : Riddara Thailand

ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เดินหน้าเต็มสูบส่งท้ายปี เปิดตัว ALL NEW SPEED TWIN 1200 RS และ NEW SPEED TWIN 900 พร้อมคอลเลคชันพิเศษ ICON EDITIONS ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024



กรุงเทพฯ 28 พฤศจิกายน 2567 – ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ จัดทัพใหญ่รถจักรยานยนต์ตระกูลโมเดิร์น คลาสสิก บุกงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024 พบไฮไลท์การเปิดตัวครั้งแรกในไทยของ All-New Speed Twin 1200 RS ที่มาพร้อมการขับขี่ที่ไดนามิกยิ่งขึ้น และ New Speed Twin 900 ยกระดับงานดีไซน์และเทคโนโลยีใหม่ พร้อมสร้างปรากฏการณ์ตื่นตาตื่นใจด้วย Bonneville Icon Editions 6 รุ่นพิเศษ โดดเด่นด้วยธีมสีและโลโก้ Triumph สไตล์ย้อนยุคปี 1907 ยิ่งไปกว่านั้นพบกับ Triumph Performance Lubricants ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและดูแลรักษารถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ของคุณ รวมถึงยลโฉม Daytona 660 Racing Custom คันเดียวในไทย หรือจะเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้งเสื้อผ้าและอุปกรณ์สวมใส่ลดราคาสูงสุด 50% ตลอดจนโปรโมชันจัดเต็มที่ให้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์หลากหลายรุ่นที่ชื่นชอบได้ง่ายขึ้น กับข้อเสนอสุดพิเศษ 3-Year Worry Free พร้อมข้อเสนอทางการเงิน มูลค่ารวมสูงสุดถึง 250,000 บาท ทั้งหมดนี้พบกันได้ที่ บูธไทรอัมพ์ G03 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – วันที่ 10 ธันวาคม 2567
นายชินศักดิ์ กิตติอมรกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์
(ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับปี 2024 นับเป็นปีที่ไทรอัมพ์ได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเพื่อตอบแทนความไว้วางใจนี้ เราจึงเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดมามอบให้กับผู้ที่รักในแบรนด์ตามสโลแกน
“For The Ride” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2024 เวทีสำคัญส่งท้ายปีที่ได้รวบรวมความพิเศษมากมาย
มาให้แฟน ๆ ได้สัมผัส โดยไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัว All-New Speed Twin 1200 RS รถจักรยานยนต์โมเดิร์น คลาสสิกคันแรกจากไทรอัมพ์ที่ติดตั้ง Triumph Shift Assist  มาพร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สองสูบที่ส่งมอบพละกำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 112 นิวตันเมตร ที่ 4,250 รอบต่อนาที ในขณะด้านออกแบบได้รับการปรับปรุงใหม่ ทั้งถังน้ำมันเชื้อเพลิง แผงด้านข้าง ไฟหน้า เบาะนั่ง และล้อ พร้อมการปรับตำแหน่งแฮนด์บาร์และพักเท้าเพื่อมอบท่าทางการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติและสปอร์ตมากขึ้น ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี มาพร้อมระบบกันสะเทือนระดับพรีเมียม ทั้งโช้คหน้าหัวกลับจาก Marzocchi และโช้คหลังคู่จาก Öhlins พร้อมซับแทงค์ ซึ่งทั้งคู่สามารถปรับตั้งค่าได้แบบ Fully-Adjustable อีกทั้งยังได้รับการอัปเกรด Optimised Cornering ABS และ Traction Control เป็นมาตรฐาน
มาพร้อมเรือนไมล์ที่รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมมากมาย พร้อมช่องเสียบ USB-C ตลอดจนอุปกรณ์เสริมแท้ให้เลือกกว่า 50 รายการ อาทิ แฮนด์จับแบบคลิปออน และเบาะนั่งทรง Cafe Racer เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและปรับแต่งรถได้ตามสไตล์ของผู้ขับขี่ 
โดย Speed Twin 1200 RS ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 659,000 บาท มีให้เลือกสองสี ได้แก่ สี Baja Orange และสี Sapphire Black โดยทั้งสองสีมาพร้อมลวดลาย RS สีทองที่เข้ากันกับชิ้นส่วนของระบบกันสะเทือนสีทองชุบอโนไดซ์

ต่อกันด้วยการเผยโฉม New Speed Twin 900 รถจักรยานยนต์โมเดิร์น คลาสสิก ที่ยกระดับไปอีกขั้น
ด้วยสไตล์ใหม่ที่ผสมผสาน DNA การออกแบบเพื่อให้ได้รูปลักษณ์ที่เพรียวบาง สปอร์ต และมีไดนามิกมากขึ้น
โดยมาพร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลลสูบคู่อันทรงพลัง ให้พละกำลังสูงสุด 65 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตร ที่ 3,800 รอบต่อนาที ด้านโครงรถที่ได้รับการอัปเกรดใหม่ ช่วยมอบการขับขี่ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ถังน้ำมันเชื้อเพลิงสไตล์สปอร์ตที่มีรูปทรงโค้งมนสวยงาม แผงด้านข้างและฝาครอบคันเร่งที่ได้รับการออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ บังโคลนหน้าและการ์ดป้องกันโช้คด้านหน้าใหม่ พร้อมระบบไฟ LED รอบคันและไฟหน้าแบบใหม่ โดดเด่นด้วยสวิงอาร์มอะลูมิเนียมแบบใหม่ที่ผลิตขึ้นรูปพิเศษ ด้านความปลอดภัยมาพร้อมโช้คหัวกลับจาก Marzocchi และโช้คคู่หลังที่มาพร้อมซับแทงค์สามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดได้ พร้อมระบบจานเบรกหน้าเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นที่ขนาด 320 มม.และคาลิปเปอร์เรเดียล 4 ลูกสูบที่ให้สมรรถนะการเบรกที่แม่นยำและปลอดภัย อีกทั้งเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยมอบความมั่นใจและความสะดวกสบายมากขึ้นแก่ผู้ขับขี่ อาทิ การอัปเกรด Optimised Cornering ABS และ Traction Control เป็นระบบมาตรฐาน พร้อมเรือนไมล์ที่รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมมากมาย และช่องเสียบ USB-C เป็นต้น
โดย New Speed Twin 900 ใหม่ ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 399,000 บาท มี 3 สีที่แตกต่างกันเป็นตัวเลือก ได้แก่ สี Pure White ที่มาพร้อมแถบสีน้ำเงินและสีส้มบนถังน้ำมัน ต่อด้วยสี Phantom Black ที่มาพร้อมแถบสีเทาเข้มและลวดลายสีทอง และสี Aluminium Silver สุดคลาสสิก พร้อมโลโก้ไทรอัมพ์ และกรอบสีแดง
นอกจากนี้ยังชวนตระการตาไปกับ Icon Editions กองทัพรถจักรยานยนต์โมเดิร์น คลาสสิก คอลเลคชันพิเศษ
ที่นำตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ระดับตำนานของ Triumph ในปี ค.ศ. 1907 กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง หลังไม่ได้ปรากฏบนถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์อย่างเป็นทางการมานานกว่า 100 ปี โดยจะกลับมาเผยโฉมอยู่บน 6 รุ่น ประกอบด้วย Bonneville T100 Icon Edition ราคา 489,000 บาท Bonneville T120 Icon Edition ราคา 615,000 บาท Scrambler 900 Icon Edition ราคา 496,000 บาท Scrambler 1200 X Icon Edition ราคา 627,000 บาท Bonneville Bobber Icon Edition ราคา 653,000 บาท และ Bonneville Speedmaster Icon Edition ราคา 653,000 บาท โดยแต่ละรุ่นเป็นการผสมผสานระหว่างสี Sapphire Black และสี Aluminium Silver ช่วยเติมเต็มความเป็นต้นแบบสไตล์ดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผสานการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อให้มีพื้นผิวที่ไร้ที่ติ นอกจากนี้ทุกรุ่นยังมีการลงสีด้วยมือ
และตราสัญลักษณ์หรือโลโก้สีทองของ Triumph สมัยยุคเอ็ดเวิร์ด รวมถึงกราฟิกพิเศษสำหรับรุ่น Icon บนถังน้ำมันและแผงด้านข้าง การออกแบบอันโดดเด่นทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงแก่นแท้ของความเป็นต้นแบบ  ผสมผสานการสืบทอดความเป็นตำนานเข้ากับสมรรถนะและสไตล์คลาสสิกร่วมสมัย รายละเอียดระดับพรีเมียมและคุณลักษณะที่ไม่เหมือนใคร
เพื่อเป็นการยกย่องประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์รถจักรยานยนต์สัญชาติอังกฤษ
ในขณะเดียวกันภายในบูธไทรอัมพ์ยังมี Triumph Performance Lubricants (TPL) ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นและ
ดูแลรักษารถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ของคุณ รวมถึงการเผยโฉมของรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Daytona 660 Racing Custom คันเดียวในไทยที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งรถสไตล์ Racing พร้อมให้เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์
ไทรอัมพ์รุ่นที่ชอบด้วยโปรโมชันจัดเต็ม 3-Year Worry Free และข้อเสนอทางการเงินมูลค่ารวมสูงสุด 250,000 บาท รวมถึงรับสิทธิ์ซื้ออุปกรณ์เสริมแท้จากไทรอัมพ์ลด 50% เมื่อซื้อรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่นที่ร่วมรายการ ตลอดจนช้อปปิ้งเพลินไปกับส่วนลดเสื้อผ้าและอุปกรณ์สวมใส่สูงสุด 50% ไม่พอ! ห้ามพลาดกับการร่วมสนุกในแคมเปญซื้อมอเตอร์ไซค์ ชิงบิ๊กไบค์ ลุ้นรับไทรอัมพ์ Scrambler 1200 X มูลค่า 599,000 บาท ได้ตลอดการจัดงานทั้ง 12 วัน นายชินศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
พบกันได้ที่ บูธไทรอัมพ์ G03 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 – วันที่ 10 ธันวาคม 2567 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.triumphmotorcycles.co.th หรือติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ http://www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand

AION Thailand เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AION V 602 Luxury ในงาน Motor Expo 2024

GAC AION ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในงาน Thailand International Motor Expo เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด AION V 602 Luxury อย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2024 พร้อมสิทธิประโยชน์เหนือระดับ ชูจุดเด่นเรื่องระยะทางวิ่งสูงสุด 602 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง, เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 3C รับกำลังไฟได้สูงสุด 180 kW และฟีเจอร์อัจฉริยะมากมาย พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ล่าสุด คุณต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร

คุณ จัสติน เฉา (Justin Cao) ผู้จัดการแบรนด์อาวุโส บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในงาน Motor Expo เมื่อปีก่อน เราได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า AION Y Plus Premium ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย และในวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เราได้นำเสนอมิติใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้ากับ HYPTEC HT รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าระดับลักชูรี่ ที่มาพร้อมกับประตูแบบปีกนก Gull-Wing door รุ่นแรกของประเทศไทย และในงาน Motor Expo 2024 ครั้งนี้ เราได้เปิดตัว AION V 602 Luxury รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และการใช้งานของลูกค้าชาวไทย โดยรถรุ่นนี้มียอดขายสูงถึงราว ๆ 10,000 คันต่อเดือนในประเทศจีน และเรามีความยินดีที่จะเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ของ AION V นั่นก็คือ คุณต่อ ธนภพ ลีรัตนขจร ซึ่งถือเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า AION

  • AION V 602 Luxury ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1,029,900 บาท

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับ AION V เฉพาะในงาน Motor Expo 2024 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2567 รับสิทธิพิเศษ ส่วนลดเพิ่ม 30,000 บาท ราคาเหลือเพียง 999,900 บาท

สิทธิประโยชน์ Exclusive Privilege AION V*

  1. Exclusive Warranty Package
  • รับประกันแบตเตอรี่ และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า 8 ปี หรือระยะทาง 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • รับประกันคุณภาพตัวรถ 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  1. Insurance Gift ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  2. Exclusive Deal for Home Charger
    • ฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง (ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ออกรถ)
    • รับประกัน 1 ปี สำหรับ Home Charger และงานติดตั้ง
    • ฟรี งานติดตั้งระยะสายไฟยาว 20 เมตร (ส่วนเกินมีค่าใช้จ่าย เงื่อนไขการรับประกันตามที่บริษัทกำหนด)
  3. IN-CAR Internet Service – ฟรี!! แพ็กเกจอินเตอร์เน็ตในรถยนต์ นาน 2 ปี จำนวน 4 GB/เดือน
  4. LIFETIME OTA FIRMWARE UPDATE – ฟรี!! อัปเดตซอฟต์แวร์ ตลอดชีพ
  5. 24 Hours Roadside Service – บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

AION V ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้า Global Model รุ่นแรกของ GAC AION ที่มุ่งเน้นการทำตลาดในระดับโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเผยโฉมรถรุ่นนี้อย่างเป็นทางการในงาน Paris Motor Show และได้รับเสียงตอบรับของผู้ที่เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี โดย AION V นำเสนอความสะดวกสบาย ความอัจฉริยะ และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่าน 5 จุดเด่นได้แก่ V Design, V Comfort, V Energy, V Confidence และ V Intelligent

V Design

AION V ถูกออกแบบโดยยึดหลักแนวคิด Cyber Design ผสมผสานรูปทรงที่ล้ำสมัยเข้ากับรูปทรงเรขาคณิตที่หลากหลาย เพื่อสร้างความสวยงามที่เฉียบคมและพลิ้วไหว โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Full LED ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องจักรกลล้ำสมัย ด้านข้างมาพร้อมเส้นสายที่ดูแข็งแกร่งและทรงพลัง พร้อมด้วยล้ออัลลอยแบบ 8 ก้าน ขนาด 19 นิ้ว

AION V มาพร้อมสีตัวถังภายนอกทั้งหมด 7 สี และสีภายในห้องโดยสาร 2 สี ดังนี้

สีภายนอก (Exterior)

  • สีขาว Alpine White
  • สีดำ Onyx Black
  • สีน้ำตาล Sahara Sand
  • สีเงิน Aurora Silver
  • สีเทา Iceland Grey
  • สีส้ม Volcano Orange
  • สีส้ม หลังคาขาว Volcano Orange + White Roof

สีภายใน (Interior)

  • สีดำ Midnight Black
  • สีน้ำตาล Olympus Brown

V Comfort

AION V นำเสนอมิติใหม่ของการขับขี่และการโดยสารที่เหนือกว่า พร้อมมอบความหรูหราระดับเรือธง ด้วยฟีเจอร์และออปชันอำนวยความสะดวกมากมาย

  • เบาะนวดแบบสปา: เลียนแบบการนวดเสมือนจริง พร้อมการนวด 8 จุด, ปรับระดับความแรงได้ 3 ระดับ และมีโหมดให้เลือก 5 แบบ ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการขับขี่และอาการปวดเอว
  • วัสดุนุ่มสัมผัสบริเวณที่สัมผัสบ่อย 100%:  ภายในห้องโดยสารดูหรูหราตั้งแต่แรกเห็น และพื้นที่สัมผัสบ่อยหุ้มด้วยวัสดุนุ่ม 100% เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่
  • ตู้เย็นอเนกประสงค์อัจฉริยะ: ปรับการทำงานได้ 3 โหมด ได้แก่ โหมดอุ่นร้อน โหมดแช่เย็น และโหมดแช่แข็ง ครอบคลุมช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ -15 ถึง 50 องศาเซลเซียส ให้คุณเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายและความอร่อยได้ทุกที่ ทุกเวลา
  • ห้องโดยสารแบบลอยตัว: หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว และ หน้าจอ Infotainment ขนาด 14.6 นิ้ว มอบประสบการณ์ที่ล้ำสมัยยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้
  • ช่องลมแอร์ด้านหลัง บริเวณเสา B-Pillar: ให้ความเย็นโดยไม่มีลมกระแทก ป้องกันลมเย็นเป่าตรงไปที่หัวเข่าของผู้โดยสารด้านหลัง
  • โต๊ะพับอเนกประสงค์: โต๊ะพับอเนกประสงค์หลังเบาะผู้ขับขี่ เพื่อไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม
  • หลังคากระจกพาโนรามาขนาด 2.14 ตารางเมตร: ให้การป้องกันแสงแดดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
  • มุมเปิดประตูขนาดใหญ่: ประตูหลังสามารถเปิดได้กว้างเกือบ 90 องศา เพิ่มความสะดวกในการขึ้นลง
  • ระบบเสียงพรีเมียมเสมือนอยู่ในสถานที่จริง: ลำโพงพรีเมียมจากเบลเยียม พร้อมซับวูฟเฟอร์ 8 นิ้ว ให้เสียงที่เต็มอิ่ม
  • พื้นที่เงียบสงบ: กระจกกันเสียง 2 ชั้นด้านหน้า และวัสดุซับเสียงคุณภาพสูง ลดเสียงรบกวนจากภายนอก สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบขณะเดินทาง
  • เบาะนั่งตอนหลังหรูหราแบบปรับเอนได้: เบาะนอนขนาดใหญ่คล้ายโซฟา ปรับเอนได้ถึง 137 องศา พร้อมการปรับพนักพิงได้สูงสุด 20 องศา รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
  • การควบคุมเสียงเลื่อนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าไปข้างหน้า: เมื่อเปิดใช้งาน เบาะผู้โดยสารด้านหน้าจะเลื่อนไปตำแหน่งด้านหน้าสุด เพื่อเพิ่มพื้นที่ด้านหลังให้กว้างขึ้น
  • พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่: ขนาดความจุ 427 ลิตร และสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 987 ลิตร
  • ประตูท้ายอัจฉริยะไฟฟ้า: ประตูท้ายแบบไฟฟ้า ปรับระดับได้ตามความสูงของผู้ใช้งาน เปิดและปิดได้อย่างสะดวกสบาย
  • โหมดปรับเป็นเตียงขนาดใหญ่ในทันที: รองรับการควบคุมด้วยหน้าจอและคำสั่งเสียง เปลี่ยนเป็นเตียงขนาดใหญ่ในพริบตา
  • ที่นั่งข้างคนขับเสมือนโต๊ะเครื่องแป้งเคลื่อนที่: ด้วยกระจกแต่งหน้าบานใหญ่ ไฟแต่งหน้าวงแหวน พร้อมคอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสารที่สามารถวางของได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแป้งพัฟ ลิปสติก อายแชโดว์ หรือวางสัมภาระอื่น ๆ ได้อย่างที่ใจต้องการ

V Energy

ไปได้ไกลกว่า ชาร์จเร็วเหนือใคร ปลอดภัยกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะใน AION V

  • วิ่งได้ไกลถึง 602 กม. (มาตรฐาน NEDC): สามารถเดินทางไป – กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ และนครราชสีมา โดยไม่ต้องแวะชาร์จ
  • เทคโนโลยีชาร์จเร็ว 3C: รองรับกระแสไฟสูงสุด 180 kW สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้วิ่งได้ถึง 300 กม. ในเวลาเทียบเท่ากับการดื่มกาแฟ 1 แก้ว (15 นาที)
  • ประหยัดพลังงาน: การใช้พลังงานตามมาตรฐาน NEDC ต่ำเพียง 14.1 kWh/100 กม. ช่วยประหยัดพลังงานและเดินทางได้ไกลมากยิ่งขึ้น
  • ฟีเจอร์ปล่อยกระแสไฟฟ้าสู่อุปกรณ์ภายนอก V2L: กำลังไฟสูงสุด 3.3 kW รองรับการใช้งานกลางแจ้งทุกสถานการณ์ เช่น การตั้งแคมป์และการดูหนัง
  • แบตเตอรี่และระบบส่งกำลังน้ำหนักเบา: ใช้วัสดุน้ำหนักเบา สามารถลดน้ำหนักแบตเตอรี่ลง 7% และลดน้ำหนักระบบส่งกำลังลง 33% ส่งผลให้การใช้พลังงานและสมรรถนะการขับขี่ดีขึ้น
  • เทคโนโลยีซิลิคอนคาร์ไบด์: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่และเพิ่มระยะทางขับขี่ได้อีก 30 กม.

V Confidence

  • โครงสร้างตัวถัง ความแข็งแรงสูง: ใช้วัสดุเหล็กคุณภาพสูง วัสดุขึ้นรูปด้วยความร้อน และอลูมิเนียมอัลลอยด์ ในตัวรถทั้งคันสูงถึง 72%
  • แพลตฟอร์มรถไฟฟ้าอัจฉริยะ AEP 3.0: เพิ่มพื้นที่ภายในรถได้ถึง 20% โดยที่ยังคงระยะฐานล้อเท่าเดิม เพื่อความสะดวกสบายที่มากขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน
  • เทคโนโลยี Magazine Battery 2.0: มีความปลอดภัยสูง ผ่านการทดสอบการยิงด้วยกระสุนปืน โดยไม่เกิดไฟลุกไหม้แต่อย่างใด มาพร้อมระบบจัดการความร้อนและระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ 
  • ถุงลมนิรภัยตรงกลาง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า: ลดการบาดเจ็บจากการชนซ้ำสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า
  • ม่านถุงลมนิรภัยยาวพิเศษ 2.3 เมตร: สามารถพองตัวได้ในเวลา 0.03 วินาที และรักษาแรงดันได้นาน 6 วินาที เพื่อให้การปกป้องรอบด้านอย่างต่อเนื่องเมื่อรถเกิดการพลิกคว่ำ
  • ที่จอดรถที่สะดวกสบาย: เพิ่มความมั่นคงของรถขณะเบรก ลดการหน้าทิ่มและโยนตัว เพื่อให้ผู้โดยสารมีความสะดวกสบายระหว่างการเดินทาง

V Intelligent

  • ระบบสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ: รองรับการควบคุมด้วยเสียงในภาษาอังกฤษและภาษาไทย ครอบคลุมทุกสถานการณ์ พร้อมระบบโต้ตอบ 4 ทิศทาง ใช้งานได้ทั้งที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยให้คุณไม่ต้องใช้มือในการควบคุม
  • รองรับ CarPlay และ Spotify: แพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงชั้นนำระดับโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในหลายภูมิภาคทั่วโลก (Spotify จะพร้อมใช้งานผ่าน OTA ในเดือนธันวาคม)
  • ชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง Snapdragon 8155P: ให้ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ยอดเยี่ยม สั่งการค่าต่างๆ ของตัวรถได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด
  • ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2: มอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นบนทางหลวงหรือถนนที่มีการจราจรหนาแน่น
  • ระบบนำทางอัจฉริยะ: รองรับการค้นหาสถานีชาร์จ และการแสดงผลแผนที่แบบ 3 มิติ พร้อมประสบการณ์การใช้งานที่ล้ำสมัยด้วยข้อมูลภาพจาก Here
  • ความปลอดภัยเชิงรุก: ระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ครอบคลุมทุกสถานการณ์ มอบการปกป้องรอบด้านด้วยการตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายนอกรถแบบเรียลไทม์และครบถ้วน รวมถึงยานพาหนะและคนเดินถนน

เปิดฉากยิ่งใหญ่ MOTOR EXPO 2024รวมยานยนต์ 64 แบรนด์ กระหึ่มโปรแรงส่งท้ายปี

เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ตื่นตากับ รถยนต์รุ่นล่าสุด 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 22 แบรนด์ พร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจ ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน ในงานจัดแสดงรถยนต์ 42 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ คาดจะสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 6 หมื่นล้านบาท ช่วยกระตุ้นตลาด และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
ไฮไลท์ของงานเป็นรถต้นแบบ 3 คัน ได้แก่ CHANGAN P201 รถกระบะที่มาพร้อมเทคโนโลยี  RANGE-EXTENDED ELECTRIC VEHICLE (REEV) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาป พร้อมเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม.ตามมาตรฐาน CLTC 
CHERY FENGYUN E05 รถซีดานระดับไฮเอนด์ มาพร้อมระบบขับขี่อัจฉริยะระดับสูง มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน และ EXTENDED-RANGE
iCar X25 รถเอสยูวีดีไซจ์นล้ำอนาคต ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า BEV และ REEV มีล้อขนาดใหญ่อยู่ทั้งสี่มุม ติดตั้งแผ่นป้องกันใต้กันชนหน้า และมีระยะห่างจากพื้นสูง เพื่อการใช้งานสมบุกสมบัน เสา A ลาดเอียงมาก ส่วนเสา B ซ่อนได้อย่างลงตัว มือจับประตูซ่อนแบบรถไฟฟ้า ประตูท้ายมียางอะไหล่ 21 นิ้ว

รถที่เปิดตัวครั้งแรกในโลก ได้แก่ GEELY EX5 เอสยูวีไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุด พวงมาลัยขวา รถที่เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ LOTUS CHAPMAN BESPOKE และรถที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ AION V, NISSAN SERENA, XPENG X9 ULTRA SMART COUPE MPV 
นอกจากนี้ ยังมีรถเด่นที่น่าสนใจ เช่น  MG NEW IM6 รุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกของโลก และ NEW MG CYBERSTER สปอร์ทโรดสเตอร์ไฟฟ้าที่ยกระดับความโมเดิร์นด้วยสีใหม่ MODERN BEIGE ตัดกับหลังคาผ้าสีแดง
GWM WEY 80 PHEV รถเอมพีวีอเนกประสงค์ระดับไฮเอนด์ สำหรับครอบครัว เน้นความหรูหรา และความสะดวกสบายเหมือนบ้านหลังที่สอง เมื่อเครื่องยนต์ทำงานคู่กับระบบไฟฟ้า ได้แรงม้ารวม 485 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม.

GWM TANK 700 Hi4-T รถเอสยูวีรุ่นเรือธง ขุมพลังพลัก-อิน ไฮบริด ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าได้ไกล 100 กม./การชาร์จ 1 ครั้ง มาตรฐาน NEDC 
สำหรับผู้ชมงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับฟรีรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง THE KIA EV5 รุ่น LIGHT / ซื้อบัตร…ชิง MAZDA รุ่น NEW CX-3 BASE PLUS / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิง TRIUMPH รุ่น SCRAMBLER 1200 X / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิง SUZUKI รุ่น SWIFT GL
ยิ่งกว่านั้น สามารถชมงานผ่าน “MOTOR EXPO” APPLICATION อัดแน่นข้อมูลของงาน ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ภายในงานจาก Influencer ชื่อดัง และรายละเอียดอื่นๆ ของงาน อาทิ BUYER’S GUIDE ช่วยเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ด้วยข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน กิจกรรมภายในอาคาร ภายนอกอาคาร รายงานสภาพจราจร พร้อมแผนผังที่จอดรถ จำหน่ายบัตรชมงานทั่วไป และเข้าชมงานแบบวีไอพี MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ฯลฯ
การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 4 เส้นทาง ดังนี้
1. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C (ถัดจากท่ารถตู้)
2. ศรีรัช-IMPACT-ศรีรัช MRT สถานีศรีรัช EXIT 1 บริเวณหน้า 7-11
3. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
4. หัวลำโพง-IMPACT-หัวลำโพง ลานจอดรถของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 พร้อมชมการถ่ายทอดสดงาน วันที่ 5 ธันวาคม 2567 ได้ทาง ช่อง 9 MCOT เวลา 14.00-15.00 น.  และไทยรัฐทีวี เวลา 14.30-15.30 น. ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และ motorexpo.co.th

Bentley Continental GT Speed คว้ารางวัล‘รถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2568’

นิตยสาร Newsweek มอบรางวัลแห่งความภาคภูมิใจให้กับเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในการประกาศรางวัลรถยนต์ที่น่าจับตามองมากที่สุดประจำปี 2568
New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์แบบ Ultra Performance Hybrid มอบสมรรถนะอันโดดเด่นผสมผสานเทคโนโลยีที่ยั่งยืน
เบนท์ลีย์รังสรรค์งานฝีมือที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยวัสดุที่ปรับแต่งได้ รายละเอียดที่ตกแต่งด้วยมือ และองค์ประกอบส่วนบุคคลที่ผสมผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความเอ็กซ์คลูซีฟเข้าด้วยกัน

(เรสตัน, เวอร์จิเนีย 13 พฤศจิกายน 2567) Bentley Continental GT Speed คว้ารางวัล ‘รถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในปี 2568’ จากนิตยสาร Newsweek สะท้อนความเป็นเลิศของอัครยนตรกรรมแบบแกรนด์ทัวริ่งและการออกแบบที่ล้ำสมัยของเบนท์ลีย์

New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 มอบนิยามใหม่แห่งสุดยอดสมรรถนะจากเครื่องยนต์แบบ Ultra Performance Hybrid นวัตกรรมใหม่ที่ผสานพละกำลังเข้ากับความยั่งยืนได้อย่างลงตัว โดย New Continental GT Speed สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 335 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง มอบความเร้าใจในการขับขี่ พร้อมพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้ากว่า 81 กิโลเมตร ซึ่งขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรที่ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า ทำให้แกรนด์ทัวเรอร์รุ่นใหม่นี้สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 859 กิโลเมตร ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์คาร์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้รุ่นใหม่รังสรรค์ขึ้นด้วยความประณีตตามแบบฉบับของเบนท์ลีย์ด้วยตัวเลือกการผสมผสานรูปแบบการตกแต่งต่างๆ มากกว่า 46,000 ล้านรูปแบบ ทำให้ผู้ครอบครองสามารถปรับแต่งทุกรายละเอียดตามรสนิยมของตนเองได้ ซึ่งแต่ละองค์ประกอบ ตั้งแต่ตัวถังรถที่ล้ำสมัยไปจนถึงการตกแต่งภายในห้องโดยสารที่ทำขึ้นด้วยงานฝีมือ ล้วนสะท้อนถึงความพิถีพิถันในการรังสรรค์ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของเบนท์ลีย์

Mike Rocco ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bentley Americas กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติที่นิตยสาร Newsweek ยกย่อง Continental GT Speed ให้เป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในปี 2568 รางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างไม่ลดละของเราในด้านสมรรถนะ ความหรูหรา และความยั่งยืนที่จะปูทางไปสู่ยุคใหม่ของรถยนต์แบบแกรนด์ทัวริ่ง”

“Bentley Continental GT Speed เป็นรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีความล้ำสมัยและโดดเด่น ซึ่งการที่รถยนต์รุ่นนี้ติดอันดับรถยนต์ใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดของนิตยสาร Newsweek มาจากปัจจัยด้านการออกแบบที่ยอดเยี่ยม วิศวกรรม และความยั่งยืนของเบนท์ลีย์ตลอดครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากนี้ แกรนด์ทัวเรอร์ที่ทรงพลังรุ่นนี้ยังสามารถปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับรถยนต์รุ่นใหม่นี้” Eileen Falkenburg-Hull บรรณาธิการอาวุโสด้านยานยนต์ของนิตยสาร Newsweek กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับการประกาศรางวัลประจำปีของนิตยสาร Newsweek เป็นการยกย่องรถยนต์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในตลาดและเป็นที่สนใจกับทั้งผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์และผู้ขับขี่ รางวัลแห่งความภาคภูมิใจนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของเบนท์ลีย์ในด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับหรู พร้อมกับความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างสรรค์อนาคตของประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หรูหรา และยั่งยืน

สำหรับการเปิดรับคำสั่งจอง เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT Speed และ รุ่น New Continental GT Convertible Speed ด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตและบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม พร้อมรับสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี

เอช เซม รับรางวัล SMEs Excellence Awards

จากภาพ  คุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด (ด้านขวา) รับรางวัล SMEs Excellence Awards ระดับ Silver จากท่านองคมนตรี คุณจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ในงาน TMA EXCELLENCE AWARDS 2024 โดยรางวัลที่ เอช เซม มอเตอร์ ได้รับเป็นรางวัลที่แสดงถึงการยกย่ององค์กรที่เป็นเลิศและสร้างผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ณ คริสตัลฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

พบกับ RIDDARA ในงาน Motor Expo 2024 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 นี้ ที่บูธ A13 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี    

 

RIDDARA เชิญทุกท่านมาสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ของ RIDDARA RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ผสานศักยภาพความแกร่งของรถกระบะและความสะดวกสบายระดับ SUV ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือ “Thailand International Motor Expo 2024” ที่ บูธ A13 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00 – 22.00 น.

RIDDARA RD6 กระบะพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ของครอบครัวรุ่นใหม่ โดยRIDDARA RD6 ให้อัตราเร่งที่ทันใจตามแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก 0-100 ในระยะเวลาเพียง 4.5 วินาที อีกทั้งยังมอบความความสะดวกสบายในการขับขี่พร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบายในระดับรถ SUV พร้อมโหมดการขับขี่ 7 โหมด รองรับการขับขี่บนสภาพถนนที่แตกต่างกัน และสามารถลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตรและติดตั้งระบบระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครันมากถึง 14 ระบบ จึงรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการทำกิจกรรมแบบ Outdoor  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป

RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยราคาเริ่มต้น 899,000 บาท พร้อมรับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ รับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ เมื่อจอง RIDDARA ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2567  

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับ RIDDARA RD6 ที่ที่งาน Thailand International Motor Expo 2024 หรือ ที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า RIDDARA Call Center  ที่หมายเลข 02-039-5777

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

 

#RiddaraThailand #unleashingboundlessjourneys

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประเดิมจัด Global Media Drive พลังงานสะอาด เปิดประสบการณ์ New Continental GT ด้วยเชื้อเพลิง eFuels ครั้งแรกของโลก

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดประสบการณ์การขับขี่ด้วยเชื้อเพลิง eFuels ในกิจกรรม Global Media Drive เป็นครั้งแรกของโลก
การใช้ eFuels ในกิจกรรม Global Media Drive เป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในการช่วยลดการปล่อยมลพิษ
eFuels และ พลังงานหมุนเวียนช่วยลดการปล่อยมลพิษลงกว่าร้อยละ 93 ตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรม
การใช้พลังงานทางเลือกช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่าร้อยละ 30 ต่อ คน
เชื้อเพลิง eFuels สนับสนุนโดย Porsche จากโรงงาน Haru Oni ในประเทศชิลี
กิจกรรมเน้นย้ำการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยโรงแรมที่ใช้พลังงานหมุนเวียนแบบ 100% พร้อมกับการชาร์จพลังงานแบบยั่งยืน การไม่ใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การใช้กระดาษแบบรีไซเคิล และการติดตามปริมาณของเสีย
เส้นทางการขับขี่ประกอบด้วยการไต่เขารวมกว่า 1,400,000 ฟุต ซึ่งประกอบด้วยโค้งหักศอกมากกว่า 4,500 โค้งในเส้นทางกว่า 13,000 กิโลเมตรตลอดระยะเวลา 7 วัน
New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 ผ่านการรับรองการปล่อยคาร์บอน 29 กรัม ต่อ กิโลเมตร และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 350 กิโลเมตรต่อ แกลลอน
การปล่อยคาร์บอนจากเที่ยวบินระหว่างประเทศจะถูกชดเชยด้วยการใช้คาร์บอนเครดิต

Global Media Drive ที่เป็นการเปิดตัว New Continental GT Speed Coupe และ Convertible เจเนอเรชันที่ 4 ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งกิจกรรมทดลองขับในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ eFuels เป็นเชื้อเพลิงในการสาธิตการทดลองขับเพื่อให้เห็นถึงการใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีอยู่ในปัจจุบัน และตอกย้ำพันธกิจของแบรนด์ในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

ชมงาน ชิงรถ!MOTOR EXPO APPLICATIONชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION ลุ้นรับฟรี รถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท

“MOTOR EXPO” APP อัดแน่นข้อมูลของงาน “MOTOR EXPO 2024” ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทุกแบรนด์ภายในงานจาก Influencer ชื่อดัง และรายละเอียดอื่นๆ ของงาน อาทิ โปรโมชั่น บริการรถรับส่งชมงานฟรี รายงานสภาพจราจร พร้อมแผนผังที่จอดรถ กิจกรรรมมากมาย ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมี BUYER’S GUIDE ช่วยเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ด้วยข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน พร้อมคำนวณสินเชื่อ มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ผ่านระบบออนไลน์ มีราคาบัตรแบ่งเป็น 100 บาท / คน / วัน และราคา 240 บาท รับบัตรชมงาน 3 ใบ โดยบัตร 1 ใบ สามารถใช้ได้ 1 ครั้ง จำกัดสิทธิ์ใช้ได้ 1 ใบต่อวัน เมื่อการสั่งซื้อสำเร็จจะได้รับ QR Code เพื่อนำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ ณ ประตูทางเข้างาน (หากต้องการเข้าชมงานซ้ำภายในวันเดียวกัน กรุณาประทับตราที่ประตูทางออก เด็กความสูงต่ำกว่า 120 ซม. และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรี)
ยิ่งกว่านั้น ดาวน์โหลด MOTOR EXPO APP ทั้งระบบ iOS และ Android รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” รถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม 2567
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง motorexpo.co.th
###

มาใหม่! เฉดใหม่ของความเท่ กับสี ‘Crayon Grey’ ใน GPX DZ3

GPX เปิดตัวสีใหม่สุดพิเศษสำหรับรุ่น DZ3 กับโทนสีเทา “Crayon Grey” ที่มาเติมเต็มลุคสปอร์ตด้วยความหรูหราและโฉบเฉี่ยว เสริมทัพความเร้าใจ ในราคาช่วงเปิดตัวสำหรับสีนี้ เพียง 99,800.-

แบรนด์ GPX (จีพีเอ็กซ์) รถจักรยานยนต์สัญชาติไทย บนเส้นทางของแบรนด์ที่ยาวนานกว่าทศวรรษ กับยอดขายภายในประเทศกว่า 240,000 คัน และติดอันดับ TOP 5 ยอดขายสูงสุดในเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่องหลายปี หลังจากที่ได้เปิดตัว รถรุ่น DZ3 (ดีซีทรี) กันไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์สปอร์ตหรูหรา ในราคาสุดเร้าใจ ล่าสุด! ได้มีการเปิดตัวสีใหม่ที่จะเข้ามาเสริมทัพให้กับรถรุ่นนี้ ด้วยโทนสีเทา “Crayon Grey” ที่จะมาเติมเต็มลุคสปอร์ตด้วยความหรูหราและโฉบเฉี่ยว เป็นอีกโทนสีที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นในทุกมุมมอง รับกับดีไซน์ความโฉบเฉี่ยวของเส้นสายบนตัวรถได้อย่างลงตัว

GPX DZ3 สีเทาเฉดใหม่ Crayon Grey ยังคงจัดเต็มฟีเจอร์เด็ดมาให้ ดังนี้

  • เครื่องยนต์ น้ำ GPX HYPER-i ขนาด 278.2 ซีซี 1 สูบ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 24.1 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 24.5 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที
    ที่มอบพละกำลังแรงเร้าใจ และตอบสนองการขับขี่ได้ทันใจทุกครั้งที่บิดคันเร่ง
  • ระบบไฟ Full LED ที่ให้ความชัดเจนในทุกสภาพแสง
  • ระบบเบรก ABS Dual Channel เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง
  • ระบบ Traction Control ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนในทุกสภาพพื้นผิว
  • หน้าจอเรือนไมล์แบบ REVERSE LCD METER ดีไซน์ล้ำทันสมัย สามารถปรับตั้งค่าข้อมูลบนหน้าจอแสดงผลได้ง่ายๆ ด้วยปุ่ม MODE ทั้งการปรับเซ็ททริปการเดินทาง , ปรับหน่วยระยะทางและปรับตั้งค่านาฬิกาได้
  • กุญแจ KEYLESS ที่มีมาตรฐานการกันฝุ่นและน้ำที่ระดับ IP67 มีฟังก์ชันอัดแน่นที่ซ่อนไว้ภายในตัว ทั้งการเปิด-ปิดเสียงสัญญาณกันขโมย และ การล็อค/ปลดล็อคตัวรถ พร้อมระบบ IMMOBILIZER เป็นชิปปล่อยสัญญาณในกุญแจที่ใช้เปิดคีย์สวิทซ์ ซึ่งในกรณีที่แบตเตอรี่กุญแจ KEYLESS หมด ผู้ขับขี่ก็ยังคงสามารถสตาร์ทรถใช้งานได้ โดยการนำเอากุญแจ KEYLESS มาแนบกับตำแหน่งที่อยู่บริเวณเหนือช่องเติมน้ำยาหล่อเย็น ภายในช่องด้านหน้าฝั่งขวามือ แล้วบิดสวิตซ์สำหรับใช้งานสตาร์ทรถได้ หรือจะใช้กุญแจสำรอง ที่ซ่อนอยู่ภายในกุญแจ KEYLESS ก็สามารถใช้งานเพื่อบิดสวิตซ์แล้วสตาร์ทรถได้เช่นเดียวกัน
  • อัพเกรดความสะดวกสบายมาให้ กับตำแหน่งถังน้ำมันด้านหน้า ที่มีความจุมากถึง 10.3 ลิตร
  • Riding Position ที่ให้ท่านั่งที่สบาย สามารถรองรับกับสรีระของผู้ขับขี่ไซส์เอเชียได้เป็นอย่างดี พร้อมตำแหน่งการวางเท้าที่สามารถวางเท้าได้ทั้งในองศาการวางเท้าปกติและสามารถวางเท้ายืดเหยียดในตำแหน่ง Rest Position ได้
  • เบาะนั่งที่ให้มาในดีไซน์สปอร์ต ออกแบบมาให้เว้าช่วงเบาะของผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถวางเท้าถึงพื้นได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • ช่องชาร์จเร็ว FAST CHARGE USB TYPE-C ให้ที่บริเวณภายในช่องเก็บของด้านหน้าฝั่งซ้าย
  • ระบบเบรกแบบ ABS Dual Channel พร้อมดิสก์เบรกด้านหน้าขนาด 250 มม. และ ดิสก์เบรกหลังขนาด 220 มม.
  • ระบบ TCS (Traction Control System) ที่ช่วยป้องกันล้อหมุนฟรี
  • ระบบกันสะเทือนที่มอบความนุ่มนวลกับโช๊คอัพหลังคู่ จากแบรนด์ดัง YSS ที่สามารถปรับค่าพรีโหลดได้

สำหรับผู้ที่สนใจ GPX DZ3 สีใหม่ Crayon Grey เปิดตัวมาพร้อมกับราคาส่วนลดพิเศษที่ 99,800 บาท! (จากราคาปกติที่ 105,800 บาท พร้อมรับ Voucher 6,000 บาทเป็นส่วนลดพิเศษในช่วงเปิดตัว!)
รับข้อเสนอพิเศษนี้ได้ ผ่านการจองออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ booking.gpxthailand.com

สามารถดูข้อมูลรถเพิ่มเติมได้ที่ http://www.gpxthailand.com หรือสามารถไปรับชมรถคันจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ที่มีกว่า 115 แห่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ!

ติดตามข่าวสารจาก GPX เพิ่มเติม ได้ที่
https://www.facebook.com/gpxthailandofficial

#GPX #GPXTHAILAND

#GPXDZ3 #DZ3CrayonGrey

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น