Vintage Car Show at  ICONSIAMจัดแสดงรถคลาสสิคยุค ’60 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา


           
สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ริมเจ้าพระยา จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉมรถสุดคลาสสิคระดับตำนานยุค ’60 ที่หาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569

ดร. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “Vintage Car Show at  ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “ยุคแห่งความงามสุดคลาสสิค – The Beauty of 60s Classics” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยนำ รถคลาสสิคในช่วงทศวรรษ 1960 ที่มีเส้นสาย ทรวดทรงงดงามราวกับงานศิลปะที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา มาให้ชมอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามมุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับที่ผสานสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกัน ในฐานะ ‘Global Experiential Destination’ การจัดงาน Vintage Car Show ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถยนต์โบราณทั่วไป แต่เป็นการผสานงานศิลป์ ประวัติศาสตร์ และไลฟ์สไตล์วินเทจระดับเวิลด์คลาส เข้ากับทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของโค้งน้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งมอบความประทับใจที่แตกต่างและเป็นมิติใหม่แห่งการท่องเที่ยว ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกมุมโลก”

ไฮไลต์ในงานปีนี้ ได้แก่ Mercedes-Benz 190SL ปี 1958 หนึ่งในรถสปอร์ทเปิดประทุนระดับตำนานของโลก Triumph TR3A Roadster ปี 1961 รถสปอร์ทอังกฤษพันธุ์แท้จากเมืองโคเวนทรี รูปทรงปราดเปรียว Fiat 500N ปี 1957 รถที่มีความนิยมจนเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี ขนาดกะทัดรัด มีเสน่ห์ที่ประตูย้อน และหลังคาผ้าใบสามารถเปิดม้วนเก็บได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ยังมี Alfa Romeo 2600 Sprint ปี 1962, Morris Mini Traveller MK I Woody ปี 1962, Mercedes-Benz 230SL Pagoda ปี 1963, Jaguar E-Type Series I ปี 1964, Ford Mustang Hardtop ปี 1966, Jaguar Mark II ปี 1967 และ Nissan Skyline KGC10 ปี 1970

งานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก TOYOTA, ZEEKR, พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK, JOIN BOAT PLATFORM, บริษัท เมกไกวส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43”

เชิญชมรถทรงคุณค่า หายากในงาน “Vintage Car Show at  ICONSIAM” ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ  ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Vintage Car Club of Thailand และ http://www.iconsiam.com

วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) ตอกย้ำกระแสตอบรับ DARION เดินหน้าบุกตลาดรถครอบครัวอีกรุ่น เปิดตัว WULING EKSION รถไฟฟ้า C-SUV 7 ที่นั่ง ชูคอนเซ็ป ‘Go Big Go Eksion’ สนนราคาเริ่มต้น 799,000 บาท


● “DARION” กระแสตอบรับแข็งแกร่ง ครองอันดับ 1 กลุ่มรถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569
● พร้อมเปิดตัว “WULING EKSION” รถไฟฟ้า C-Segment SUV 7 ที่นั่ง
ชูแนวคิด “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น”

กรุงเทพฯ – 1 ตุลาคม 2569 – บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ WULING หลังรถยนต์รุ่น DARION สร้างการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย ครองอันดับ 1 กลุ่มรถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปิดตัว WULING EKSION (วู่หลิง แอ็กชั่น) รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ C-Segment SUV 7 ที่นั่ง รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวไทย เดิมใช้รถจำพวก PPV ให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย และความสะดวกสบาย สมรรถนะ จำนวนที่นั่ง รวมถึงภาพลักษณ์ของรถ SUV ขนาดใหญ่ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมสัมผัสของจริงได้ที่ Wuling Mini Motor Show ณ ศูนย์การค้า Mega Bangna โซน Take Home Lobby ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม 2569 และโชว์รูมใกล้บ้านทั่วประเทศ

WULING เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น “DARION” ตอบรับตลาด MPV อย่างต่อเนื่อง
นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจและการตอบรับของแบรนด์ในประเทศไทยว่า WULING ยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ WULING ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ที่ทำได้รวม 5,033 คัน แบ่งเป็น BINGO จำนวน 285 คัน, DARION จำนวน 3,298 คัน และ PORTA จำนวน 1,450 คัน โดย DARION ยังคงเป็นรุ่นที่มียอดขายสูงสุดของแบรนด์”

โดยสถิติที่น่าสนใจในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา DARION ครองอันดับ 1 กลุ่มรถ MPV-VAN ประตูสไลด์ ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ด้วยยอดจดทะเบียน 897 คัน ส่วนแบ่งตลาด 33.9% สะท้อนความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์ WULING ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ ความคุ้มค่า และประสบการณ์การใช้งานจริง

นายพิทยากล่าวต่อด้วยว่า “ผลตอบรับจาก DARION เป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่า ลูกค้าไทยเปิดรับ WULING มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนไทย และในขณะเดียวกันก็เดินหน้าพัฒนามาตรฐานโชว์รูม ศูนย์บริการกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านอะไหล่ และมีการอบรมช่างเทคนิคสำหรับศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของแบรนด์และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ในประเทศไทย สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว”

เปิดศึกตลาด SUV ด้วย “WULING EKSION” รถไฟฟ้า C-Segment SUV 7 ที่นั่ง ที่ออกแบบมาด้วยแนวคิดเพื่อ “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น” เทียบไซส์ PPV ในราคาจับต้องได้

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การเปิดตัว WULING EKSION รถยนต์ไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ C-Segment SUV 7 ที่นั่ง บนสถาปัตยกรรม Tianyu Architecture ซึ่ง WULING พัฒนาขึ้นสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการรถ SUV ที่มีขนาดใหญ่ ใช้งานได้หลากหลาย และรองรับสมาชิกครอบครัวได้ถึง 7 คน โดยมาในแนวคิด “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น”

Mr. Mike Chen รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว EKSION ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ WULING ในการขยายทางเลือกสำหรับผู้บริโภคไทย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่ต้องการความกว้างขวางของรถขนาดใหญ่ แต่ต้องการความคล่องตัวและรูปแบบการใช้งานของ SUV มากกว่ารถตู้

เราภูมิใจนำเสนอ “EKSION” ให้ผู้บริโภคชาวไทย เพราะเราเชื่อว่าครอบครัวยุคใหม่ไม่ได้มองหาเพียงรถที่ใหญ่ขึ้น แต่ต้องการรถที่สามารถทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น สนุกขึ้น และใช้ชีวิตได้หลากหลายมากขึ้น EKSION จึงถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องพื้นที่ ความสบาย เทคโนโลยี และความคุ้มค่าในรถคันเดียว”

ใหญ่กว่าที่คิด เติมความสบายครบทั้ง 7 ที่นั่ง
WULING EKSION มีขนาดตัวรถ 4,745 x 1,850 x 1,755 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,810 มิลลิเมตร พร้อมห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง จัดวางแบบ 2+3+2 มีพื้นที่เก็บสัมภาระเริ่มต้น 320 ลิตร ซึ่งสามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 1,945 ลิตร เมื่อพับเบาะ

สำหรับระบบขับเคลื่อน EKSION เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 150 kW หรือ 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ LFP ความจุ 69.2 kWh สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มตามมาตรฐาน CLTC และรองรับ DC Fast Charge โดยสามารถชาร์จจาก 30–80% ได้ประมาณ 20–35 นาที

WULING EKSION ยังได้รับการออกแบบให้เน้นพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกสบาย โดยมาพร้อมหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 12.8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto, หน้าจอเรือนไมล์ TFT ขนาด 8.8 นิ้ว, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลังครบทุกแถว, Wireless Charger 50W และฟังก์ชัน V2L สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก

ด้านความปลอดภัย EKSION มาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อม Transparent Chassis รวมถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS อาทิ Adaptive Cruise Control, Autonomous Emergency Braking, Lane Keeping Assist และ Blind Spot Detection

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือโครงสร้างตัวถังที่ใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงในสัดส่วน 74.9% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการออกแบบเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของตัวรถ

“รถใหญ่ ราคาเข้าถึงง่าย” อีกทางเลือกรถไฟฟ้าสำหรับครอบครัวไทย
วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) วาง EKSION ให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความรู้สึกและขนาดรถในระดับใกล้เคียงรถ PPV ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย แต่ยังต้องการความคล่องตัวของ SUV และพลังงานไฟฟ้า 100% โดยบริษัทต้องการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถยนต์ขนาดใหญ่และ 7 ที่นั่งได้ง่ายขึ้น

EKSION ตอบโจทย์กลุ่มครอบครัวที่ต้องการพื้นที่นั่งสบาย มีจำนวนที่นั่งเพียงพอสำหรับสมาชิกหลายคน แต่ไม่ต้องการหรือไม่สะดวกใช้รถตู้ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังต้องการดีไซน์ SUV ที่มีความคล่องตัวและตอบโจทย์การเดินทางหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ทุกการเดินทางไม่ได้มีเพียง “พื้นที่ที่มากขึ้น” แต่คือโอกาสในการใช้ชีวิตได้มากขึ้นในทุกวัน

WULING EKSION – “Go Big Go Eksion – ใช้ชีวิตให้ใหญ่ขึ้น”
WULING EKSION ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
• รุ่น Comfort ราคา 799,000 บาท
• รุ่น Premium ราคา 859,000 บาท
พร้อมรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

โปรโมชั่นเปิดตัว รวมมูลค่ากว่า 60,000 บาท

  1. จองวันนี้ถึง 31 ตุลาคม รับส่วนลดเพิ่มทันที 10,000 บาท
  2. รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 มูลค่ากว่า 25,000 บาท
  3. รับฟรี! Wallbox 7kw พร้อมติดตั้ง มูลค่ากว่า 25,000 บาท
  4. รับฟรี! แพกเกจบริการช่วงเหลือฉุกเฉิน 3 ปี มูลค่ากว่า 3,000 บาท

รถ EKSION ล็อตแรกถึงโชว์รูม WULING ทั่วประเทศแล้ว ผู้สนใจติดต่อนัดหมายเข้าชมและทดลองขับได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัทมีความพร้อมในการเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าทันที โดยตั้งเป้ายอดขายในไตรมาส 4 ของ EKSION ในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 1,000 คัน สำหรับลูกค้าในเชตกรุงเทพมหานคร พบกับรถยนต์ไฟฟ้า WULING ครบทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ EKSION EV, STARLIGHT DARION EV, PORTA EV และ BINGUO EV ได้ในงาน Wuling Mini Motor Show ณ ศูนย์การค้า Mega Bangna โซน Take Home Lobby ระหว่างวันที่ 1–7 ตุลาคม 2569

วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) ตั้งเป้ายอดขายรวมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ WULING ปี 2569 ที่ 8,000 คัน หลังจากยอดขายสะสมในช่วง 8 เดือนแรกทำได้แล้วกว่า 5,000 คัน พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์และยกระดับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของแบรนด์ WULING ในประเทศไทย

iCAUR เปิดตัวในไทย ส่งรถรุ่นเรือธง V27 REEV ลุยตลาด Premium Classic Boxy SUV ชู Golden Range Extender ขับขี่ไกลสูงสุด 1,000 กม. ราคาเริ่มต้นเพียง 999,900 บาท



-เตรียมความพร้อมมาตรฐานงานบริการ พร้อมขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ-

กรุงเทพฯ 29 กันยายน 2569 – iCAUR (ไอคาร์) แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกภายใต้เครือ Chery Group เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเผยราคา iCAUR V27 REEV รถรุ่นแรกของแบรนด์ เริ่มต้นเพียง 999,900 บาท พร้อมส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้

การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมการนำเสนอ Premium Classic Boxy SUV ที่ผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์คลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน REEV (Range Extended Electric Vehicle) มอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับความมั่นใจในการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และไอคาร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของ iCAUR คือการสร้างสรรค์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องการเดินทาง แต่ให้ความสำคัญกับการออกแบบและประสบการณ์การใช้งานที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแต่ละวัน เราเชื่อว่าแนวคิดดังกล่าวมีความสอดคล้องกับผู้บริโภคไทยยุคใหม่ที่มองหามากกว่ายานพาหนะ แต่ต้องการรถยนต์ที่สะท้อนตัวตน เติมเต็มไลฟ์สไตล์ และมอบอิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง”

ขณะเดียวกัน ตลาด Boxy SUV ทั่วโลกยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 ล้านคันในปี 2568 และคาดว่าจะขยายตัวแตะ 7.5 ล้านคันในปี 2573 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 30% ต่อปี แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ในรูปแบบ Boxy SUV และยังเป็นเทรนด์ที่มีโอกาสขยายตัวและได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาดประเทศไทยในระยะต่อไป

จากทิศทางดังกล่าว จึงนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับ iCAUR ในการเข้ามานำเสนอ “ยานยนต์ทางเลือกใหม่” สู่ตลาดไทย ผ่านรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียม Boxy SUV ที่ผสานดีไซน์อันโดดเด่นเข้ากับประโยชน์ใช้สอยที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี REEV ที่เพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทางไกล สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถ SUV ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการเดินทาง แต่ยังสามารถเติมเต็มรูปแบบการใช้ชีวิตและสะท้อนตัวตนได้อย่างลงตัว

สำหรับประเทศไทย iCAUR จะมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น และ การพัฒนาบริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

“นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกที่งาน Big Motor Sale 2026 ตามด้วยกิจกรรมโรดโชว์ iCAUR V27 REEV เราได้รับกระแสตอบรับและความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างน่าประทับใจ โดยมียอดลงทะเบียนแสดงความสนใจเพื่อรับสิทธิ์พิเศษก่อนใครมากกว่า 1,500 สิทธิ์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้ iCAUR โดย iCAUR เริ่มส่งมอบรถล็อตแรกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมแผนเริ่มการประกอบในประเทศไทยปี 2570” มร. จิม ลี กล่าวเพิ่มเติม


เปิดแบรนด์ดีเอ็นเอ iCAUR ยานยนต์ที่สะท้อนตัวตนของ “คนมีหลากหลายไลฟ์สไตล์” ผ่านดีไซน์เหนือกาลเวลา
ชื่อ iCAUR ถ่ายทอดแนวคิดผ่านตัวอักษร “i” ซึ่งหมายถึง Inner Self หรือตัวตนของแต่ละบุคคล ครอบคลุม 3 แนวคิด ได้แก่ Intellect ความคิดที่ชาญฉลาดและมีจุดมุ่งหมาย Imagine ความคิดสร้างสรรค์และความกล้าออกจากกรอบ และ Interactive การเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และโลกรอบตัว สู่บุคลิกของแบรนด์ 3 ด้าน ได้แก่ Tasteful, Distinctive และ Explorative หรือมีรสนิยม โดดเด่น และพร้อมออกไปสำรวจสิ่งใหม่

iCAUR ออกแบบรถให้รองรับการปรับแต่งตามบุคลิก ความสนใจ และรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ภายใต้สโลแกน “Classic Never Fades” แบรนด์นำความคลาสสิกมาตีความผ่านแนวคิด Future Classic Design เน้นสัดส่วน เส้นสาย ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างรถยนต์ที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นและยังคงความร่วมสมัย

รอนน่า หลัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอคาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “iCAUR มุ่งสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถเติมเต็มความเป็นตัวเองและถ่ายทอดตัวตนผ่านรถยนต์ได้อย่างลงตัว โดยประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญต่อแผนการเติบโตระยะยาวของ iCAUR ในเอเชีย  ดังนั้นการเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์และความสัมพันธ์กับลูกค้าชาวไทย เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ รับฟังความต้องการของผู้บริโภค และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดย iCAUR V27 REEV คือรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดคำมั่นสัญญาของแบรนด์ให้เกิดขึ้นจริง”

ส่งรถเรือธงรุ่นแรกประเดิมตลาดไทย iCAUR V27 REEV ดีไซน์เด่น-เทคโนโลยีครบ
iCAUR ประเดิมตลาดประเทศไทยด้วย iCAUR V27 REEV รถยนต์ D-SUV ขุมพลัง REEV ที่สะท้อนแนวคิด “Timeless in Motion” โดยนำเสนอความโดดเด่นและความครบครันของยานยนต์ผ่านตัวอักษรแต่ละตัว ได้แก่ “i” Intelligence เทคโนโลยีอัจฉริยะและขุมพลัง REEV “C” Character ดีไซน์ที่บอกเล่าตัวตนด้วยเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา “A” Ambience ความสุนทรีย์ของการเดินทางที่กลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ “U” Unbound อิสระที่พร้อมเปิดรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และ “R” Resilience สมรรถนะที่พร้อมพาไปไกลในทุกเส้นทาง

ความอัจฉริยะ “i” Intelligence ผ่าน Golden Range Extender เทคโนโลยี REEV สำหรับทุกระยะทาง พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วยขับขี่ครบครัน ADAS 19 ฟังก์ชัน
เทคโนโลยี Golden Range Extender ของ iCAUR ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อน ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งพลังงานให้กับระบบขับเคลื่อน โดยน้ำมันเพียง 1 ลิตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 3.71 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทาง

ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองในวันทำงานด้วยโหมดไฟฟ้า หรือการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าควบคู่กับน้ำมันได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมมอบอิสระในการเดินทางได้ทุกรูปแบบ

รถสามารถเลือกโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้สูงสุด 165 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และมีระยะทางขับขี่รวมทั้งไฟฟ้าและน้ำมันถึง 1,000 กิโลเมตร รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charging จาก 30–80% เพียง 15 นาที รวมถึงความสามารถการชาร์จไฟกระแสตรง DC สูงสุดประมาณ 100 กิโลวัตต์ และระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์

เทคโนโลยี Golden Range Extender ให้ประสบการณ์การเดินทางด้วยระยะทางขับขี่ที่ไกลยิ่งขึ้น มาพร้อม การสำรองพลังงาน (Power-Reserve Strategy) ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานตั้งแต่การใช้ไฟฟ้าในเมือง การเร่งแซง การเดินทางระยะไกล และการรักษาระดับแบตเตอรี่ ไปจนถึงการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ขณะชะลอความเร็ว

พร้อมด้วยโหมดจัดการพลังงาน 5 รูปแบบ ได้แก่ Forced EV สำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน, EV Priority ที่เน้นการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเครื่องยนต์จะทำงานเมื่อจำเป็น, Hybrid Mode ที่บริหารการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันอย่างสมดุลโดยอัตโนมัติ, Fuel Priority สำหรับการเดินทางระยะไกลและสำรองพลังงานแบตเตอรี่ไว้ใช้ในภายหลัง และ Forced Charging ที่ให้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ล่วงหน้า เพื่อสำรองพลังงานไฟฟ้าเมื่อถึงจุดหมาย

iCAUR V27 REEV มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) 19 ฟังก์ชัน อาทิ ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ APA (Auto Parking Assist) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LDW/LKA) ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา (BSD) และถุงลมนิรภัยรอบคัน และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในทุกการเดินทาง

สะท้อนตัวตนผ่าน “C” Character ดีไซน์ Classic Boxy SUV ผสานความคลาสสิกเข้ากับรายละเอียดร่วมสมัย ถ่ายทอดเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา
iCAUR V27 REEV รถยนต์ทรงกล่อง Classic Boxy SUV โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ทรงกลม ไฟเลี้ยวแยกอิสระ และซุ้มล้อขนาดใหญ่ เสริมบุคลิกแข็งแกร่งด้วยฐานล้อยาว บันไดข้าง ราวหลังคา กระจกมองข้างทรงเหลี่ยม และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว

สะดวกสบายด้วยประตูท้ายเปิดด้านข้างพร้อมระบบดูดไฟฟ้า ยางอะไหล่ติดตั้งภายนอก ไฟท้ายทรง Brick Taillights สปอยเลอร์หลัง กล้อง 360 องศาแบบซ่อน รวมถึงใบปัดน้ำฝนด้านหลังและระบบล็อกหรือปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ

ตัวรถมีความยาว 5,045 มิลลิเมตร กว้าง 1,976 มิลลิเมตร สูง 1,894 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร ช่วยสร้างรูปลักษณ์ที่มั่นคงและเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร

เติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการเดินทางด้วย “A” Ambience ชูคอนเซปต์ Interstellar Cockpit ห้องโดยสารกว้าง พร้อมเทคโนโลยีและพื้นที่อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด “Interstellar Cockpit” ผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก สะท้อนเอกลักษณ์แบบ Future-Classic พร้อมคว้ารางวัล Best Interior Design Award สาขา Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award 2026 (TADA 2026)

ไฮไลต์สำคัญคือพื้นที่เหนือศีรษะแบบ “Star Island” ประกอบด้วยหลังคากระจก Dual Skyview Roof ความยาว 1.4 เมตร ไฟ Ambient Light บริเวณเพดานที่ปรับได้หลายสี รวมถึงจุดติดตั้งแท็บเล็ตและอุปกรณ์เสริม ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย

ภายในตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่ม พร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว จอแสดงข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้าแบบ One-Touch ตลอดจนช่องปรับอากาศและพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

ระบบ Smart Cockpit รองรับโหมดการใช้งานสำหรับการตั้งแคมป์ การพักผ่อน สัตว์เลี้ยง การล้างรถ และการต้อนรับผู้ขับขี่ พร้อมเมนู Shortcut ระบบแสดงภาพรอบคัน 540 องศา และภาพจำลองตัวรถแบบ 3 มิติ เสริมความบันเทิงด้วยระบบเสียง Pioneer พร้อมลำโพงสูงสุด 15 ตำแหน่งรวมซับวูฟเฟอร์

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศ โดยเบาะผู้ขับขี่มีระบบบันทึกตำแหน่งและ Welcome Seat ขณะที่เบาะหน้าสามารถปรับราบเพื่อเพิ่มรูปแบบการใช้งาน ตำแหน่งเบาะสูงจากพื้นรถ 35 เซนติเมตร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

“U” Unbound อิสระกับพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่พร้อมรองรับทุกการเดินทาง
ห้องโดยสารตอนหลังให้ความเงียบ พนักพิงเบาะนั่งแถวหลังปรับเอนได้ 28 องศา พร้อมพื้นที่เหนือศีรษะกว้างขวาง เมื่อพับเบาะจะได้พื้นที่บรรทุกสัมภาระยาว 2.15 เมตร กว้าง 1.05 เมตร และสูง 1.35 เมตร ความจุรวม 1,818 ลิตร เพียงพอสำหรับสัมภาระครอบครัวและอุปกรณ์เดินทาง พร้อมรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อกิจกรรมที่หลากหลาย

พร้อมทุกเส้นทางด้วย “R” Resilience สมรรถนะครบทั้งทางเรียบและเส้นทางออฟโรด ผสานระบบขับเคลื่อน  i-AWD
iCAUR V27 REEV มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ โดยรุ่นสูงสุดติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 335 กิโลวัตต์ หรือ 455 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร และเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6 วินาที

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-AWD จัดสรรกำลังระหว่างมอเตอร์คู่โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและแรงยึดเกาะ พร้อมโหมดขับขี่สูงสุด 9 รูปแบบ ครอบคลุม Eco, Normal, Sport และ Personalized รวมถึงโหมดสำหรับพื้นผิวร่วน ลื่น ไม่เรียบ โคลน และทุกถนน

สำหรับการขับขี่นอกเส้นทาง ตัวรถมีระยะใต้ท้อง 224 มิลลิเมตร พร้อมระบบ Wading Mode สำหรับการลุยน้ำ รองรับการลุยน้ำลึกสูงสุด 600 มิลลิเมตร ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด (In-Place Turn ในรูปแบบ Pivot Turn) และระบบ Crawl Mode ควบคุมความเร็วขณะขับออฟโรดหรือทางลาดชัน

iCAUR V27 REEV มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 2WD PRIDE รุ่นเริ่มต้นที่ครบครัน 2WD PRIME รุ่นเพิ่มความจุแบตเตอรี่และระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า และ 4WD PRESTIGE รุ่นสูงสุด มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD และเทคโนโลยีออฟโรด โดยมีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Deep Black, Classic Sand, Moonlight White และ Highland Green (รุ่น 2WD PRIDE มีสี Deep Black และ Moonlight White) ภายในห้องโดยสารมาในโทนสี Shadow Black ขณะที่รุ่น 4WD PRESTIGE ที่มาพร้อมตัวถังสี Classic Sand สามารถเลือกห้องโดยสารสี Oak Brown

เปิดตัว iCAUR V27 REEV พร้อมข้อเสนอพิเศษและสิทธิประโยชน์ครบครัน*
สำหรับข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว รับส่วนลด 30,000 บาท พร้อม Lifetime Battery Warranty Package และแพ็กเกจมูลค่ารวม 100,000 บาท ประกอบด้วยประกันภัยชั้นหนึ่งนานหนึ่งปี อุปกรณ์ V2L และเครื่องชาร์จแบบพกพา บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี และรับกล่องสัญญาณอัจฉริยะ T-Box Internet Data เพื่อเชื่อมต่อรถกับ iCAUR Application นาน 5 ปี รวมถึงการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รับประกันเครื่องยนต์นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อจองและออกรถภายใน 31 ตุลาคม 2569
*สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ด้านบริการหลังการขาย iCAUR Thailand มุ่งสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน พร้อมบริหารค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาให้ต่ำกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไปสูงสุด 34%* พร้อมกันนี้ iCAUR Thailand เตรียมความพร้อมด้านอะไหล่มากกว่า 95% ภายในเดือนตุลาคม 2569 และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีทีมงานบริการหลังการขายที่พร้อมให้บริการ 100% เพื่อส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและต่อเนื่องแก่ลูกค้าในทุกพื้นที่ และตลอดทุกช่วงของการใช้งาน
*ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาคำนวณจากราคาขายปลีกอะไหล่และค่าแรงของ iCAUR ในอัตรา 600 บาทต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ผลประหยัดจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่นรถ รายการบำรุงรักษา และเงื่อนไขการใช้งาน

ด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย ภายในสิ้นปีนี้ iCAUR จะมีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 25 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลักในภูมิภาค

ลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ iCAUR V27 REEV รวมถึงข่าวสารและความเคลื่อนไหวของแบรนด์ iCAUR ได้ทาง Facebook: iCAUR Thailand

#iCAUR #iCAURThailand #iCAURV27REEV #ClassicNeverFades

ราคาจำหน่าย iCAUR V27 REEV
เปิดราคาจำหน่าย iCAUR V27 REEV อย่างเป็นทางการ 3 รุ่นย่อย
พร้อมข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว

รุ่น ราคาสุทธิ (บาท) ราคาพิเศษหลังหักส่วนลด (บาท)
2WD PRIDE 1,029,900 บาท      999,900  บาท
2WD PRIME 1,189,900  บาท      1,159,900  บาท
4WD PRESTIGE 1,289,900 บาท     1,259,900  บาท

ข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้า iCAUR V27 REEV ช่วงเปิดตัว*
เมื่อจองและออกรถภายใน 31 ตุลาคม 2569
• ส่วนลดพิเศษมูลค่า 30,000 บาท*
• Lifetime Battery Warranty Package รับประกันแบตเตอรี่ตลอดอายุการใช้งาน
• แพ็กเกจมูลค่า 100,000 บาท ประกอบด้วย
– ประกันภัยชั้นหนึ่งนานหนึ่งปี
– เครื่องชาร์จแบบพกพา พร้อมอุปกรณ์จ่ายไฟภายนอก V2L
– ชุดพรมปูพื้น
– บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
– บริการแอปพลิเคชัน iCAUR พร้อมกล่องสัญญาณอัจฉริยะ T-Box Internet Data นาน 5 ปี
– รับประกันคุณภาพตัวรถ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
– รับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

iCAUR มีกำหนดเริ่มส่งมอบรถยนต์ล็อตแรกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
*สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
###

SKILL DRIVING EXPERIENCE สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วังทองหลาง 

Skill Driving Experience เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วังทองหลาง เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการกับ โครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” เพื่อเพิ่มทักษะเกี่ยวกับการขับขี่รถยนต์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์ฉุกเฉินบนถนน โดยเล็งเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ผ่านการอบรมจะนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ 

โครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” จัดขึ้นครั้งล่าสุด ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดที่ facebook.com/SkillDriving และ skilldriving.imc.co.th  

เชอรี ประเทศไทย เตรียมเปิดภารกิจ “V23 x K9 USAR” ส่งต่อพลังรถไฟฟ้า สนับสนุนทีมค้นหาและกู้ภัย พร้อมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน

 

กรุงเทพฯ 14 กันยายน 2569 — เชอรี ประเทศไทย เดินหน้าสนับสนุนภารกิจของทีมสุนัขค้นหาและกู้ภัย (K9 USAR) ด้วยการเตรียมส่งมอบ Chery V23 รถไฟฟ้าเพื่อใช้เป็นพาหนะสนับสนุนการเดินทาง การฝึกซ้อม และภารกิจที่เกี่ยวข้องของทีม สะท้อนแนวทางการนำเทคโนโลยียานยนต์มาสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม ควบคู่กับการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และความยั่งยืน (ESG)

ทีม K9 USAR มีบทบาทสำคัญในภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสุนัข K9 ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การปฏิบัติภารกิจจำเป็นต้องอาศัยความพร้อมทั้งในด้านบุคลากร อุปกรณ์ และการเดินทางที่เหมาะสม เพื่อให้ทีมสามารถเข้าถึงพื้นที่และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของการเดินทาง พาหนะถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของทีม K9 USAR ตั้งแต่การเดินทางไปยังพื้นที่ฝึกซ้อมและพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ การขนส่งอุปกรณ์ที่จำเป็น ไปจนถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่และสุนัข K9 ระหว่างการเดินทาง

โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีสภาพอากาศร้อนและอุณหภูมิสูง การดูแลสภาพแวดล้อมระหว่างการเดินทางจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อความพร้อมของทั้งเจ้าหน้าที่และสุนัข K9 โดย Chery V23 พร้อม Camp Mode จึงสามารถทำหน้าที่เสมือน “ห้องแอร์เคลื่อนที่” สำหรับทีม K9 USAR ช่วยให้พื้นที่พักและคลายความร้อนระหว่างการเดินทางหรือปฏิบัติภารกิจ

ด้วยเหตุนี้ เชอรี ประเทศไทย จึงเตรียมส่งมอบ Chery V23 ที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์แร็คหลังคาจาก IRONMAN 4×4 เพื่อสนับสนุนการเดินทาง การฝึกซ้อม และการเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจต่าง ๆ ของทีม K9 USAR โดยมี IRONMAN 4×4 ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ในการสนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือของภาคธุรกิจในการนำผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีม K9 USAR และเพิ่มประสิทธิภาพในการเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจต่าง ๆ

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และไอคาร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับ Chery เราเชื่อว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่ได้มีบทบาทเพียงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ การสนับสนุนทีม K9 USAR ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่เราได้นำศักยภาพของรถไฟฟ้า Chery V23 เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนทีมที่ทุ่มเททำงานเพื่อช่วยเหลือผู้คน และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความพร้อมให้กับภารกิจที่มีความสำคัญต่อสังคม”

การสนับสนุนทีม K9 USAR ในครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวทาง CSR และ ESG ของ เชอรี ประเทศไทย ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้สังคม ครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลพนักงาน และการสนับสนุนสังคมและชุมชนทั้งในระดับโลกและประเทศไทย เพื่อร่วมสร้างการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว “BEHIND EVERY LIFE THEY SAVE – Chery V23 ใส่ใจทุกชีวิต พร้อมเคียงข้างทุกภารกิจ” ที่เตรียมถ่ายทอดให้เห็นถึงอีกหนึ่งบทบาทของรถไฟฟ้าในการสนับสนุนภารกิจของทีม K9 USAR รวมถึงแนวคิดและความมุ่งมั่นของ Chery Thailand ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืน ติดตามรายละเอียดของภารกิจ “Chery V23 x K9 USAR” และข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ Chery Thailand และ Facebook: CHERY Thailand

นูออโว พลัส จับมือ อีซียู เทค พัฒนาต่อยอดแบตเตอรี่ EV สู่ระบบกักเก็บพลังงาน วางรากฐานสู่การใช้แบตเตอรี่ EV หลังผ่านการใช้งานในอนาคต 

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการนำแบตเตอรี่ใหม่จากโรงงาน NV Gotion ภายใต้กลุ่ม Nuovo Plus พัฒนาแพลตฟอร์มระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม 

บริษัท นูออโว พลัส จำกัด (Nuovo Plus) ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานที่มีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System หรือ BESS) จับมือ บริษัท อีซียู เทค จำกัด (ECUTEC) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานรุ่น NV3.0 โดยนำแบตเตอรี่ใหม่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงงาน เอนวี โกชัน (NV Gotion) ภายใต้กลุ่ม นูออโว พลัส มาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มระบบกักเก็บพลังงานสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ NV3.0 ยังสามารถเป็นผลิตภัณฑ์นำร่องไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับการนำแบตเตอรี่ EV ที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ในระบบกักเก็บพลังงานในอนาคต โดยเน้นที่มาตรฐานและความปลอดภัย โดยความร่วมมือในครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารของทั้งสองบริษัทร่วมเป็นสักขีพยาน ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท อีซียู เทค จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ 

สำหรับผลิตภัณฑ์ NV3.0 มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มระบบกักเก็บพลังงานที่มีความยืดหยุ่น สามารถขยายความจุได้ตามความต้องการใช้งาน โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันพลังงานและการบูรณาการระบบ (System Integration) ของ นูออโว พลัส เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบควบคุมและอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของ อีซียู เทค เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายและการต่อยอดในอนาคต ทั้งสองบริษัทยังมีแผนร่วมกันทำตลาด NV3.0 ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาร่วมกัน (Co-developed Product) เมื่อการพัฒนาแล้วเสร็จ 

นายดรุณพร กมลภุส กรรมการผู้จัดการ บริษัท นูออโว พลัส จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้ผลิตแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า เรามองว่าการดูแลผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิตเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญ ความร่วมมือกับ อีซียู เทค ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่ายมาร่วมกันพัฒนา NV3.0 ให้เป็นโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความปลอดภัยเป็นลำดับแรก พร้อมวางรากฐานด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการพัฒนาโซลูชันพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศในอนาคต” 

นายพลพจน์ วรรณภิญโญชีพ ประธานกรรมการ บริษัท อีซียู เทค จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้นำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบควบคุมมาร่วมพัฒนา NV3.0 กับ นูออโว พลัส เพื่อพัฒนาโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง มีความยืดหยุ่นและสามารถขยายระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน โดยอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและมาตรฐานทางวิศวกรรม” 

 

การพัฒนา NV3.0 จึงไม่เพียงเป็นการต่อยอดเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานของ นูออโว พลัส สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อรองรับการนำแบตเตอรี่ EV ที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ในระบบกักเก็บพลังงานในอนาคต ซึ่งจะช่วยขยายระยะเวลาการใช้ประโยชน์จากแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น และนำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตลอดวงจรชีวิต ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 

“Bangkok Auto Salon 2026” จุดไฟฉลองกรุงเทพศูนย์กลางคาร์คัลเจอร์อาเซียน!รวมพลรถแต่งตำนานญี่ปุ่น–ค่ายรถชั้นนำ–อุปกรณ์กว่า 200 แบรนด์



(26 สิงหาคม 2569) “แบงค็อก ออโต ซาลอน 2026” (Bangkok Auto Salon 2026 : BAS 2026) มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน เปิดฉากแล้ววันนี้ โดยจัดขึ้นเป็น ครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “Celebrate Bangkok Destination” เฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครในฐานะหมุดหมายของอาเซียนของสาวกสายซิ่งและคนรักรถแต่ง ขนทัพรถแต่งระดับตำนาน รถพิเศษจากค่ายรถยนต์ชั้นนำ สำนักแต่งระดับโลก และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์กว่า 200 แบรนด์ พร้อมกิจกรรมจัดเต็มทั้ง Indoor และ Outdoor สายดริฟต์ คาร์คลับ และไลฟ์สไตล์คนรักรถ เปิดฉากจัดแสดง ระหว่าง 26 – 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา ฮอลล์ 100
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่มีบทบาทต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยคิดเป็น 10% ของ GDP และเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานจำนวนมาก ขณะที่ตลาดชิ้นส่วนอะไหล่ทดแทน (REM) มีสัดส่วนถึง 60–70% ของมูลค่าตลาดชิ้นส่วนในประเทศ สะท้อนถึงโอกาสของธุรกิจ Aftermarket นอกจากนี้ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยืนยันถึงศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก และโอกาสในการขยายตัวของอุตสาหกรรมในอนาคต”
นายวิลักษณ์ โหลทอง ประธานจัดงาน Bangkok Auto Salon 2026 กล่าวว่า “ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา Bangkok Auto Salon ได้เปลี่ยนความหลงใหลในยนตรกรรมรถแต่งให้เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการยกระดับวัฒนธรรมการแต่งรถไปสู่ธุรกิจ Aftermarket และห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่ามหาศาล การจัดงานในปีนี้ภายใต้แนวคิด ‘Celebrate Bangkok Destination’ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครในฐานะเมืองที่มีพลังของวัฒนธรรมรถแต่ง จนได้ชื่อว่าเป็น The Ultimate Hub of ASEAN Custom Car Culture ศูนย์กลางวัฒนธรรมรถแต่งของภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ อันเกิดขึ้นจากความร่วมมือยาวนานกว่าทศวรรษกับ ซังเอ คอร์ปอเรชั่น ผู้จัดงาน Tokyo Auto Salon ที่ผลักดันร่วมกัน
ปีนี้เราเนรมิตพื้นที่ไบเทค บางนา ผ่าน 3 มิติยุทธศาสตร์หลัก เริ่มจาก Global Collaboration & Craftsmanship รวมสุดยอดรถแต่งระดับตำนานจากญี่ปุ่นและงานคราฟต์ช่างไทย และรถแต่งรุ่นพิเศษจากค่ายรถยนต์ชั้นนำ ต่อด้วย Premium Aftermarket & Business Platform บูธอุปกรณ์แต่งรถแบรนด์ชั้นนำกว่า 200 บูธ จาก 7 ประเทศให้เลือกช้อป รวมถึงเป็นเวทีการค้า และ Community & Car Culture Arena คอมมูนิตี้เอาต์ดอร์ที่รวมพลังคาร์คลับกว่า 1,000 คัน พร้อมสังเวียนดริฟต์และการประลองความเร็ว เพื่อเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วภูมิภาคเข้าไว้ด้วยกัน ”
สำหรับไฮไลต์ของ Bangkok Auto Salon 2026 ปีนี้ จัดเต็มทั้ง Indoor และ Outdoor เริ่มจาก BANGKOK AUTO SALON’S SELECTION รวมสุดยอดรถคัสตอมระดับตำนานจากเวที Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่น มาประชันกับผลงานรถแต่งฝีมือคนไทยที่โดดเด่นทั้งด้าน Performance, Styling และ Detail งานคราฟต์ พร้อม AUTOMAKERS’ SPECIAL CUSTOM CARS ที่ค่ายรถยนต์ชั้นนำ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า และมาสด้า นำรถยนต์รุ่นพิเศษผ่านการโมดิฟายด์เฉพาะมาจัดแสดง ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบและสมรรถนะในสไตล์ของแต่ละแบรนด์ ขณะที่ RENOWNED TUNING GARAGES รวมผลงานจากสำนักแต่งรถชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ให้สาวกสายซิ่งได้สัมผัสตั้งแต่รถ Performance ที่เน้นสมรรถนะ ไปจนถึงรถ Custom ที่โดดเด่นด้านดีไซน์และความประณีตในการตกแต่ง
อีกหนึ่งโซนสำคัญคือ ACCESSORIES ZONE ศูนย์รวมเทรนด์และอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์กว่า 200
แบรนด์ จากหลายประเทศทั่วโลก ครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำหรับการเพิ่มสมรรถนะ การปรับแต่งช่วงล่าง เครื่องยนต์ ระบบเบรก อุปกรณ์ภายนอก–ภายใน ไปจนถึงไอเทมเสริมสไตล์ และอุปกรณ์ดูแลรักษารถ เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เลือกชมสินค้า เทคโนโลยี และเทรนด์ใหม่ ๆ พร้อมสัมผัสศักยภาพของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม Aftermarket อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังเปิดประสบการณ์ใกล้ชิดกับ LEGEND MEET “พบเจ้าสำนักแต่งระดับตำนานจากญี่ปุ่น” ทั้งBLIZ, CREWCH และ RE Amemiya ที่จะมาปรากฎตัวในงาน พร้อมลุ้นผลการประกวด BANGKOK AUTO SALON’S BEST CAR AWARDS การประชันความสร้างสรรค์ของรถแต่งหลากหลายสไตล์ ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจากไทยและญี่ปุ่น
ขณะที่พื้นที่ Outdoor ยกระดับความมันส์ด้วย BAS DRIFT ARENA สังเวียนดริฟต์ที่รวมการแข่งขันของเหล่า ROOKIE DRIFT และนักดริฟต์มืออาชีพ มาสร้างความเร้าใจแบบใกล้ชิดกับผู้ชม ต่อยอดด้วย CLUB RACE สนามแข่งจำลอง Pocket Arena ที่เปิดโอกาสให้ทั้งมือใหม่และสาย Pro ได้ท้าทายความเร็ว ชิงตำแหน่ง Best Lap Time of The Day รวมถึง CAR CLUB PARTY การรวมตัวของคาร์คลับหลากหลายสไตล์, BAS CAR PARADE ขบวนพาเหรดรถแต่งสุดอลังการ
เติมเต็มบรรยากาศความสนุกด้วย BAS LIVE STAGE – Sound & Soul เวทีดนตรีและความบันเทิงที่พร้อมสร้างสีสันให้ค่ำคืนของ Bangkok Auto Salon 2026 สนุกยิ่งขึ้น พบกับ HOT DJ LIVE – Scratched Beats & Sexy Energy ที่ได้เหล่าดีเจสาวสวยระดับอินเตอร์มาร่วมสร้างจังหวะและพลังความมันส์ โดยมีดีเจจากอิตาชะคลับมาร่วมเติมดีกรีความร้อนแรงให้ลาน Outdoor พร้อมด้วย MINI-CONCERT – Night Lights & Live Music ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ผ่อนคลายไปกับเสียงเพลงจาก Live Band ในช่วงวันศุกร์–อาทิตย์ เติมบรรยากาศยามค่ำคืนให้การชมงานและการสังสรรค์เต็มไปด้วยความสนุกต่อเนื่องจนจบวัน
มิสเตอร์ จุนอิจิ ฟุคุอิ กรรมการบริหาร สมาคมโตเกียว ออโต ซาลอน ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “สำหรับความร่วมมือในระยะต่อจากนี้ เราต้องการให้ Bangkok Auto Salon เป็นมากกว่างานแสดงรถยนต์ แต่เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยน เทรนด์ เทคโนโลยี และองค์ความรู้ด้านการแต่งรถ ระหว่างญี่ปุ่น ไทย และประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้สำนักแต่ง ผู้ผลิตอุปกรณ์ และคนรุ่นใหม่ในวงการได้พบปะและสร้างเครือข่ายร่วมกัน และพร้อมนำศักยภาพของวงการรถแต่งจากญี่ปุ่นมาร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง”
Bangkok Auto Salon 2026 ขอเชิญชวนคนรักรถและสาวกสายซิ่งร่วมสัมผัส มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด “Celebrate Bangkok Destination” รวบรวมสุดยอดรถแต่งระดับตำนาน นวัตกรรมและอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต และไลฟ์สไตล์คนรักรถไว้อย่างครบครันตลอด 5 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 26–30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา ฮอลล์ 100 บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท เปิดให้เข้าชมเวลา 12.00–21.00 น. วันพุธ–ศุกร์ และ 11.00–21.00 น. วันเสาร์–อาทิตย์

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ของ Bangkok Auto Salon 2026 ได้ทาง
Facebook: Bangkok International Auto Salon YouTube: Bangkokautosalon 
Instagram: @bangkokautosalon_official            TikTok: @bangkokautosalon
#BangkokAutoSalon2026 #BangkokAutoSalon #BAS2026 #BAS #CelebrateBangkokDestination #TokyoAutoSalon

i-Motor ตอกย้ำผู้นำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Voice of Belief” ในงาน Big Motor Sale 2026ดึง “ทราย สมุทร” นั่งแท่นแบรด์แอมฯ คนแรก ตั้งเป้าดันยอดขาย 3,000 คัน

กรุงเทพฯ — บริษัท ไอ-มอเตอร์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (i-Motor) ผู้ผลิตและพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย ชูศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงตลอดระยะเวลามากกว่า 5 ปี พร้อมประกาศก้าวครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่นวัตกรรมพลังงานสะอาด เปิดตัวแคมเปญใหญ่ “Voice of Belief” by i-Motor พร้อมเผยโฉมแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก! “คุณทราย สมุทร” ภายในงาน Big Motor Sale 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
สำหรับแคมเปญนี้มาพร้อมกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Vapor รุ่นลิมิเตด อิดิชัน สีชมพู ผลิตเพียง 100 คันเท่านั้น
โดยตั้งเป้าหมายการขาย 3,000 คัน
นายปรีชา ประเสริฐถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-มอเตอร์แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เผยว่า
“i-Motor มุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อโลก โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสายการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 10 รุ่น ภายใต้แบรนด์ i-Motor ซึ่งได้รับการออกแบบ พัฒนา และประกอบขึ้นในประเทศไทยทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย 100% โดยอาศัยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนยานยนต์ยาวนานกว่า 60 ปี
สำหรับแคมเปญ “Voice of Belief” by i-Motor ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน พร้อมกันนี้ภายในงานยังได้เปิดตัว
คุณทราย สมุทร ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ และ Sustainability Changemaker คนแรก! ที่จะมาร่วมถ่ายทอดแนวคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนผ่านสู่วิถีชีวิตที่ยั่งยืน ผ่านการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาด เหตุผลที่ผมอยากร่วมทำโปรเจกต์นี้กับคุณทราย ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียง แต่ผมมองเห็นว่าคุณทรายเป็นคนที่มีความเชื่อ และกล้าลงมือทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่ง i-Motor เองก็เริ่มต้นจากความเชื่อเดียวกัน เราเชื่อว่าคนไทยสามารถสร้างรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพได้ และ EV จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงการเดินทางในอนาคต
สำหรับแนวคิด “Made of Belief” i-Motor ไม่ใช่เพียงแค่คำโฆษณา แต่คือการที่คนสองฝ่ายซึ่งมีความเชื่อมั่นเหมือนกัน มาจับมือเพื่อเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน คำว่า Voice of Belief จึงเป็น เสียงแห่งการเชื่อมั่น กล้าพูดในสิ่งที่เราเชื่อ และที่สำคัญกว่าคือต้องลงมือทำให้เห็นจริง ผมอยากใช้เสียงของ i-Motor ทำให้คนไทยมองรถ EV เป็นมากกว่าแค่การประหยัดค่าน้ำมัน แต่อยากให้เห็นว่าการเลือกยานพาหนะไฟฟ้าคือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ทุกคนทำได้ด้วยตัวเอง หากเสียงของ i-Motor และคุณทราย ช่วยให้คนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจเรื่องการเดินทาง พลังงาน และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นั่นคือผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลงที่เราอยากเห็นจริง ๆ
สำหรับทิศทางความร่วมมือตลอด 1 ปีเต็มจากนี้ คุณทรายจะไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียงการถ่ายภาพคู่กับผลิตภัณฑ์เพื่อการโปรโมตเท่านั้น แต่นี่คือการเดินทางร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการนำเสนอเทคโนโลยี EV การถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการร่วมกิจกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่เปิดให้คุณทรายเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ร่วมกับ i-Motor อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ i-Motor ยังได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า Limited Edition รุ่น i-Motor Vapor ที่ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์ของ ทราย สมุทร สำหรับ i-Motor Vapor นั้นได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นเฉพาะตัว สไตล์คลาสสิก ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แบบดุมล้อ (Hub Motor) กำลังสูง 3,000 วัตต์ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 73.6 V / 45 Ah
ซึ่งจะช่วยให้การส่งกำลังอย่างเต็มประสิทธิภาพและราบรื่นในทุกสภาวะการขับขี่ และยังได้รับการควบคุมด้วย ECU (Electronic Control Unit) ขั้นสูง ซึ่งได้รับการตั้งโปรแกรมมาโดยเฉพาะ เพื่อมอบความสมดุลระหว่าง สมรรถนะการขับขี่ในทุกด้านและประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน อย่างลงตัว และความพิเศษของรถคันนี้คือลาย “วาฬเพชฌฆาต” สื่อถึงการอนุรักษ์และปกป้องระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งเป็นรอยสักเดียวกันกับบริเวณหัวไหล่ของคุณทราย เพราะคุณทรายอยากให้รถคันนี้สะท้อนเรื่องการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม เรียกว่าจากรอยสักบนตัวคุณทราย กลายมาเป็นคาแรกเตอร์เฉพาะ
โดยผลิตเพียง 100 คัน สำหรับแคมเปญนี้เท่านั้น และจะเปิดให้จองเป็นครั้งแรก ภายในงาน พร้อมรับของที่ระลึก
สุดเอ็กซ์คลูซีฟ และสิทธิพิเศษในการไปร่วมทำกิจกรรมกับคุณทรายอีกด้วย

เชื่อว่าสำหรับแคมเปญนี้ คนจะไม่ได้จดจำเพียงแค่คุณทรายในฐานะ Brand Ambassador ของ i-Motor แต่จะเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมเราถึงเลือกเดินทางร่วมกัน และผมเชื่อมั่นว่าอนาคต EV ของประเทศไทย สามารถเริ่มต้นได้จากศักยภาพของเราเอง” นายปรีชา กล่าวสรุป

แผนการตลาดปี 2026 – 2027: รุก 3 กลยุทธ์หลักเพื่อความยั่งยืน
ภายใน 2 ปี ทางบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายฐานผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างจริงจัง
โดยผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

  1. Expansion of Experience (ขยายช่องทางและประสบการณ์ผู้ใช้): เร่งขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน (i-Motor Service Network) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจในบริการหลังการขาย
    และพร้อมเปิดให้ผู้บริโภคได้ทดลองขับขี่จริง โดยมีศูนย์บริการ ไอ- มอเตอร์ (สนง.ใหญ่) เปิดให้บริการ
    ทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 8.00 – 17.00 น. เบอร์โทร 061-018-1173
  2. Ecosystem & Lifestyle Marketing: สร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ทั้งการจับมือกับพันธมิตรด้านสถานที่ตั้งสถานีชาร์จไฟ หรือ i-Charger ของ i-Motor และการรุกตลาดกลุ่มไลฟ์สไตล์ผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อเปลี่ยนมุมมองเรื่องรถไฟฟ้าจากการเป็นเพียง “ทางเลือก” ให้กลายเป็น “ทางหลัก” ของการเดินทาง
  3. Product Excellence & B2B Expansion: ต่อยอดฐานการผลิตอันแข็งแกร่งเพื่อพัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ตอบโจทย์ทั้งลูกค้ารายย่อย (B2C) และกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ / กลุ่มผู้ให้บริการขนส่ง (B2B) ที่ต้องการปรับเปลี่ยนฟลีตรถสู่นวัตกรรมไร้คาร์บอน

จากความพร้อมด้านเทคโนโลยี สายการผลิตมากกว่า 10 รุ่น และกระแสตอบรับเชิงบวกต่อแคมเปญ “Voice of Belief” by i-Motor ได้ตั้งเป้าหมายการขาย 3,000 คัน ภายในปีนี้ โดยเชื่อมั่นว่าการสร้างการรับรู้ผ่านภาพลักษณ์แบรนด์ที่แข็งแกร่ง ผสานกับคุณภาพสินค้ามาตรฐานอุตสาหกรรมสากล จะช่วยผลักดันให้ i-Motor
ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทยอันดับหนึ่ง ในใจผู้บริโภคอย่างยั่งยืน
สำหรับผู้ที่สนใจนวัตกรรมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาตรฐานสากลโดยฝีมือคนไทย สามารถเยี่ยมชมและสัมผัสทดลองขับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า i-Motor ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นยอดนิยม พร้อมเงื่อนไขสุดพิเศษเฉพาะภายในงานนี้ กับดอกเบี้ย 0.44% จาก ไมโครพลัสลิสซิ่ง และสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากมาย ได้ที่บูธ i-Motor (บูธ A06 ฮอลล์ 101 -104) ได้ที่งาน
Big Motor Sale 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้ – 30 สิงหาคม 2569 หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: i-Motor Thailand และโซเชียลมีเดียของ i-Motor

iMotor #iMotorThailand #iMotorXPSI #ไอมอเตอร์xทรายสมุทร #PSI #ทรายสมุทร #EV #VoiceofBelief

#รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสัญชาติไทย

Bangkok Auto Salon 2026 กลับมาระเบิดความมันส์ 26-30 ส.ค.นี้!ตอกย้ำกรุงเทพฯ ศูนย์กลางคาร์คัลเจอร์หมุดหมายคนรักรถแต่งแห่งอาเซียนพร้อมประกาศต่อสัญญาลิขสิทธิ์จากซัง-เอฯ ยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง



บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ชวนสาวกรถแต่งร่วมสัมผัสปรากฏการณ์เร้าใจของ Bangkok Auto Salon 2026 (BAS 2026) มหกรรมแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 12 ภายใต้แนวคิด “Celebrate Bangkok Destination” ตอกย้ำบทบาทของกรุงเทพมหานครในฐานะ The Ultimate Hub of ASEAN Custom Car Culture ศูนย์กลางวัฒนธรรมรถแต่งของภูมิภาคอาเชียน และหมุดหมายการการรวมพลของเหล่าคาร์คลับ สำนักแต่ง และอุปกรณ์ตกแต่งชั้นนำจากไทยและต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 100 ไบเทค บางนา

นายวรรคสร โหลทอง รองประธานการจัดงาน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ดิจิตอล มีเดีย จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางและภาพรวมการจัดงานว่า “Bangkok Auto Salon มหกรรมรถแต่งและอุปกรณ์โมดิฟายด์งานแรกในประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมรถแต่งขึ้นในประเทศไทยที่เติบโตมาโดยตลอด ได้เดินทางมาถึงครั้งที่ 12 ด้วยความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยสำคัญคือการมีพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมอย่าง ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น (San-Ei Corporation) ผู้จัดงานและเจ้าของลิขสิทธิ์ Tokyo Auto Salon ที่เคียงข้างและสนับสนุนเราในทุกมิติตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ในปีนี้เรายังคงผนึกกำลังความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง พร้อมเดินหน้าสานต่อสัญญาลิขสิทธิ์การจัดงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันช่วยผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์หลังการขาย (Automotive Aftermarket) ของไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า 6,500 ล้านบาท ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย BAS 2026 พร้อมทำหน้าที่เป็นเวทีระดับภูมิภาคที่รวมทุกเทรนด์และนวัตกรรมแต่งรถล่าสุดมาไว้ในที่เดียว”
นายรณฤทธิ์ ซื่อวาจา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์โน แอนด์ แนช จำกัด ที่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการจัดงาน BAS 2026 กล่าวเสริมว่า “จากตำนานความสำเร็จในการจัดงาน Bangkok Auto Salon            ทั้ง 11 ครั้งที่ผ่านมา ได้สร้างแรงบันดาลให้เกิดการจัดงานเกี่ยวกับรถแต่งใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในกรุงเทพ ทำให้มีกิจกรรมด้านรถแต่งอย่างต่อเนื่อง สำหรับครั้งที่ 12 นี้ ภายใต้แนวคิด “Celebrate Bangkok Destination” เราตั้งใจร่วมเฉลิมฉลองกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์รวมจิตวิญญาณของคนรักรถแต่งจากทั่วอาเซียนที่ต้องมาปักหมุด ด้วยไลน์อัปกิจกรรมที่จัดเต็มทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ ให้ผู้ที่ชื่นชอบยานยนต์ได้สัมผัสงานคราฟต์และความสนุกระดับโลกตลอด 5 วันเต็ม”
งาน Bangkok Auto Salon 2026 ปีนี้ มีไฮไลต์และกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ที่สะท้อนความเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมรถแต่งของภูมิภาคอาเซียน ทั้งส่วนในฮอลล์ และลานกิจกรรมเอาต์ดอร์ ประกอบด้วย

1) ตื่นตาตื่นใจกับนวัตกรรมและสุดยอดรถแต่งระดับตำนาน ณ ฮอลล์ 100
• BANGKOK AUTO SALON’S SELECTION สัมผัสสุดยอดคัสตอมคาร์ที่ปรับแต่งครบทั้งสมรรถนะ (Performance) และความประณีต (Styling & Detailing) นำทัพโดยดีกรีรถแต่งระดับแชมป์ ส่งตรงจากเวที Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่น ต้นตำรับวัฒนธรรม JDM ประชันความอลังการกับสุดยอดรถแต่งคัดพิเศษฝีมือคนไทย เพื่อเปิดมุมมองและส่งต่อแรงบันดาลใจระดับโลกให้สาวกสายซิ่งได้สัมผัสงานคราฟต์ด้วยตาตัวเอง
• AUTOMAKERS’ SPECIAL CUSTOM CARS: การผนึกกำลังของบิ๊กแบรนด์ชั้นนำ อาทิ โตโยต้า ฮอนด้า และมาสด้า ที่นำทัพรถยนต์รุ่นพิเศษซึ่งผ่านการโมดิฟายด์เฉพาะมาอวดโฉมในงาน
• RENOWNED TUNING GARAGES: การรวมตัวของสำนักแต่งรถชั้นนำทั้งจากต่างประเทศและในไทย ร่วมนำผลงานสุดพิเศษมาประชันความแรงและความประณีตกันในงานนี้
• ACCESSORIES ZONE: หนึ่งในหัวใจของงานนี้ ศูนย์รวมเทรนด์และอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ระดับ        พรีเมียมกว่า 200 แบรนด์ชั้นนำระดับโลก จากอิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไต้หวัน มาเลเซีย ฮ่องกง และไทย ทั้งการเพิ่มสมรรถนะ ความเร็ว และดีไซน์ ให้เลือกช้อปอย่างครบครันในที่เดียว
• BANGKOK AUTO SALON’S BEST CAR AWARDS: รางวัลรถยอดเยี่ยม 10 ประเภท โดยคณะกรรมการทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทยเป็นผู้คัดเลือก และรางวัลรถยอดนิยมขวัญใจคาร์คลับ โดยให้ผู้เข้าชมงานและเหล่าคาร์คลับเป็นผู้โหวตเลือก
• LEGEND MEET: โอกาสทองของแฟน ๆ ที่จะได้กระทบไหล่และแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจกับ “เจ้าสำนักแต่งรถระดับตำนาน” จากประเทศญี่ปุ่นแบบใกล้ชิด
• e-MOTOR SPORT EXPERIENCE: เปิดมิติใหม่แห่งความเร็ว ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตในรูปแบบดิจิทัลสุดล้ำ
2) เดือดทะลุปรอท! กิจกรรมลานเอาต์ดอร์ อัดแน่นความมันส์ของคาร์คลับ-สายดริฟต์
• CAR CLUB MEET: ปรากฏการณ์รวมพลคาร์คลับสุดยิ่งใหญ่ประจำปี ศูนย์รวมการสังสรรค์แลกเปลี่ยนแพสชันของคนรักรถแต่งทุกสไตล์ พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้มสำหรับนำรถเข้าร่วมกิจกรรม 2 ท่าน (รับเสื้อยืด Bangkok Auto Salon Limited Edition บัตรเข้าชมงาน และเครื่องดื่ม)
• CAR PARADE: ตื่นตากับขบวนพาเหรดตระการตาด้วยทัพรถสปอร์ต รถคัสตอม รถหรู และไอคอนิกคาร์ระดับตำนาน สะท้อนเอกลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ของชาวคาร์คลับ ปลุกบรรยากาศ Tokyo Street Show มาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ
• CLUB RACE (Pocket Scale Arena): ท้าดวลความเร็วและความแม่นยำบนสนามจำลองสเกลเล็กที่ออกแบบให้มีมุมโค้งสุดท้าทาย ให้อารมณ์เหมือนซ้อมสนามดริฟต์ ชิงตำแหน่ง “เวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดประจำวัน” (Best Lap Time) พร้อมรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากงาน Bangkok Auto Salon
• DRIFT ARENA: สังเวียนดริฟต์ที่จะลุกเป็นไฟกับการแบทเทิ้ลสุดมันส์ของเหล่า ROOKIE DRIFT พร้อมไฮไลต์เด็ดของนักดริฟต์หญิงดาวรุ่งจากการแข่งขัน D1 Grand Prix Thailand และห้ามพลาดกับโชว์พิเศษจากนักดริฟต์มืออาชีพชาวญี่ปุ่น ที่เปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้ร่วมสัมผัสความเร้าใจในกิจกรรม Drift Taxi
• LIVE STAGE SHOW: เติมเต็มความบันเทิงด้วยไลน์อัปดีเจสาวสุดฮอต SEXY DJ ระดับอินเตอร์ที่จะมา สแคลชบีตสุดมันส์ พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรีชั้นนำ ตลอดการจัดงาน
มิสเตอร์ จุนอิจิ ฟุคุอิ กรรมการบริหาร สมาคมโตเกียว ออโต ซาลอน ประเทศญี่ปุ่น กล่าวปิดท้ายตอกย้ำความเชื่อมั่นและประกาศต่อสัญญาความร่วมมือว่า “ความร่วมมือระหว่าง ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น และ คอร์โน แอนด์ แนช ดำเนินมาบนวิสัยทัศน์อันแข็งแกร่งร่วมกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2555 ซึ่งประเทศไทยนับเป็นประเทศแรกนอกประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คอร์โน แอนด์ แนช ได้พิสูจน์แล้วว่าคือพันธมิตรทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม และสามารถยกระดับ Bangkok Auto Salon ให้กลายเป็น “ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมรถแต่งประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน” ได้อย่างสมศักดิ์ศรี จากความสำเร็จอันยาวนานนี้ ซัง-เอ คอร์ปอเรชั่น เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศการขยายสัญญาต่อลิขสิทธิ์ความร่วมมือนี้ และพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุกมิติ ทั้งการคัดสรรสุดยอดรถแต่งระดับแชมป์ส่งตรงจากญี่ปุ่น นวัตกรรมโมดิฟายด์ การเชิญเจ้าสำนักแต่งระดับตำนานร่วมสร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวัฒนธรรมรถแต่งให้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง”
Bangkok Auto Salon 2026 ขอเชิญชวนคนรักรถร่วมสัมผัสมหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายยนตรกรรมพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ ภายใต้แนวคิด “Celebrate Bangkok Destination” ที่รวบรวมสุดยอดรถแต่ง นวัตกรรมการแต่งรถ กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต และความบันเทิงไว้อย่างครบครันตลอด 5 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 26-30 สิงหาคม 2569 ณ ฮอลล์ 100 ไบเทค บางนา บัตรเข้าชมงานราคา 100 บาท เปิดให้เข้าชมเวลา 12.00-21.30 น. (วันพุธ-ศุกร์) และ 11.00-21.30 น. (วันเสาร์-อาทิตย์)

ติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ของ Bangkok Auto Salon 2026 ได้ทาง
Facebook: Bangkok International Auto Salon
Instagram: @bangkokautosalon_official
YouTube: Bangkokautosalon 
TikTok: @bangkokautosalon
#BangkokAutoSalon2026 #BangkokAutoSalon #BAS2026 #BAS #CelebrateBangkokDestination #TokyoAutoSalon

“ลมหายใจไร้มลทิน” ปี 2569ชวนน้องๆ ปฐมวัย-อุดมศึกษา เข้าประกวดชิงทุนกว่า 3 แสนบาท

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน ชวนเด็ก และเยาวชน ส่งผลงานเขียน ร้องเพลง วาดภาพ และ วีดีโอคลิป เพื่อร่วมรณรงค์เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ชิงทุนการศึกษากว่า 300,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2569

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน โดยบริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” ได้รับการสนับสนุนจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการลมหายใจไร้มลทิน ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยการเชิญชวนเด็ก และเยาวชนระดับปฐมวัย ถึงอุดมศึกษาทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าประกวด ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร และได้รับสิทธิ์ร่วมค่ายเยาวชน “ลมหายใจไร้มลทิน” โดยไม่ต้องผ่านการคัดเลือก ซึ่งการประกวดแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1.      ประกวดงานเขียนเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต

2.      ประกวดร้องเพลงประกอบดนตรี เพลง “คิดดี ทำดี” เพลง “ด้วยลมหายใจที่ไร้มลทิน” และเพลง “คุณค่าความเป็นคน”

3.      ประกวดวาดภาพศิลปะสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ความซื่อสัตย์  คือพลังแห่งชีวิต”

4.      ประกวดวีดีโอคลิป สะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “Unseen me : ความดีที่ไม่มีเสียง”

เด็ก และเยาวชน ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดกิจกรรมพร้อมใบสมัคร ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยผู้ส่งผลงานทุกประเภทจะได้รับเกียรติบัตร (E-Certificate) รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ lomhaijai.org หรือ http://www.dcy.go.th โทรศัพท์ 0-2055-8444 ต่อ 316, 318

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น