เบนท์ลีย์ แบงค็อก เผยโฉม Flying Spur A Hybrid ครั้งแรกในประเทศไทย

ณ งาน AAS Roadshow at One Bangkok

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยโฉม Flying Spur A Hybrid อัครยนตรกรรมแบบซีดานที่มาพร้อมกับการตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์และเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมด้วยคอลเลกชันเบนท์ลีย์และข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ ณ งาน AAS Roadshow at One Bangkok ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ วันนี้ ถึง วันที่ 5 มกราคม 2568 เวลา 10:00 – 22:00 น. บริเวณชั้น 1 The Parade @One Bangkok

เตรียมตัว แล้วปักหมุดของคุณให้พร้อม!!กับการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ ที่มากกว่าคำว่า “เร้าใจ” ใน Porsche World Road Show 2024



กล้าไหม..ที่จะท้าทายความแรงนี้!! ปอร์เช่ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป เชิญชวนแฟนพันธุ์แท้ปอร์เช่เตรียมพบกับความเร็ว ความแรง ดุดัน ระดับเวิลล์ คลาส ในงาน “Porsche World Roadshow 2024” กิจกรรม Driving Experience ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับบรรยากาศการทดสอบสมรรถนะการขับขี่อย่างเร้าใจของยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ทุกรุ่น ให้คุณได้ท้าทายทุกความกล้า เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งการเดินทางครั้งใหม่ให้คุณ โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤศจิกายน 2567 ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

เมื่อทัพยนตรกรรมสปอร์ตสุดยอดในตำนานมาบรรจบครบครันทุกรุ่นสายการผลิต กว่า 27 คัน ไม่ว่าจะเป็น ต้นกำเนิดจากขุมพลังระดับไอคอนิก ปอร์เช่ 911 , 718 สู่ยนตรกรรมที่สะท้อนความโฉบเฉี่ยวอย่างพานาเมร่า (Panamera), คาเยนน์  (Cayenne) รวมไปถึงยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ที่ไม่ได้คราฟต์แค่ดีไซน์ แต่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตและกิจกรรมที่เป็นคุณ อย่างมาคันน์ (Macan) และ       ไทคานน์ (Taycan) พร้อมกับ Certified Porsche Instructor นักขับมืออาชีพ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่จะมอบทักษะและประสบการณ์ผ่านโปรแกรมต่างๆ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัส โลดแล่นสู่การเดินทางที่สร้างตำนานด้านหลังพวงมาลัยของท่านเอง ด้วยโปรแกรมการขับขี่ที่ดีไซน์ออกมาเพื่อตอบโจทย์ครบทุกสถานี อาทิ Handling ,Braking & Moose Test ,Slalom ,Road Tour ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ออกไปสัมผัสความเหนือระดับของขุมพลังที่ไร้ขีดจำกัดของสมรรถนะปอร์เช่ในสถานี Taxi Labs ที่ขับโดย Certified Porsche Instructor ที่มีประสบการณ์จริงจากสนามแข่งเตรียมเสิร์ฟความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการพาพุ่งทยานลงสนามไปนั่งทดสอบสมรรถนะความแรงของรถปอร์เช่อย่างดุดัน เร้าใจ 
อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้! สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ โดยมีค่าใช้จ่าย 25,000 บาท ในวันธรรมดา (วันจันทร์ – วันศุกร์) และ 30,000 บาท ในวันเสาร์ – วันอาทิตย์ (พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน) มีอาหารเช้า อาหารกลางวัน และของว่างรับรองตลอดวัน สามารถสมัครเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ปอร์เช่ทุกสาขา ให้ปอร์เช่เป็นตัวเลือกการเดินทางครั้งใหม่ ที่มากกว่าคำว่าผจญภัย ปอร์เช่คันโปรดของคุณ จะเอาอยู่แค่ไหน เตรียมไปลองกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
รายชื่อรถยนต์ปอร์เช่ในกิจกรรม Porsche World Roadshow 2024
 ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera)
 ปอร์เช่ 911 จีที 3 อาร์เอส (Porsche 911 GT3 RS)
 ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 จีทีเอส (Porsche 911 Targa 4 GTS)
 ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (Porsche 911 Turbo S Cabriolet)
 ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ คูเป้ (Porsche 911 Turbo Coupé)
 ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า2 คูเป้ (Porsche 911 C2 Coupé)
 ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า2 คาบริโอเลต (Porsche 911 C2 Cabriolet)
 718 บ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ อาร์เอส (718 Boxster Spyder RS)
 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS)
 ไทคานน์ 4เอส (Taycan 4S)
 ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่  (Taycan 4 Cross Turismo)
 ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม่  (Taycan 4S Cross Turismo)
 ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo)
 ไทคานน์ เทอร์โบ เอส ครอส ทัวริสโม่  (Taycan Turbo S Cross Turismo)
 คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybris Coupé)
 คาเยนน์ เทอร์โบ (Cayenne Turbo)
 คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS)
 มาคันน์ 4 รุ่นพลังงานไฟฟ้า (Macan 4 BEV)
 มาคันน์ เทอร์โบ รุ่นพลังงานไฟฟ้า (Macan Turbo BEV)
 พานาเมร่า 4 (Panamera 4)
 พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid)
 พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด แพลทตินั่ม อิดิชั่น (Panamera 4 E-Hybrid Platinum Edition)
 พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo)
 พานาเมร่า เทอร์โบ เอส (Panamera Turbo S)

RIDDARA ชวนสัมผัสรถกระบะไฟฟ้า 100% พร้อมรับข้อเสนอพิเศษก่อนเปิดราคาในงาน First Charge, First Meet RIDDARA วันนี้ถึง 23 ตุลาคม 2567ที่ เซ็นทรัล พระราม 2



RIDDARA เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชมและสัมผัสรถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน First Charge, First Meet RIDDARA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2567 ก่อนเผยโฉมจริงพร้อมราคาอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ลงทะเบียนจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ RIDDARA วันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ เฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น
RIDDARA เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้า ในเครือ GEELY Holding Group กลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ยกขบวนรถกระบะไฟฟ้า 100% มาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมโชว์ศักยภาพของการเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานรถกระบะรูปแบบใหม่และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เจาะกลุ่มผู้รักการเดินทางและชื่นชอบการทำกิจกรรม Outdoor ได้อย่างลงตัว
(หมายเหตุ: รถที่จัดแสดงภายในงานเป็นรถต้นแบบภายใต้แบรนด์ RADAR ที่จำหน่ายในประเทศจีนเท่านั้น โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์พร้อมราคาจัดจำหน่ายของรถกระบะไฟฟ้า RIDDARA รุ่นที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 29 ตุลาคมนี้)
 
RIDDARA มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าก่อนเปิดราคาอย่างเป็นทางการเฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนดก) และรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) โดยสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่งาน First Charge, First Meet RIDDARA หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.riddara.com/
    
พบกับ RIDDARA รถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน First Charge, First Meet RIDDARA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2567 หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
• Website : http://th.riddara.com/
• Facebook : Riddara Thailand

#RiddaraFirstMeet #RiddaraThailand #unleashingboundlessjourneys

CHANGAN Thailand เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนืออย่างต่อเนื่องส่งมอบเรือกู้ภัยท้องแบนและถุงยังชีพ ให้แก่หน่วยงานราชการ ในจังหวัดเชียงรายพร้อมส่งกำลังใจให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววัน



CHANGAN Thailand เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคเหนือ ร่วมส่งกำลังใจ พร้อมส่งมอบเรือกู้ภัยท้องแบน และถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง และยารักษาโรค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ติดค้างอยู่ในบ้านเรือน และเพื่อลำเลียงสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยระหว่างรอน้ำลด ซึ่งก่อนหน้านี้ CHANGAN Thailand
ได้ร่วมมอบถุงยังชีพ และอุปกรณ์ทำความสะอาด จำนวน 1,000 ชุด ส่งต่อแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มูลค่า 1 ล้านบาท และยังนำรถยนต์ DEEPAL S07 เปิดเป็นคลินิกเคลื่อนที่สำหรับทีมแพทย์อาสาสมัคร เพื่อดูแลผู้ป่วยจากน้ำท่วมอีกด้วย ทั้งนี้ CHANGAN Thailand ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด และพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีสเอเชีย จำกัด กล่าวว่า CHANGAN Thailand ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบว่ามีประชาชนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก และสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายลง CHANGAN Thailand มีความห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมาก พร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคเหนือ ร่วมส่งกำลังใจ พร้อมส่งมอบเรือกู้ภัยท้องแบน และถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง และยารักษาโรค ให้แก่ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ติดค้างอยู่ในบ้านเรือน และเพื่อลำเลียงสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้น

นายเซิน ซิงหัว กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากฉับพลันในภาคเหนือที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม  ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยCHANGAN Thailand ได้นำแนวปฎิบัติการดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย “การรับผิดชอบต่อสังคม” หนึ่งในปณิธานที่บริษัทยึดถือตลอดมา เพราะทุกๆ คนคือผู้สนับสนุนทำให้เราประสบความสำเร็จ ดังนั้นเราจึงพร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือและส่งต่อสิ่งดีๆ แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง

CHANGAN Thailand ขอส่งกำลังใจให้กับประชาชนในจังหวัดภาคเหนือ ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ เราหวังว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามอบให้จะสามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับทุกคนได้ ขอให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกคนทั่วประเทศไทย ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และขอให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลงในเร็ววัน ทีมงาน CHANGAN ทุกคนพร้อมจะยืนเคียงข้างเป็นกำลังใจ และมอบความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่เราจะสามารถทำได้ครับ

GAC AION เปิดตัวยานยนต์แห่งอนาคต HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าระดับไฮเอนด์พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย

GAC AION สร้างความตื่นเต้นครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ เน้นความหรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ผสานเข้ากับการออกแบบและการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยจุดเด่น 5 ด้านของตัวรถ ได้แก่ HYPTEC Design, HYPTEC Space, HYPTEC Smart, HYPTEC Energy และ HYPTEC Performance พร้อมลงสู้ศึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอความหรูหราเหนือระดับและเทคโนโลยีใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์

คุณ โอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
หลังจากที่ GAC AION ได้มีการแนะนำแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ Hyper อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว Hyper HT รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ที่หลายคนรอคอย ในงาน Motor Show 2024 ครั้งที่ 45 ที่ผ่านมา ได้มีกระแสตอบรับแรงเกินคาดมีประชาชนให้ความสนใจ Hyper HT อย่างล้นหลาม เนื่องจาก Hyper (ไฮเปอร์) เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ (Hi-End) ของ GAC AION ที่ตอบสนองความต้องการในกลุ่มลูกค้าผู้หลงใหลความเป็นที่สุด ทั้งความหรูหรา เทคโนโลยี และสมรรถนะขั้นสูง สะท้อนภาพลักษณ์ และรสนิยมอย่างเหนือชั้น ผ่านการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

โดยล่าสุด HYPER แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่เป็น HYPTEC และไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชื่อแบรนด์เท่านั้น แต่เป็นการปรับปรุงภาพลักษณ์และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น สะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีล้ำสมัยและการขยายตัวในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์จาก HYPER เป็น HYPTEC เกิดจากการศึกษาวิจัยตลาดและความต้องการของลูกค้าทั่วโลกอย่างละเอียดลึกซึ้ง ชื่อ “HYPTEC” ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคดิจิทัลอย่างเต็มที่ โดยชื่อแบรนด์ HYPTEC มีที่มาจาก “Hyper” สื่อถึงความสุดยอดและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และ “Technology” สื่อถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแค่หรูหรา แต่ยังล้ำหน้าด้วยคุณสมบัติทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่โดดเด่น

คุณ พอนตุส ฟอนเทอุส (Pontus Fontaeus) ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ GAC Advanced Design Los Angeles และผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ HYPTEC ได้กล่าวว่า ปรัชญาการออกแบบของ HYPTEC เริ่มต้นจากหลักปรัชญาการออกแบบ Human-Machine Symbiotic Aesthetics ที่มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และธรรมชาติอย่างลงตัว ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าทึ่งให้แก่ผู้ใช้ ด้วยการออกแบบภายในที่ทันสมัยและเรียบง่าย สะท้อนถึงบรรยากาศที่หรูหราของการเดินทางระดับเฟิร์สคลาส และเต็มไปด้วยบรรยากาศที่สะดวกสบาย
คุณ สวี่เจ้าหยู่ (Xu Zhaoyu) ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ ได้กล่าวว่า HYPTEC HT ถูกพัฒนาขึ้นด้วย 5 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ HYPTEC Design, HYPTEC Space, HYPTEC Smart, HYPTEC Energy และ HYPTEC Performance ที่เป็นการผสมผสานความสวยงามทางด้านดีไซน์, พื้นที่ภายในห้องโดยสาร, เทคโนโลยีอัจฉริยะ, การจัดการพลังงาน และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม รวมกันไว้ใน HYPTEC HT เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้า ทำให้ทุกคนหลงใหลในทุกการขับขี่ พร้อมเป็นเพื่อนคุณในทุกเส้นทาง

สำหรับการเปิดตัว HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ ในครั้งนี้ เปิดตัวด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่
• HYPTEC HT 620 Premium ราคาจำหน่าย 1,449,000 บาท
• HYPTEC HT 620 Luxury (ประตูปีกนก) ราคาจำหน่าย 1,749,000 บาท

สิทธิประโยชน์ HYPTEC Exclusive Privilege*
1. Financial Benefit ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เมื่อดาวน์ 30% ผ่อน 48 งวด)
*เมื่อรับรถและจดทะเบียนรถ ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 เท่านั้น
2. Exclusive Warranty Package
1.1 รับประกันแบตเตอรี่ และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวม ตลอดอายุการใช้งาน
(เฉพาะเจ้าของรถส่วนบุคคล ผู้ครอบครองรถลำดับที่ 1, และไม่ใช้งานรถในลักษณะเชิงพาณิชย์)
*กรณีไม่เข้าตามเงื่อนไขด้านบน ระยะการรับประกันสำหรับชิ้นส่วนแบตเตอรี่ และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวม จะถูกปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการรับประกันเป็น 8 ปี หรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดยนับจากวันที่ออกรถ
1.2 รับประกันคุณภาพรถยนต์ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
1.3 รับประกันชิ้นส่วนประตูปีกนก 8 ปี หรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
3. Insurance Gift ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
4. Exquisite Gifts ฟรี ฟิล์มกระจก แผ่นรองเท้า ค่าจดทะเบียน
5. Exclusive Deal for Home Charger ฟรี Home Chager พร้อมบริการติดตั้ง (ฟรีสายไฟความยาวไม่เกิน 20 เมตร / รับประกันเครื่องชาร์จ 1 ปี)
6. In-car Internet Service แพ็กเกจอินเตอร์เน็ตในรถยนต์ฟรี นาน 2 ปี ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน
7. Lifetime OTA Firmware Update ล้ำสมัยตลอดการขับขี่ บริการอัพเกรดซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องในระบบรถยนต์ฟรีตลอดชีพ
8. 24 Hours Roadside Service บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

โดย HYPTEC HT มาพร้อม 5 จุดเด่น ที่จะสร้างปรากฏการณ์การขับขี่ก้าวล้ำทันสมัย ดังนี้
HYPTEC Design
HYPTEC HT ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเหมือนผลงานศิลปะ เปรียบเสมือนแสงและเงาที่ไหลเวียนบนพื้นผิวที่เคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยน ตามหลักแนวคิด Aesthetics of mechanics and humanity สุนทรียศาสตร์ทางกลไกที่ผสมผสานกับความเป็นมนุษย์ ด้วยเส้นสายที่โค้งมนและลื่นไหล พร้อมด้วยดีไซน์หลังคาแบบลาดเอียง (Fastback) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ดีไซน์ด้านหน้าได้รับแรงบันดาลใจจาก อัญมณีคริสตัล ที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน สร้างรูปลักษณ์หน้ารถที่เต็มเปี่ยมด้วยความลึกลับและสง่างามด้วยเทคนิคการขัดอัญมณี ไฟหน้าดีไซน์ Diamond Cut การออกแบบแบบคลาสสิกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพชร ส่องประกายอย่างสดใส ไฟท้าย Horizon ดีไซน์ไฟท้ายแบบรัน-ทรู ส่องแสงยามค่ำคืนเหมือนเส้นขอบฟ้าที่งดงาม

ไฮไลท์ที่โดดเด่นของ HYPTEC HT ก็คือ ประตูปีกนก (Gull wing doors) ที่นอกจากจะดูสวยงามและโดดเด่น ยังมอบพื้นที่การขึ้นลงขนาดใหญ่เป็นพิเศษด้วยความสูงของการเปิดที่ 2.3 เมตร ทำให้ไม่จำเป็นต้องก้มศีรษะหรือย่อตัวเมื่อต้องขึ้นหรือลงจากรถ สามารถเปิดประตูในที่จอดรถแคบๆได้อย่างง่ายดาย ต้องการระยะด้านข้างเพียง 34 ซม. เพื่อเปิดประตู ทำให้ปรับตัวได้ดีกับพื้นที่จอดรถทั่วไป ระบบหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางอัจฉริยะของระบบประตูปีกนกติดตั้งเรดาร์ 12 จุด ทำให้การเปิดประตูมีความชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น ระบบดูดประตูไฟฟ้า ช่วยให้ประตูเปิดและปิดได้อย่างเงียบสนิทโดยไม่ส่งเสียงรบกวน (เฉพาะรุ่น 620 Luxury)

HYPTEC HT มาพร้อมสีตัวถังภายนอกทั้งหมด 5 สี และสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ดังนี้
สีภายนอก (Exterior)
– Rose Star (โรสสตาร์) *เฉพาะรุ่น 620 Luxury
– Spinel Grey (สปิเนลเกร)
– Alpine White (อัลไพน์ไวท์)
– Crystal Silver (คริสตัลซิลเวอร์)
– Onyx Black (โอนิกซ์แบล็ก)

สีภายใน (Interior)
– Berlin Beige (เบอร์ลินเบจ) *เฉพาะรุ่น 620 Luxury
– Midnight Black (มิดไนท์แบล็ก)
– Olympus Brown (โอลิมปัสบราวน์)

HYPTEC Space
HYPTEC HT นำเสนอมิติใหม่ของความสะดวกสบายและความหรูหราเหนือระดับ ด้วยห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาสขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อการพักผ่อนที่สะดวกสบาย เบาะนั่งโดยสารหุ้มด้วยวัสดุหนัง Nappa คุณภาพสูงและที่พักแขนทำจากวัสดุไม้แท้ ให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยฟีเจอร์เบาะรองน่องผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า พนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้มากถึง 143 องศา ทำให้ผู้โดยสารสามารถนอนพักผ่อนได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มความสบายระหว่างการเดินทางด้วยที่รองขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ทำให้ผู้โดยสารสามารถเหยียดขาได้อย่างอิสระ ลดอาการเมื่อยล้าของขาและเท้าระหว่างการเดินทางไกล นอกจากนี้ยังมีโต๊ะอเนกประสงค์ในเบาะหลังคนขับดีไซน์โค้ง เพื่อลดอันตรายจากการกระแทกสำหรับเด็ก เบาะนวดไฟฟ้า 10 จุดคู่หน้า มอบความเพลิดเพลินจากการนวดระดับสปาด้วยโหมดการนวด 5 รูปแบบ
หลังคากระจกพาโนรามาขนาด 2.6 ตารางเมตร พร้อมม่านไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น 620 Premium) ให้การป้องกันแสงแดดและสะท้อนความร้อนได้ดียิ่งขึ้น กระจกลามิเนตสองชั้นรอบคัน ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก สร้างพื้นที่ส่วนตัวที่เงียบสงบ พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่พิเศษ 670 ลิตร สามารถบรรจุกระเป๋ากอล์ฟได้ถึงสามใบ พร้อมด้วยพื้นที่จัดเก็บสัมภาระแบบสองชั้นขนาด 80 ลิตร สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว และอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดเก็บด้านหน้ารถใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 55 ลิตร
สัมผัสสุนทรียภาพที่เหนือกว่า ด้วยระบบเสียง Dolby Atmos 7.1.2 พร้อมลำโพงคุณภาพสูง 22 ตำแหน่ง สร้างประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่สมจริง ทำงานร่วมกับซับวูฟเฟอร์ ให้เสียงเบสที่หนักแน่นเหมือนการแสดงสดที่น่าประทับใจ พร้อมลำโพงอิสระที่ตำแหน่งไหล่ของผู้ขับขี่ ช่วยให้สามารถพูดคุยโทรศัพท์หรือฟังระบบนำทางโดยไม่รบกวนการฟังเพลงหรือภาพยนตร์ของผู้โดยสาร หน้าจอความละเอียดสูง 2.5K ขนาด 14.6 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิป Qualcomm 8155 ที่ช่วยให้การเล่นลื่นไหล รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และแอปพลิเคชันอื่น ๆ นอกจากนี้ HYPTEC HT ยังมาพร้อมระบบน้ำหอมปรับอากาศ ที่สามารถสั่งการผ่านหน้าจอกลาง เลือกกลิ่นได้ถึง 3 รูปแบบ

HYPTEC Smart
ห้องโดยสารอัจฉริยะ ADiGO SPACE มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบ 4 ตำแหน่ง ไม่ว่าผู้ใช้อยู่ที่ใดภายในรถ ระบบสามารถรับรู้และดำเนินการตามคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว, ระบบเตือนเมื่อเหนื่อยล้าหรือเสียสมาธิขณะขับขี่ ระบบสามารถวิเคราะห์สถานะการขับขี่ของผู้ขับได้อย่างชาญฉลาด และจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยเสียงและข้อความบนจอคอนโซลกลาง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ รวมถึงฟีเจอร์การปรับที่นั่งสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าแบบคลิกเดียว สามารถเลื่อนที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าไปด้านหน้าด้วยการกดเพียงครั้งเดียว เพื่อเพิ่มพื้นที่นั่งในแถวที่สองได้อย่างง่ายดาย

HYPTEC Energy
HYPTEC HT มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 250 กิโลวัตต์ ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 340 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง มอบอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 5.8 วินาที ทำงานคู่กับแบตเตอรี่ Magazine Battery 2.0 แบบ lithium ion phosphate ขนาดความจุ 83.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยและคุณสมบัติที่ดียิ่งขึ้น พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ และเทคโนโลยี “ซูเปอร์ชาร์จ” รองรับการชาร์จเร็ว สามารถชาร์จไฟจาก 10-70% ได้ภายใน 15 นาที วิ่งได้ระยะทาง 372 กม. และมีระยะทางขับขี่ไกลสูงสุด 620 กม. สามารถเดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ – โคราช โดยไม่ต้องชาร์จไฟระหว่างทาง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังสูงสุด 3,300 วัตต์

HYPTEC Performance
ระบบควบคุมการขับขี่ที่ทรงพลังของ HYPTEC HT ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม AEP 3.0 ช่วยให้การควบคุมรถขนาดใหญ่เป็นเรื่องงาน ด้วยรัศมีวงเลี้ยว 5.6 เมตร ให้ความคล่องตัวสูง สามารถกลับรถได้ง่าย การจูนช่วงล่างที่มีต้นแบบจากรถซูเปอร์คาร์ พวงมาลัยที่ตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งได้ ทั้งในด้าน อัตราเร่ง/การเบรก/พวงมาลัย และการฟื้นฟูพลังงานได้อย่างอิสระ ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbones) และด้านหลังแบบอิสระ 5-Link ช่วยเพิ่มสมรรถนะและความสบายในการขับขี่ ลดการโคลงและสะเทือนในขณะจอดหรือเลี้ยว เสริมด้วย ASTC (Eagle Claw) ระบบรักษาเสถียรภาพอัจฉริยะ ช่วยปรับสมดุลของตัวรถโดยอัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยงจากการลื่นไถลของรถในสภาพฝนตก หรือเมื่อรถเสียการควบคุม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
HYPTEC HT ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากสถาบัน C-NCAP และได้รับคะแนนระดับ G (ระดับสูงสุด) ในด้านการปกป้องผู้โดยสาร , การปกป้องคนเดินถนน และความปลอดภัยเชิงรุก จากสถาบัน Zhongbao Research พร้อมด้วยช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะมากมาย ดังนี้
• ถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านหน้า (SRS Airbags)
• ถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านข้างตอนหน้า
• ม่านถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านข้าง
• ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
• ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน (LDP)
• ระบบไฟสูงอัจฉริยะ (IHBC)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)
• ระบบเตือนการเปิดประตู (DOW)
• ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหลังเข้าใกล้ (RAW)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (ACC-S&G)
• ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ICA)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA)
• ระบบควบคุมความเร็วในขณะเข้าโค้ง (CSC)
• ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DMS)
• ระบบเสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS)
• ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
• ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

คุณ โอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) ยังได้กล่าวอีกว่า “GAC AION ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบพลังงานควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานใหม่ เราทำงานร่วมกับ GAC Energy โดยตั้งเป้าสร้างสถานีชาร์จ 25 แห่งในปีนี้ และสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จภายในรัศมี 15 กิโลเมตรทั่วกรุงเทพฯ”

“ภายในปี 2570 เราวางแผนจะสร้างสถานีชาร์จให้ครอบคลุม 100 เมืองทั่วประเทศ เป็นจำนวน 200 แห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า AION และ HYPTEC จะได้รับความสะดวกสบายในการชาร์จไฟฟ้า ในด้านการพัฒนาบุคลากร เราได้เพิ่มจำนวนพนักงานในประเทศไทยถึง 12.6 เท่า จากช่วงเริ่มต้น และได้สนับสนุนการสร้างงานในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง”

โตโยต้า ร่วมกับ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จัดงาน “Toyota Greentown Sing in Harmony with Nature” ขับขานบทเพลง สู่ธรรมชาติยั่งยืน ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2



โตโยต้า ร่วมกับ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา จัดงาน “Toyota Greentown Sing in Harmony with Nature”
ขับขานบทเพลง สู่ธรรมชาติยั่งยืน ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สอง พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ วง Asia7 ณ ศูนย์การเรียนรู้ โตโยต้า
เมืองสีเขียว อยุธยา เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา
กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงความสามารถทางดนตรีจากกลุ่มนักเรียน และศิลปินชื่อดัง การเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ภายในโตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าจากชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในสังคมไทย ผ่านการผสมผสานศิลปะด้านดนตรีที่เยาวชนให้ความสนใจ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้าน ได้แก่
• การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Increasing Green Area)
• การจัดการขยะ (Waste Management)
• การอนุรักษ์น้ำ (Water Management)
• การลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก (Renewable Energy)
• การเดินทางอย่างยั่งยืน (Sustainable Transportation)

งานในครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมต่อเนื่องจากครั้งแรกที่จัดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยโตโยต้ายังมีแผนในการต่อยอดกิจกรรมนี้ อีก 2 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 1 พฤศจิกายน พบกับวง Tillybirds และ วันที่ 20 ธันวาคม พบกับวงนิวคันทรี่

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมนี้เพิ่มเติม ได้ที่
Facebook Fan Page: https://www.facebook.com/ToyotaCSR

คนไทยไม่เคยทิ้งกัน ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม จังหวัดน่าน

โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ จัดตั้งโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน มหกรรมยานยนต์หรือ ร่วมขบวนคาราวานจิตอาสา กับเพื่อนๆ สื่อมวลชนสายยานยนต์ เดินทางไปมอบน้ำดื่ม ขวด และเพื่อช่วยฟื้นฟู ทำความสะอาดโรงเรียน เพื่อเป็นกำลังใจให้น้องๆ ที่ โรงเรียนชุมชนบ้านดอนตัน อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

วินฟาสต์ (VinFast) สบช่องกำลังซื้อคนชั้นกลางในอาเซียนยังแกร่งเร่งขยายตลาดกับกลยุทธ์ Celebrity Marketing ประเดิมด้วยซูเปอร์สตาร์เกาหลี

สัดส่วนประชากรชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยด้วย จะมีบทบาทสำคัญ
ในการกำหนดทิศทางตลาดยานยนต์ภายในปี 2573 คนชั้นกลางรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ
ความสะดวกสบาย และความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ความต้องการในด้านยานพาหนะของคนกลุ่มนี้จะมุ่งเน้น
ที่ความคล่องตัวในการใช้งานจริง เทคโนโลยี และความคุ้มค่ากับราคาที่จ่าย ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งวินฟาสต์ แบรนด์รถยนต์ชั้นนำจากเวียดนาม
กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะมีจำนวนเติบโตอย่างมาก โดยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 จะมีสัดส่วนถึงสองในสามของประชากรทั้งหมด เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากระดับเพียง 29% ในปี 2553 ตามรายงานของ PwC ปี 2561 ชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตนี้กำลังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดแนวโน้ม
ความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต ด้วยพฤติกรรมที่พร้อมจะจ่ายเพื่อคุณภาพ ความสะดวกสบาย และทางเลือก
ที่เหนือกว่า
รถยนต์เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สำคัญในภูมิทัศน์ของตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์มักใช้เป็นตัววัดสุขภาวะทางการเงินและกำลังซื้อของกลุ่มชนชั้นกลาง อย่างไรก็ตาม ประชากรกลุ่มนี้ไม่เพียงแค่มุ่งมั่นสร้างสถานะทางสังคม แต่ยังมีความตื่นตัวในด้านสิ่งแวดล้อมและหันมาสนใจตัวเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรถยนต์ไฟฟ้า
การสำรวจของ Milieu ในปี 2564 ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความสนใจใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างมาก โดยมีสัดส่วนถึง 56% ในประเทศไทย 51% ในเวียดนาม และ 47% ในฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

VF 5 มีความยาว 3,967 มม. กว้าง 1,723 มม. สูง 1,578 มม. จึงมีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง ภายในกว้างขวางด้วยเบาะ 5 ที่นั่ง พรั่งพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอคอนโซลขนาด 8 นิ้ว ระบบระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) พื้นฐาน และคุณสมบัติด้านความปลอดภัย เช่น ถุงลมนิรภัย 4 ใบ ระบบเบรค ABS,
ระบบช่วยกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD), ระบบช่วยเบรก, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESC) และสัญญาณกันขโมย
วินฟาสต์ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการสัญจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
โดยล่าสุด ได้แต่งตั้ง คิม ยูจอง นักแสดงสาวชื่อดังชาวเกาหลีใต้ เป็นแอมบาสซาเดอร์ของรถยนต์ VF 5
ความงามของคิม ยูจอง ที่ผสมผสานเสน่ห์แบบกุลสตรีกับความเฉลียวฉลาดแบบสาวยุคใหม่ สะท้อนถึงคุณสมบัติของ VF 5 รถยนต์อเนกประสงค์คู่ใจที่ใช้ขับขี่ในชีวิตประจำวันบนถนนอันพลุกพล่านของกรุงเทพฯ ไปจนถึงบนถนน
เลียบชายหาดอันเงียบสงบในภูเก็ต
วินฟาสต์ กำลังเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครบไลน์ทุกรุ่นในประเทศไทย ประเดิมด้วย VF 5 ซึ่งนำมาให้ชาวไทย
ได้สัมผัสกันได้อย่างใกล้ชิดกับเอกซ์คลูซีฟป็อปอัพในศูนย์การค้าชั้นนำทั่วประเทศ โดยเริ่มจากศูนย์การค้า
เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 9 – 14 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา

เบนท์ลีย์ แบงค็อก เชิญร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ความหรูหราแห่งอัครยนตรกรรม

พร้อมเปิดประสบการณ์ลักชูรีไดรฟ์ใจกลางไข่มุกแดนอีสาน

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เชิญชาวอุดรและจังหวัดใกล้เคียงร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ความหรูหราแห่งอัครยนตรกรรม พร้อมเปิดประสบการณ์ลักชูรีไดรฟ์ไปกับ Bentley Bentayga Hybrid และ Bentley Flying Spur Hybrid ที่จะมอบความเร้าใจในการขับขี่ฉบับเบนท์ลีย์ด้วยสุดยอดสมรรถนะและประสิทธิภาพจากขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดที่เหนือชั้น และพบกับข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบและสินค้าไลฟ์สไตล์คอลเลกชันเบนท์ลีย์ใหม่ล่าสุดในงาน ‘Bentley Bangkok Extraordinary Showcase in Udon Thani 2024’ วันที่ 10 – 16 กรกฎาคม 2567 บริเวณลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุดร จังหวัดอุดรธานี ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถนัดหมายเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 080-925-9999 หรือ LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V

อีวี ไพรมัส เปิดตัว วู่หลิง บิงโก อีวี (Wuling Binguo EV) ด้วยราคาช่วงแนะนำ เริ่มต้น 419,000 บาท



• สร้างความเชื่อมั่น เปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานใจกลางกรุงเทพ และ ศูนย์เทคนิค บริหารมาตรฐานการบริการหลังการขายของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ
• ลงทุน 200 ล้านบาทในโรงงานประกอบที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เริ่มผลิตได้สิงหาคม 67 นี้
• เปิดรับจองพร้อมกันทั่วประเทศแล้ววันนี้ อัดแน่นด้วยโปรโมชั่นสุดเร้าใจ
บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า วู่หลิง (WULING) แต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) และดีลเลอร์ 41 แห่ง เปิดตัว วู่หลิง บิงโก อีวี พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการ จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเปิดให้จองพร้อมกันหลังพิธีเปิดตัวในราคาช่วงแนะนำ เริ่มต้น 419,000 บาท และแพ็กเกจโปรโมชั่น สำหรับ 1,000 คันแรก
นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด เปิดเผยว่า ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง อีวี ไพรมัส ให้ความเคารพการแข่งขันอย่างเสรี โดยบริษัทฯ จะไม่ใช้ราคาเป็นหัวใจของการทำตลาด แต่มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างเชิงผลิตภัณฑ์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ในราคาเปิดตัวที่คุ้มค่าที่สุด
ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดแบรนด์ครั้งแรก ในวันที่  3 กรกฏาคม 2566 นับมาจนวันนี้ก็ครบ 1 ปีพอดี อีวี ไพรมัส ได้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า วู่หลิง แอร์อีวี (Air EV) ในตลาดไปแล้วกว่า 1,400 คัน และ ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค ชูจุดเด่นเรื่องการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และ คุณภาพที่ดี
วันนี้ อีวี ไพรมัส พร้อมที่จะยกระดับแบรนด์ WULING ขึ้นไปอีกระดับ โดยหลังจากเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ปลายปีทีผ่านมา วันนี้ทางบริษัทฯ มีการเปิดตัวสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ที่ตลิ่งชัน เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน พร้อมศูนย์เทคนิคมาตรฐานบริการหลังการขายของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันขยายเครือข่ายไปแล้วกว่า 40 โชว์รูม และ มีการพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้ง ยังมีการร่วมกับ บริษัท SGMW หรือ SAIC-GM-WULING (SGMW) ผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ WULING และ BAOJUN จากจีน ในการจัดตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า WULING ในไทย ในงบลงทุนกว่า 200 ล้าน ซึ่งดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และ ณ วันนี้ บริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่าโรงงานมีความพร้อมกว่า 90% แล้ว และ พร้อมที่จะผลิตรถยนต์ไฟฟ้า WULING ออกมาจำหน่ายในไทย เริ่มตั้งเดือน สิงหาคม 2567 นี้ โดยจะมียอดผลิตได้สูงสุด 10,000 คันต่อปี รองรับยอดขายในไทยที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“ภายใต้ภาวะการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงในขณะนี้ แม้จะเป็นวิกฤต แต่ก็เป็นโอกาสในตัวมันเอง ในช่วงเวลานี้ รถยนต์ไฟฟ้าในช่วงราคา 5 แสนบาท กำลังเป็นที่สนใจของผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ดี ผมเคารพการแข่งขันด้านราคาครั้งนี้ แต่จะไม่ขอเข้าร่วมสงครามราคาอย่างแน่นอน เพราะผู้บริโภคเองจะเป็นคนตัดสินใจในความคุ้มค่า และ ความพอใจในการออกแบบของ วู่หลิง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมพูดได้คือ ราคาที่เราเปิดในวันนี้ คือ เป็นราคาที่ดีที่สุดที่เรานำมาเสนอให้ผู้บริโภคตั้งแต่วันแรก” นายพิทยา กล่าว

วู่หลิง บิงโก อีวี ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ สไตล์ เรโทรคลาสสิก และ ภายในที่ความกว้างขวาง มอบพื้นที่นั่งสบายสำหรับครอบครัว พร้อมช่องเก็บสัมภาระเอนกประสงค์กว่า 15 ช่อง และ ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ แบบ Deep Sunk มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 50 kW หรือ 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุด 120 กม./ชม. ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 31.9 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 333 กม.ต่อการชาร์จเต็ม รองรับการชาร์จแบบ AC 6.6kw และ การชาร์จแบบ DC 50kw (ในรุ่น DC) ควบคู่ไปกับห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ด้านท้ายสูงสุดถึง 790 ลิตรเมื่อพับเบาะ อำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย
วู่หลิง บิงโก อีวี มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกสวยงามตามแนวคิด Timeless Retro Design ผสมผสานความทันสมัยและความคลาสสิกเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยการตกแต่งด้วยไฟหน้า-หลังแบบ X-Shaped LED และดีไซน์ล้อแม็กซ์สุดล้ำสมัย มีให้เลือก 3 สีสันสุดคลาสสิกได้แก่ สีชานม (Milk Tea) สีฟ้ากาแล็กซี (Galaxy Blue) และสีเขียวมูส (Mousse Green)
ทางด้าน มร. Xue Haitao รองประธานบริษัท SAIC-GM-WULING (SGMW) จากจีน และ มร. Shi Guoyong กรรมการผู้จัดการใหญ่ PT SGMW จาก อินโดนิเซีย ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงจากวู่หลิง ร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ และกล่าวเสริมว่าราคาเปิดตัวของวู่หลิง บิงโก อีวี ในวันนี้ เป็นราคาที่ วู่หลิง และ อีวี ไพรมัส ได้พิจารณาร่วมกันภายใต้ประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค ดังนั้น ราคาของ วู่หลิง บิงโก อีวี จะไม่มีต่ำไปกว่านี้อย่างแน่อน
มร. Shi Guoyong กรรมการผู้จัดการใหญ่ PT SGMW อินโดนิเซีย กล่าวเพิ่มเติมว่า “SGMW ให้ความสำคัญกับตลาดไทยอย่างมาก วันนี้ ผมยืนอยู่ตรงนี้ ไม่เพียงแต่มาร่วมงานเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สอง วู่หลิงบิงโก ในไทยเท่านั้น แต่ผมยังมาเพื่อยืนยันความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นกับ อีวี ไพรมัส พันธมิตรหลักของเราในไทย เราทั้งสองได้มีการจัดตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้า วู่หลิง ในไทย ร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
เพราะฉะนั้น วู่หลิง ไม่ได้แค่นำรถมาขายในไทย แต่ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี การประกอบรถยนต์ไฟฟ้า วู่หลิง ในไทย การพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าในไทย รวมถึงการร่วมกับ อีวี ไพรมัส ในการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย สร้างมาตรฐานในการจำหน่ายและบริการที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทย มีรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูง ประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
วู่หลิง บิงโก เป็นรถรุ่นที่สองที่เรานำเสนอต่อตลาดไทย และ เราจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ เราจะมีผลิตภัณฑ์อีกมากมาย ที่มีตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยมานำเสนอต่อตลาดไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในไทยอย่างยั่งยืน”

วู่หลิง บิงโก อีวี มี 2 รุ่นคือ BINGUO EV AC ราคาเริ่มต้นช่วงแนะนำ 419,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง และ BINGUO EV DC ราคาเริ่มต้นช่วงแนะนำ 449,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยลูกค้าสามารถเลือกที่จะ Upgrade รถทั้งสองรุ่น เป็นรถรุ่น THE ICON โดยจ่ายเพิ่ม 30,000 บาท และ จะได้ออฟชั่นของแถมเพิ่มมูลค่ากว่า 100,000 บาท ดังต่อไปนี้
• Apple Carplay / Android Auto แบบไร้สาย
• กล้องบันทึกข้อมูลการขับขี่ DVR 1080p Full HD
• แพ็กเกจ รับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Passive Lifetime Warranty)
• Wallbox Home Charging 7kw พร้อมติดตั้ง
มร. Xue Haitao รองประธาน บริษัท SAIC-GW-Wuling (SGMW) กล่าวว่า วู่หลิง บิงโก อีวี เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน นับจากเปิดตัวครั้งแรกใน เดือน เมษายน ปี 2566 จนถึงขณะนี้ มียอดจำหน่ายไปแล้วสูงถึง 280,000 คัน ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถวู่หลิงพวงมาลัยขวา ได้เปิดตัว วู่หลิง บิงโก อีวี ไปเมื่อ ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา มียอดขายทั้งสิ้นกว่า 8,000 คัน ดังนั้น การเปิดตัว วู่หลิง บิงโก อีวี ในประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่ 2 ที่มีการเปิดตัวนอกประเทศจีน จึงเชื่อมั่นอย่างมาก ว่ารถรุ่นนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดประเทศไทย
นายพิทยา กล่าวว่า ราคาเปิดตัว วู่หลิง บิงโก อีวี ครั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่จอง 1,000 คันแรก เท่านั้น โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขาย วู่หลิง บิงโก อีวี ไว้ที่ 2,000 คันภายในปีนี้

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น