เอช เซม รับรางวัล SMEs Excellence Awards

จากภาพ  คุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด (ด้านขวา) รับรางวัล SMEs Excellence Awards ระดับ Silver จากท่านองคมนตรี คุณจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ในงาน TMA EXCELLENCE AWARDS 2024 โดยรางวัลที่ เอช เซม มอเตอร์ ได้รับเป็นรางวัลที่แสดงถึงการยกย่ององค์กรที่เป็นเลิศและสร้างผลงานโดดเด่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ณ คริสตัลฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก วันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

พบกับ RIDDARA ในงาน Motor Expo 2024 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 นี้ ที่บูธ A13 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี    

 

RIDDARA เชิญทุกท่านมาสัมผัสนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ของ RIDDARA RD6 รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ผสานศักยภาพความแกร่งของรถกระบะและความสะดวกสบายระดับ SUV ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” หรือ “Thailand International Motor Expo 2024” ที่ บูธ A13 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.00 – 22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00 – 22.00 น.

RIDDARA RD6 กระบะพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันและไลฟ์สไตล์ของครอบครัวรุ่นใหม่ โดยRIDDARA RD6 ให้อัตราเร่งที่ทันใจตามแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจาก 0-100 ในระยะเวลาเพียง 4.5 วินาที อีกทั้งยังมอบความความสะดวกสบายในการขับขี่พร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบายในระดับรถ SUV พร้อมโหมดการขับขี่ 7 โหมด รองรับการขับขี่บนสภาพถนนที่แตกต่างกัน และสามารถลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตรและติดตั้งระบบระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครันมากถึง 14 ระบบ จึงรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการทำกิจกรรมแบบ Outdoor  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป

RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยราคาเริ่มต้น 899,000 บาท พร้อมรับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ รับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี และข้อเสนอพิเศษอื่น ๆ ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ เมื่อจอง RIDDARA ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2567  

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับ RIDDARA RD6 ที่ที่งาน Thailand International Motor Expo 2024 หรือ ที่ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า RIDDARA Call Center  ที่หมายเลข 02-039-5777

ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่

 

#RiddaraThailand #unleashingboundlessjourneys

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประเดิมจัด Global Media Drive พลังงานสะอาด เปิดประสบการณ์ New Continental GT ด้วยเชื้อเพลิง eFuels ครั้งแรกของโลก

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดประสบการณ์การขับขี่ด้วยเชื้อเพลิง eFuels ในกิจกรรม Global Media Drive เป็นครั้งแรกของโลก
การใช้ eFuels ในกิจกรรม Global Media Drive เป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในการช่วยลดการปล่อยมลพิษ
eFuels และ พลังงานหมุนเวียนช่วยลดการปล่อยมลพิษลงกว่าร้อยละ 93 ตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรม
การใช้พลังงานทางเลือกช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้กว่าร้อยละ 30 ต่อ คน
เชื้อเพลิง eFuels สนับสนุนโดย Porsche จากโรงงาน Haru Oni ในประเทศชิลี
กิจกรรมเน้นย้ำการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยโรงแรมที่ใช้พลังงานหมุนเวียนแบบ 100% พร้อมกับการชาร์จพลังงานแบบยั่งยืน การไม่ใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การใช้กระดาษแบบรีไซเคิล และการติดตามปริมาณของเสีย
เส้นทางการขับขี่ประกอบด้วยการไต่เขารวมกว่า 1,400,000 ฟุต ซึ่งประกอบด้วยโค้งหักศอกมากกว่า 4,500 โค้งในเส้นทางกว่า 13,000 กิโลเมตรตลอดระยะเวลา 7 วัน
New Continental GT Speed เจเนอเรชันที่ 4 ผ่านการรับรองการปล่อยคาร์บอน 29 กรัม ต่อ กิโลเมตร และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 350 กิโลเมตรต่อ แกลลอน
การปล่อยคาร์บอนจากเที่ยวบินระหว่างประเทศจะถูกชดเชยด้วยการใช้คาร์บอนเครดิต

Global Media Drive ที่เป็นการเปิดตัว New Continental GT Speed Coupe และ Convertible เจเนอเรชันที่ 4 ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งกิจกรรมทดลองขับในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ eFuels เป็นเชื้อเพลิงในการสาธิตการทดลองขับเพื่อให้เห็นถึงการใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีอยู่ในปัจจุบัน และตอกย้ำพันธกิจของแบรนด์ในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

ชมงาน ชิงรถ!MOTOR EXPO APPLICATIONชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION ลุ้นรับฟรี รถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท

“MOTOR EXPO” APP อัดแน่นข้อมูลของงาน “MOTOR EXPO 2024” ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทุกแบรนด์ภายในงานจาก Influencer ชื่อดัง และรายละเอียดอื่นๆ ของงาน อาทิ โปรโมชั่น บริการรถรับส่งชมงานฟรี รายงานสภาพจราจร พร้อมแผนผังที่จอดรถ กิจกรรรมมากมาย ฯลฯ
นอกจากนี้ยังมี BUYER’S GUIDE ช่วยเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ด้วยข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน พร้อมคำนวณสินเชื่อ มีการจำหน่ายบัตรเข้าชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ผ่านระบบออนไลน์ มีราคาบัตรแบ่งเป็น 100 บาท / คน / วัน และราคา 240 บาท รับบัตรชมงาน 3 ใบ โดยบัตร 1 ใบ สามารถใช้ได้ 1 ครั้ง จำกัดสิทธิ์ใช้ได้ 1 ใบต่อวัน เมื่อการสั่งซื้อสำเร็จจะได้รับ QR Code เพื่อนำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ ณ ประตูทางเข้างาน (หากต้องการเข้าชมงานซ้ำภายในวันเดียวกัน กรุณาประทับตราที่ประตูทางออก เด็กความสูงต่ำกว่า 120 ซม. และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข้าฟรี)
ยิ่งกว่านั้น ดาวน์โหลด MOTOR EXPO APP ทั้งระบบ iOS และ Android รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” รถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท จำนวน 1 รางวัล ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน–31 ธันวาคม 2567
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง motorexpo.co.th
###

มาใหม่! เฉดใหม่ของความเท่ กับสี ‘Crayon Grey’ ใน GPX DZ3

GPX เปิดตัวสีใหม่สุดพิเศษสำหรับรุ่น DZ3 กับโทนสีเทา “Crayon Grey” ที่มาเติมเต็มลุคสปอร์ตด้วยความหรูหราและโฉบเฉี่ยว เสริมทัพความเร้าใจ ในราคาช่วงเปิดตัวสำหรับสีนี้ เพียง 99,800.-

แบรนด์ GPX (จีพีเอ็กซ์) รถจักรยานยนต์สัญชาติไทย บนเส้นทางของแบรนด์ที่ยาวนานกว่าทศวรรษ กับยอดขายภายในประเทศกว่า 240,000 คัน และติดอันดับ TOP 5 ยอดขายสูงสุดในเมืองไทยมาอย่างต่อเนื่องหลายปี หลังจากที่ได้เปิดตัว รถรุ่น DZ3 (ดีซีทรี) กันไปเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์สปอร์ตหรูหรา ในราคาสุดเร้าใจ ล่าสุด! ได้มีการเปิดตัวสีใหม่ที่จะเข้ามาเสริมทัพให้กับรถรุ่นนี้ ด้วยโทนสีเทา “Crayon Grey” ที่จะมาเติมเต็มลุคสปอร์ตด้วยความหรูหราและโฉบเฉี่ยว เป็นอีกโทนสีที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นในทุกมุมมอง รับกับดีไซน์ความโฉบเฉี่ยวของเส้นสายบนตัวรถได้อย่างลงตัว

GPX DZ3 สีเทาเฉดใหม่ Crayon Grey ยังคงจัดเต็มฟีเจอร์เด็ดมาให้ ดังนี้

  • เครื่องยนต์ น้ำ GPX HYPER-i ขนาด 278.2 ซีซี 1 สูบ 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอบพละกำลังสูงสุดถึง 24.1 แรงม้าที่ 8,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 24.5 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที
    ที่มอบพละกำลังแรงเร้าใจ และตอบสนองการขับขี่ได้ทันใจทุกครั้งที่บิดคันเร่ง
  • ระบบไฟ Full LED ที่ให้ความชัดเจนในทุกสภาพแสง
  • ระบบเบรก ABS Dual Channel เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง
  • ระบบ Traction Control ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนในทุกสภาพพื้นผิว
  • หน้าจอเรือนไมล์แบบ REVERSE LCD METER ดีไซน์ล้ำทันสมัย สามารถปรับตั้งค่าข้อมูลบนหน้าจอแสดงผลได้ง่ายๆ ด้วยปุ่ม MODE ทั้งการปรับเซ็ททริปการเดินทาง , ปรับหน่วยระยะทางและปรับตั้งค่านาฬิกาได้
  • กุญแจ KEYLESS ที่มีมาตรฐานการกันฝุ่นและน้ำที่ระดับ IP67 มีฟังก์ชันอัดแน่นที่ซ่อนไว้ภายในตัว ทั้งการเปิด-ปิดเสียงสัญญาณกันขโมย และ การล็อค/ปลดล็อคตัวรถ พร้อมระบบ IMMOBILIZER เป็นชิปปล่อยสัญญาณในกุญแจที่ใช้เปิดคีย์สวิทซ์ ซึ่งในกรณีที่แบตเตอรี่กุญแจ KEYLESS หมด ผู้ขับขี่ก็ยังคงสามารถสตาร์ทรถใช้งานได้ โดยการนำเอากุญแจ KEYLESS มาแนบกับตำแหน่งที่อยู่บริเวณเหนือช่องเติมน้ำยาหล่อเย็น ภายในช่องด้านหน้าฝั่งขวามือ แล้วบิดสวิตซ์สำหรับใช้งานสตาร์ทรถได้ หรือจะใช้กุญแจสำรอง ที่ซ่อนอยู่ภายในกุญแจ KEYLESS ก็สามารถใช้งานเพื่อบิดสวิตซ์แล้วสตาร์ทรถได้เช่นเดียวกัน
  • อัพเกรดความสะดวกสบายมาให้ กับตำแหน่งถังน้ำมันด้านหน้า ที่มีความจุมากถึง 10.3 ลิตร
  • Riding Position ที่ให้ท่านั่งที่สบาย สามารถรองรับกับสรีระของผู้ขับขี่ไซส์เอเชียได้เป็นอย่างดี พร้อมตำแหน่งการวางเท้าที่สามารถวางเท้าได้ทั้งในองศาการวางเท้าปกติและสามารถวางเท้ายืดเหยียดในตำแหน่ง Rest Position ได้
  • เบาะนั่งที่ให้มาในดีไซน์สปอร์ต ออกแบบมาให้เว้าช่วงเบาะของผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถวางเท้าถึงพื้นได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • ช่องชาร์จเร็ว FAST CHARGE USB TYPE-C ให้ที่บริเวณภายในช่องเก็บของด้านหน้าฝั่งซ้าย
  • ระบบเบรกแบบ ABS Dual Channel พร้อมดิสก์เบรกด้านหน้าขนาด 250 มม. และ ดิสก์เบรกหลังขนาด 220 มม.
  • ระบบ TCS (Traction Control System) ที่ช่วยป้องกันล้อหมุนฟรี
  • ระบบกันสะเทือนที่มอบความนุ่มนวลกับโช๊คอัพหลังคู่ จากแบรนด์ดัง YSS ที่สามารถปรับค่าพรีโหลดได้

สำหรับผู้ที่สนใจ GPX DZ3 สีใหม่ Crayon Grey เปิดตัวมาพร้อมกับราคาส่วนลดพิเศษที่ 99,800 บาท! (จากราคาปกติที่ 105,800 บาท พร้อมรับ Voucher 6,000 บาทเป็นส่วนลดพิเศษในช่วงเปิดตัว!)
รับข้อเสนอพิเศษนี้ได้ ผ่านการจองออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ booking.gpxthailand.com

สามารถดูข้อมูลรถเพิ่มเติมได้ที่ http://www.gpxthailand.com หรือสามารถไปรับชมรถคันจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX ที่มีกว่า 115 แห่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ!

ติดตามข่าวสารจาก GPX เพิ่มเติม ได้ที่
https://www.facebook.com/gpxthailandofficial

#GPX #GPXTHAILAND

#GPXDZ3 #DZ3CrayonGrey

ครั้งแรกในไทย! จูนเหยา เปิดตัว “JY AIR”ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ผสมผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและความยั่งยืน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท จูนเหยา ออโต (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ในเครือเดียวกับบริษัท จูนเหยา กรุ๊ป (JuneYao Group) บริษัทแม่ของสายการบินจูนเหยาแอร์ไลน์ (JuneYao Airlines) เป็นหนึ่งในสายการบินเอกชนชั้นนำในประเทศจีน เปิดตัวแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะอย่างเป็นทางการ ประเดิมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกอย่าง “JY รุ่น AIR” มิติใหม่แห่งการขับเคลื่อนอัจฉริยะ ที่มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคใหม่ที่ต้องการยานยนต์ที่มีความล้ำสมัย สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของบริษัทที่ขยายธุรกิจจากการคมนาคมขนส่ง การเงิน การศึกษา ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมด้านยานยนต์เพื่อตอบรับกระแสความต้องการด้านการขับเคลื่อนอัจฉริยะในอนาคต

คุณหวัง จูนจีน ประธาน บริษัท จูนเหยา กรุ๊ป เปิดเผยว่า “สำหรับ จูนเหยา เป็นองค์กรที่มีรากฐานในธุรกิจการคมนาคมขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค การศึกษา  บริการด้านการเงิน  และนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนในทุกด้าน จูนเหยา ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในฐานะองค์กรที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีวิสัยทัศน์ในการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจสายการบินเชิงพาณิชย์ จูนเหยา ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดยานยนต์ โดยได้เข้าซื้อกิจการ YUDO Auto ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2022 ซึ่ง YUDO Auto ได้ทำตลาดในจีนมาตั้งแต่ปี 2015 กับรถรุ่นแรก YUDO YUNTU ซึ่งเป็น SUV พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก”
อย่างไรก็ตาม จูนเหยา ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในกลุ่มยานยนต์อย่างจริงจังตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาและนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ที่มุ่งมั่นของกลุ่มเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ กลุ่ม จูนเหยา ยังมุ่งหวังที่จะขยายตลาดในระดับสากล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและแข่งขันในอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจนี้
ในครั้งนี้ จูนเหยา พร้อมแล้วที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก JY AIR รูปแบบใหม่ของการเดินทาง พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะมอบความสุขในทุกมิติ ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมการขับขี่ที่ให้ความสะดวกสบายเหมือนที่อยู่บน First class
เจาะลึกคุณสมบัติเด่นและเทคโนโลยีสุดล้ำของ JY AIR

รถยนต์ไฟฟ้า JY AIR ได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะสูงสุดทั้งในด้านประสิทธิภาพการขับขี่และความปลอดภัย มาพร้อมกับระบบ Crystal OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยทีมวิจัยและพัฒนาของจูนเหยา ระบบ Crystal OS นี้มีฟีเจอร์ควบคุมและสั่งงานแบบอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมไฟ ระบบหน้าต่าง และประตูท้ายรถ ทั้งยังรองรับการตั้งค่าตามสภาพถนนได้แบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นในทุกสภาพการใช้งาน
แพลตฟอร์ม SKY ความปลอดภัยระดับห้าดาว เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ช่วยเสริมความมั่นใจในด้านความปลอดภัย โดยแพลตฟอร์มที่สามารถพัฒนารุ่นรถใหม่สำหรับทั่วโลก ประสิทธิภาพดี และมีความปลอดภัยสูง ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่า โดยครอบคลุมรถยนต์ประเภท A ถึงรถซีดานคลาส C, SUV, Coupe, MPV และประเภทอื่น ๆ

เทคโนโลยี ขับขี่อัตโนมัติ Level 2+ ที่ติดตั้งมากับ JY AIR ช่วยให้รถสามารถขับขี่อัตโนมัติได้อย่างมั่นใจ   ด้วยฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ช่วยในการรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ระบบช่วยจอดที่เพิ่มความสะดวกในทุกการจอดรถ การเตือนจุดอับสายตาที่ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และการควบคุมเลนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดขณะขับขี่ รถรุ่นนี้ยังได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยระดับสูงตามมาตรฐาน NCAP และ E-NCAP ระดับ 5 ดาว ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง
เพลิดเพลินไปกับดีไซน์สุดหรูและความสะดวกสบายที่เหนือชั้น
นอกจากเทคโนโลยีอันล้ำสมัยแล้ว JY AIR ยังออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ที่ต้องการความสะดวกสบายและความหรูหรา ด้วยการออกแบบที่ใช้หลักแอโรไดนามิกส์ ONE BOX ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะการขับขี่ที่เงียบและลดแรงต้านอากาศได้อย่างดี ห้องโดยสารยังใช้วัสดุคุณภาพสูงและเนื้อสัมผัสที่หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวางและเงียบสงบ พร้อมทั้งช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก มอบความสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

มากไปกว่านั้น นวัตกรรมภายในห้องโดยสาร ยังรวมถึงระบบควบคุมรถ 3D ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่มีการตอบสนองที่ดี โดยมีการควบคุมไฟ หน้าต่าง และประตูท้ายด้วยสัมผัสเดียว นอกจากนี้ยังมีหลังคาพาโนรามาขนาด 2.072 ตร.ม. ที่ช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย
ส่วนสีตัวรถมีให้เลือก 4  สี ประกอบด้วย สีขาว Moon White, สีฟ้า Meteorite Blue, สีเขียว Aurora Green, และ สีดำ Galactic Black นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถในช่วงแรก เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในบริการหลังการขายและความคุ้มค่าในการลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบอัจฉริยะของ JY AIR ได้ที่ โชว์รูม และ งาน Thailand Motor Expo 2024 บูธ B17 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567  พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและตอบข้อสงสัย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการหลังการขายที่สต็อกอะไหล่สำรองทุกประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการบริการหลังการขายอย่างรวดเร็วและครบถ้วน
สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ JY AIR และโปรโมชันล่าสุด สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ http://www.juneyaoauto.com และเฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/Juneyaothailand ที่จะมีการอัปเดตข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรมการจอง การรับประกัน และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งาน

MOTOR EXPO 2024 รวมนวัตกรรมยานยนต์ล้ำอนาคต รถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 22 แบรนด์

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” พร้อมจัดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ล่าสุดค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ร่วมแสดงนวัตกรรม พร้อมอัดโปรโมชั่นเพียบ ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เผยว่า “ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 42 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ พร้อมจัดแสดงรถต้นแบบ รวมถึงเปิดตัวรถรุ่นใหม่ภายในงานมากมาย”
รถยนต์ 42 แบรนด์ ได้แก่ AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, BYD COMMERCIAL, DEEPAL, DENZA, FORD, FOTON, GEELY, GREAT WALL MOTOR, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, JUNEYAO, KIA, KING LONG, LEAPMOTOR, LEXUS, LOTUS, MASERATI, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NETA, NISSAN, OMODA & JAECOO, PEUGEOT, POCCO, PORSCHE, RIDDARA, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR อีกทั้งยังมี ชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED

รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ ได้แก่ AJ EV, ALPHA VOLANTIS, BMW MOTORRAD, DECO, EM MOTOR, FELO, HANWAY, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, KAWASAKI, LAMBRETTA, NIU, RAPID, ROYAL ALLOY, ROYAL ENFIELD, SOLAR, STROM, SUZUKI, TRIUMPH, YAMAHA, ZEEHO และ ZONTES
นอกจากนี้ ยังมีรถมือสอง 5 แบรนด์ ได้แก่ ASTON MARTIN TIMELESS, BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, ROLLS-ROYCE PROVENANCE และ VOLVO SELEKT
สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล มีรายละเอียดดังนี้

1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ THE KIA EV5 รุ่น LIGHT มูลค่า 1,299,000 บาท
2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MAZDA รุ่น NEW CX-3 BASE PLUS มูลค่า 830,000 บาท
3. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์  TRIUMPH รุ่น SCRAMBLER 1200 X มูลค่า 599,000 บาท
4. “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ผู้ชิงโชคต้องลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION พร้อมตอบแบบสอบถามให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท
พิเศษสำหรับผู้ชมงาน มีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” แพคเกจชมงานแบบวีไอพี เพียง 1,000 บาท รับสิทธิประโยชน์ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 3 ใบ บริการช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ ซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10% และสิทธิ์เข้าร่วมชิงโชครายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ”

ยิ่งกว่านั้น MOTOR EXPO 2024 ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Skill Driving Experience Junior อบรมปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / Skill Driving Experience ให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่รถที่ถูกต้องแก่บุคคลทั่วไป / Spirit of the 4×4 Driving School ให้ความรู้ และทดลองขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ / นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย อวดโฉมรถโบราณทรงคุณค่า พร้อมเปิดโหวตรถประทับใจ ชิง PEOPLE CHOICE AWARD / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชน / Join Boat Platform จัดแสดงเรือ และกิจกรรมทางน้ำ ฯลฯ

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง motorexpo.co.th

สมาคมรถโบราณฯ ดุสิตธานี หัวหิน ร่วมมือพันธมิตร จัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22”

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และ ททท. ร่วมกันจัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22” ตามแนวคิด “มิตรภาพไร้กาลเวลา” วันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2567
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “งานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 โดยปีนี้สมาคมฯ ร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เป็นปีที่ 3 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจากพันธมิตรเดิม ทั้ง หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยสมาคมฯ หวังสร้างมิตรภาพตลอดการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “มิตรภาพไร้กาลเวลา – Timeless Friendship” เพื่อให้เจ้าของรถได้รำลึกถึงความทรงจำที่คุ้นเคย แม้จะพบกันเพียงครั้ง จะยังจดจำมิรู้ลืม”
พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อำเภอชะอำ ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่ให้เกียรติและไว้ใจให้โรงแรมฯ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงานเป็นปีที่ 3 โดยเรายินดีสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ขบวนพาเหรดรถโบราณถือเป็นอีกหนึ่งงานไฮไลท์ที่ชาวเมืองเพชรบุรี และหัวหิน รวมถึงนักท่องเที่ยวและแฟนคลับตั้งตารอคอยเพื่อชมความงามอันทรงคุณค่าที่นับวันจะหาดูได้ยาก โรงแรมของเรามีพื้นที่กว้างขวาง และมีศูนย์การประชุม ซึ่งสามารถรองรับคาราวานรถโบราณ และการจัดงานต่างๆ ได้ทุกรูปแบบ”
พิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22” จะเริ่มต้นที่ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ งานกาลาดินเนอร์ ในคืนวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2567 ซึ่งจะมีเวทีลีลาศ กับวงดนตรี Sensation ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

“ยัวซ่าแบตเตอรี่” ออกบูธงาน “โมโตจีพี ไทยแลนด์ 2024”



มร.สึเนะโนริ โยชิมูระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยัวซ่าแบตเตอรี่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ยกทัพจัดบูธรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก “โมโตจีพี ไทยแลนด์ 2024” นำสินค้าหลากหลายรุ่นมาโชว์ในงาน จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจชาว 2 ล้อ กับสินค้าแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์กับราคาโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 40% ลุ้นรับฟรี! ของรางวัลมากมาย เมื่อร่วมกิจกรรมที่บูธยัวซ่าแบตเตอรี่ พร้อมเช็คอินกับ Yuasa Lady และ Yuasa Gentle โดยบูธยัวซ่าแบตเตอรี่ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ โมโตจีพีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 25-27 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา
แบตเตอรี่ “YUASA” คุณภาพและมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น สอบถามข้อมูลสินค้าและร้านตัวแทนจำหน่าย โทร 09-9331-3337 หรือ 02-769-7300 ต่อ 7315 จันทร์-ศุกร์ เวลา 8:30-17:00 น.

RIDDARA เปิดตัว RIDDARA RD6 “THE FIRST EV PICK UP IN THAILAND”รถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในไทย นิยามใหม่ของไลฟ์สไตล์ที่ไร้ขีดจำกัดเปิดราคาเริ่มต้น 8.99 แสนบาท

29 ตุลาคม 2567, กรุงเทพฯ – RIDDARA (ริดดารา) เผยโฉม RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% คันแรกของเมืองไทย ชูนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ผสานศักยภาพรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ดีไซน์โดดเด่นพรีเมียม สะดวกสบายระดับ SUV พร้อมนำเสนอนิยามใหม่ของรถกระบะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ และลุยไปกับทุกกิจกรรมของครอบครัว เปิดราคาขายเริ่มต้น 899,000 บาท

ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน ประธานกรรมการบริหาร RIDDARA New Energy Automobile เปิดเผยถึงภาพรวมและแนวทางในการดำเนินงานของแบรนด์ “RIDDARA” (ริดดารา) ในงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทยว่า “RIDDARA เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY Holding Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ โดย RIDDARA ได้นำความโดดเด่นทั้งด้านเทคโนโลยี การผลิต รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพของกลุ่ม GEELY Holding มาเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์กระบะพลังงานไฟฟ้าที่จะมาสร้างไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ด้วยการผสานศักยภาพของรถกระบะที่สามารถรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบในสภาพถนนที่มีความแตกต่างไปพร้อมกับการขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายแบบรถยนต์ SUV เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่และมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าตามแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมอันทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งนี้หลังก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถกระบะไฟฟ้าในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% ในปี 2023 ที่ผ่านมา RIDDARA ก็พร้อมที่จะขยายสู่ตลาดโลกเพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ สร้างไลฟ์สไตล์เอาท์ดอร์ที่แตกต่างให้กับลูกค้าทั่วทุกมุมโลก”
ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าวเสริมถึงแผนการดำเนินงานของ RIDDARA ในประเทศไทยว่า  “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีการเปิดรับการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ด้วยนโยบายจากรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่อย่างจริงจังทำให้มีแบรนด์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เป็นรถยนต์พลังงานใหม่เข้าสู่ตลาดและได้รับความนิยมแพร่หลายในประเทศไทย ในขณะที่กลุ่มตลาดรถกระบะในประเทศไทยนั้นยังถือเป็นฐานการผลิตสำคัญที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งยังคงมีความท้าทายและความต้องการอันหลากหลายที่รอการเติมเต็ม
RIDDARA จึงทุ่มเทอย่างหนักทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราอย่างรอบด้านด้วยการนำเทคโนโลยีไฟฟ้าและนวัตกรรมการขับขี่อัจฉริยะมาสู่อุตสาหกรรมรถกระบะ โดยหวังว่าการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้มีส่วนขับเคลื่อนจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการรถกระบะได้อย่างกว้างขวาง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รถ RIDDARA รุ่นแรกนี้จะสร้างมิติใหม่แห่งการขับขี่ที่ผสมผสานสมรรถนะแกร่งแบบรถกระบะไปพร้อมกับการขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายแบบรถยนต์ SUV เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วได้อย่างน่าประทับใจ การประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่น่าไว้วางใจ พร้อมบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการรับมือกับสภาพอากาศที่หลากหลาย จากการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมา ซึ่ง RIDDARA หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รถกระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่ของเราจะสร้างมุมมองใหม่ให้กับรถกระบะในประเทศไทย ในการผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมุ่งเน้นความสำคัญด้านความยั่งยืนไปพร้อมกัน” ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าวสรุป

RIDDARA ผู้นำรถกระบะพลังงานไฟฟ้าในประเทศจีน
สำหรับ RIDDARA เปิดตัวอย่างเป็นทางการในจีนในปี 2022 โดยเป็นแบรนด์ในเครือ GEELY Holding Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจและยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลก Fortune Global 500 ติดต่อกันอย่างยาวนาน โดยปัจจุบัน GEELY Holding Group บริหารแบรนด์รถยนต์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์ครอบคลุมหลายเซกเมนท์ อาทิ  ZEEKR , LYNK&CO,  VOLVO, POLESTAR, รวมไปถึง LOTUS ทั้งนี้ RIDDARA มุ่งเน้นที่รถกระบะพลังงานใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เกิดวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภค พร้อมยึดหลักการบริหารโดยเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง โดย RIDDARA มีการบริหารงานอย่างอิสระ แต่ยังคงตอบรับและสอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของ GEELY Holding Group โดยมีการทำงานและได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ขั้นตอนการผลิตอัจฉริยะ การจัดการด้านคุณภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน
ในปี 2023 ที่ผ่านมา RIDDARA ครองตำแหน่ง China’s NO.1 EV-pickup รถกระบะไฟฟ้ายอดขายอันดับหนึ่งในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มรถกระบะในจีนมากกว่า 60% และมีแผนเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมแผนการขยายธุรกิจในระดับสากลที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยปัจจุบัน RIDDARA เปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้าแล้วในยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ในประเทศไทย RIDDARA จะดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท ริดดารา ออโต้โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด (RIDDARA AUTOMOBILE (THAILAND) COMPANY LIMITED โดยพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าคนไทยเป็นหลัก รวมไปถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในทุกภาคส่วนเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า และสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางตลาดรถกระบะพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

RIDDARA RD6 : THE FIRST EV PICKUP IN THAILAND 
RIDDARA RD6 นับเป็น “THE FIRST EV PICK UP IN THAILAND” กระบะไฟฟ้า 100% ที่เปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบและพร้อมให้เป็นเจ้าของเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย โดดเด่นด้วยนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์มรถยนต์ที่พัฒนาเอาจุดเด่นของรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาผสมผสานกัน ทำให้ RIDDARA RD6 มีความโดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะและความอัจฉริยะในแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครัน พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับทั้งการเดินทาง และการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป

EASY DRIVE TO WORK เปลี่ยนนิยามของกระบะให้เป็นได้มากกว่า
RIDDARA RD6 ให้สมรรถนะที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และแรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร มาพร้อมช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW ที่กระบะท้ายพร้อมระบบป้องกันการจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ทั้งในขณะจอดรถ ล็อกรถ ชาร์จไฟ หรือแม้กระทั่งขณะขับรถ นอกจากนี้ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน

LUXURIOUS COMFORT & INTELLIGENT COCKPIT FOR FAMILY มอบความสะดวกสบายและห้องโดยสารที่มาพร้อมนวัตกรรมทันสมัย
RIDDARA RD6 มอบความความสะดวกสบายระดับ SUV ด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาสำหรับทุกคนในครอบครัว ให้ห้องโดยสารที่เงียบสงบด้วยเทคโนโลยี Pure Electric NVH Silent  พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และ Carbit link พร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายขนาด 50W มีระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศ CN95 filter PM 2.5 เบาะหนังคุณภาพสูง ดีไซน์เอกลักษณ์ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะโดยสาร เบาะหน้าเอนได้แบบ 180 องศา ปรับแต่งเพิ่มพื้นที่การใช้งานที่หลากหลายเพื่อทุกคนในครอบครัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกครบครันพร้อมมอบความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

ENJOY OUTDOOOR LIFESTYLE  พร้อมตอบทุกโจทย์กิจกรรมของครอบครัว
RIDDARA RD6 ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 แบบอัตโนมัติ โดยมีโหมดการขับขี่ 7 โหมด สำหรับสภาพถนนที่แตกต่างกัน (Sand / Mud / Off-road / Wading / Economy / Comfort / Sport) อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตร มีพื้นที่บรรทุกกระบะท้ายขนาด 1,200 ลิตร ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 70 ลิตร และพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังอีก 48 ลิตร อีกทั้งยังมีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 3,000 กิโลกรัม พร้อมบันไดท้ายซ่อนภายในประตูท้ายกระบะ ให้การขึ้นลงท้ายกระบะเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย

SAFETY IS THE FOUNDATION OF EVERY ADVENTURE มั่นใจในทุกเส้นทาง ปกป้องทุกคนในครอบครัว
RIDDARA RD6 มาพร้อมระบบความปลอดภัยรอบคัน ซึ่งรวมถึงระบบช่วยในการขับขี่ ADAS (Advanced Driving Assistance Systems) สูงสุด 14 ระบบ และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมไปถึงถุงลมนิรภัย 6 จุดช่วยปกป้องทั่วทั้งห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของโครงสร้างรถ

RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมี 4 รุ่นย่อย ด้วยราคาจำหน่ายดังนี้
RIDDARA RD6 2WD 63kWh ราคา (899,000)
RIDDARA RD6 2WD 73kWh ราคา (999,000)
RIDDARA RD6 4WD 73kWh ราคา (1,149,000)
RIDDARA RD6 4WD 86kWh ราคา (1,299,000)
พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ เมื่อจอง RIDDARA ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2567 
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด)
รับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี
ฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี
การรับประกันคุณภาพรถใหม่ครอบคลุมระยะเวลา 6 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร 
การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ขับเคลื่อน เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
ฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษาตามระยะทางสูงสุด 6 ครั้ง ภายใน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถขนาด 2GB ระยะเวลา 1 ปี
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 6 ปี
พร้อมกันนี้ RIDDARA ได้เปิดตัวบริการหลังการขายภายใต้ชื่อ RIDDARA CARE ที่พร้อมดูแลและให้บริการลูกค้าทุกท่านผ่านผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า RIDDARA Call Center ที่ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 02-039-5777
ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
Website : http://th.riddara.com/
Facebook : Riddara Thailand

#RiddaraThailand #unleashingboundlessjourneys

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น