เชอรี ประเทศไทย ตอบรับความต้องการของลูกค้า เปิดออปชันเปลี่ยนกระจกมองข้าง Chery V23 ฟรี! ไม่หยุดพัฒนาเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้า

กรุงเทพฯ 17 มีนาคม 2569 – เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) เดินหน้ายกระดับประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและประสบการณ์จากลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าอยู่เสมอ โดย CHERY ได้เปิดออปชันการเปลี่ยนกระจกมองข้างให้ลูกค้าผู้ใช้รถ Chery V23 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย โดยลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนสามารถนัดหมายเข้ารับบริการกับผู้จำหน่ายได้แล้วตั้งแต่วันนี้

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “หนึ่งในหลักแนวคิดสำหรับการบริหารธุรกิจภายใต้แบรนด์เชอรี คือ ครอบครัว โดยลูกค้าทุกคนคือสมาชิกในครอบครัว เชอรี จึงให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า (Customer Voice Listening) เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด CHERY เตรียมนำเสนอออปชันการเปลี่ยนกระจกมองข้างสำหรับ Chery V23 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้ CHERY ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 46 ล้านบาท ในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนกระจกมองข้างครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของแบรนด์ในการดูแลลูกค้าเสมือนสมาชิกในครอบครัว และมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์งานบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

จากการรับฟังเสียงของลูกค้าที่ใช้งานจริง กระจกมองข้างของ Chery V23 รุ่นใหม่จึงได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่และกว้างขึ้น ช่วยเพิ่มองศาการมองเห็นด้านข้างได้ดียิ่งขึ้นและทัศนวิสัยที่ไกลขึ้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้งาน และเพิ่มความสะดวกสบายรวมถึงความมั่นใจในการขับขี่

ทั้งนี้ เจ้าของรถ Chery V23 ที่ประสงค์เปลี่ยนกระจกมองข้างเป็นรุ่นใหม่ สามารถติดต่อผู้จำหน่ายใกล้บ้านเพื่อลงนัดหมายล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อเข้ารับการเปลี่ยนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความไว้วางใจ และพร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน เพื่อพัฒนานวัตกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกมิติต่อไป

“MOONEYES of Bangkok” ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดยิ่งใหญ่! อิมพอร์ต “MOON BUG” รถแข่ง VW Beetle ระดับตำนาน ตอกย้ำคอมมูนิตี้การแต่งรถของคนไทยที่การันตี อวดสายตาชาวโลก THAILAND นี่แหละคือตัวจริง!

เขย่าวงการยานยนต์สายคัสตอมของไทยเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ MOONEYES Shop BKK จัดงานฉลองวาระสำคัญ “10 Years Anniversary MOONEYES of Bangkok” ครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ไม่เพียงเป็นงานรวมพลคนรักยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักยภาพของวัฒนธรรมการแต่งรถระดับโลกที่บริหารงานโดยคนไทย พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางคอมมูนิตี้คัสตอมระดับเอเชีย

คุณมาร์ค จักรพันธ์ รุ่งสุขเจริญ ประธานกรรมการบริหาร MOONEYES Of Bangkok เปิดเผยว่า แนวคิดสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างเครือข่าย Kustom Kulture และยกระดับวงการรถคัสตอม โดยมีแบรนด์ MOONEYES เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงชุมชนคนรักรถจากหลากหลายประเทศ

พร้อมกันนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการประกาศบทบาทใหม่ของ MOONEYES Of Bangkok ที่ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์แม่ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ให้เป็น “ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย” นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าและสิทธิ์ในแบรนด์แล้ว ยังได้รับหน้าที่ใหม่ด้าน การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ MOONEYES เพื่อผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดคัสตอมระดับโลก ตั้งแต่การร่วมคิด ออกแบบ คัดสรรวัสดุ ไปจนถึงการผลิตภายใต้มาตรฐานสากลเพื่อการส่งออก

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพทั้งด้านทักษะและเศรษฐกิจ งานครั้งนี้จึงเชิญเครือข่าย MOONEYES จากทั่วเอเชียเข้าร่วม นำโดย Mr. Shige Suganuma : Owner Of MOONEYES Japan รวมถึงผู้บริหารจากญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา พร้อมผู้แทนจำหน่ายจากหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย ไต้หวัน จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวโลกได้รู้จัก สัมผัส และต่อยอดความหลงใหลในแบรนด์ MOONEYES สู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ

“10 ปี MOONEYES of Bangkok ไม่ใช่เพียงงานที่คนขับรถนำรถมาจอดโชว์แล้วแยกย้ายกลับบ้าน แต่คือศูนย์กลางการส่งเสริมธุรกิจและเศรษฐกิจของไทย ผ่านแบรนด์ระดับโลกที่บริหารโดยคนไทย ซึ่งสามารถขยายเครือข่ายสู่ตลาดเอเชียได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะไม่มีใครเข้าใจวัฒนธรรมและพฤติกรรมการแต่งรถ ทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ได้ลึกซึ้งเท่าคนไทย”

ภายในงานมีสินค้า MOONEYES ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ Equipment ไปจนถึง Apparel เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเลือกสรรไอเดียในการตกแต่งรถและไลฟ์สไตล์ เพื่อสะท้อนตัวตนของแต่ละคนอย่างเต็มที่

ไฮไลต์ระดับประวัติศาสตร์ของงานคือการปรากฏตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ “MOON BUG” รถแข่ง VW Beetle ระดับตำนานที่บินตรงจากญี่ปุ่นมาจัดแสดงให้แฟน ๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวโปรเจกต์พิเศษ Custom Car & Bike by MOONEYES Of Bangkok ผลงานสร้างสรรค์โดยทีมช่างไทยที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์

นอกจากนี้ยังมีการนำเข้ารถ Original Chopper ระดับตำนานจากสำนักแต่งชื่อดังฝั่งอเมริกัน Cycle Zombies โดย Big Scoot และ Scooty สองพ่อลูกผู้เป็นไอคอนของวงการคัสตอมโลก มาจัดแสดงภายในงานอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันยังมีการรวมตัวของศิลปินสายคัสตอมระดับแถวหน้าทั้งไทยและต่างประเทศ ในกิจกรรม Kustom Art Gathering ที่เปิดเวทีให้ชมการสร้างสรรค์งาน Pinstripe และ Airbrush บนตัวรถแบบสด ๆ นำโดยปรมาจารย์ Wildman Ishii จากญี่ปุ่น รวมถึงบิลเดอร์ระดับโลกอย่าง Gabriel (USA) และ Ben Foster (Australia) พร้อมแขกรับเชิญจากหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายตัวในธุรกิจคัสตอมระดับสากล

งานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโลกของยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงวัฒนธรรมสตรีทไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร ทั้ง Mooneyes Skatepark & Pro Show การแสดงสเก็ตบอร์ดจากนักกีฬาดาวรุ่งที่ Mooneyes ปลุกปั้นมาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว Mooneyes Racing Team Thailand พร้อมฉลองความสำเร็จของทีมแข่ง Dragster สัญชาติไทยทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อ ที่เพิ่งคว้าแชมป์เมื่อปลายปี 2025

รวมถึงคอนเสิร์ตจากวง Rock ’n’ Roll ชื่อดังจากญี่ปุ่น Johnny Pandora ที่บินตรงมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน และกิจกรรม The Ultimate Lucky Draw ลุ้นรับรถมอเตอร์ไซค์ Honda GB350C ที่ถูกคัสตอมใหม่ทั้งคันโดยสำนักแต่งชื่อดัง Fatboy Design ซึ่งมีเพียงคันเดียวในโลก

ทั้งนี้ งาน 10 Years Anniversary MOONEYES of Bangkok จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของวงการคัสตอมไทย ที่ผลักดันโดยผู้บริหารชาวไทยซึ่งนำแบรนด์ระดับโลกมาสร้างคอมมูนิตี้และโอกาสทางธุรกิจให้เติบโต พร้อมตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมคัสตอมของเอเชียอย่างแท้จริง

LIQUI MOLY THAILAND เขย่าตลาดน้ำมันเครื่องไทย เปิดตัว “T-SERIES” เกมรุกพรีเมียมแมสดึง “เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก” เสริมพลังแบรนด์

ภายใต้แนวคิด ADVANCE YOUR DRIVE FOR THE DRIVERS
Liqui Moly เขย่าวงการยานยนต์ในประเทศไทยครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมน้ำมันเครื่องที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับสภาพการใช้งานในเอเชียโดยตรง นับเป็นก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลเครื่องยนต์ระดับโลกจากประเทศเยอรมนี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานการปกป้องเครื่องยนต์ให้ก้าวล้ำกว่าที่เคยมีมา พร้อมดึง “เบียร์-ปิยะเลิศ ใบหยก” สร้างแรงขับเคลื่อนตลาด ภายใต้แนวคิด “ADVANCE YOUR DRIVE FOR THE DRIVERS” แบรนด์ที่ “เข้าใจคนขับ” เดินหน้าสร้าง Brand Loyalty และตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำมันเครื่องที่ผู้บริโภคจดจำมากที่สุดในโลกโมบิลิตี้ภายในปี 2030

นางศิริจิตต์ กาญจนบัตร ผู้บริหาร บริษัท คาร์แลค (ไทย-เยอรมัน) จำกัด ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้นำตลาดในธุรกิจนำเข้าผลิตภัณฑ์เคลือบสีรถยนต์จากเยอรมนี ก่อนขยายสู่การเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์คุณภาพสูงแบบครบวงจร และสั่งสมประสบการณ์ในตลาดไทยยาวนานกว่า 40 ปี โดยมุ่งคัดสรรเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อผู้ใช้รถในประเทศไทยอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน Liqui Moly มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 4,000 รายการ วางจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก และได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ รวมถึงผ่านการพิสูจน์สมรรถนะในสนามแข่งขันระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Formula 1 หรือ MotoGP เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นเวทีที่ต้องการเทคโนโลยีหล่อลื่นประสิทธิภาพสูงสุดในสภาวะการใช้งานที่หนักที่สุด
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 500 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่น้ำมันเครื่อง สารเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์แบบครบวงจร พร้อมจำหน่ายผ่านศูนย์บริการชั้นนำทั่วประเทศ เช่น B-Quik, Cockpit, Tyreplus, Auto1 และ Autoclik รวมถึงเครือข่ายร้านค้าและอู่พันธมิตรจำนวนมาก

นางศิริจิตต์ กล่าวอีกว่า การเปิดตัวน้ำมันเครื่อง T-Series ได้รับการพัฒนาเพื่อภูมิอากาศและลักษณะการใช้งานในเอเชียโดยเฉพาะ รองรับทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล ไฮบริด ระบบ Start-Stop มาตรฐานไอเสีย Euro 5 และ Euro 6 รวมถึงรถที่ติดตั้งระบบกรองอนุภาคไอเสีย DPF โดยการพัฒนาครั้งนี้เกิดขึ้นจากการลงทุนจากสำนักงานใหญ่ประเทศเยอรมนี ในการส่งนักวิจัยจากโรงงานผลิตในประเทศเยอรมนี มาเพื่อควบคุุมมาตรฐานการผลิตในทุกขั้นตอนเพื่อรักษาคุณภาพของน้ำมันเครื่องในรุ่น T-Series ที่ผลิตในประเทศไทยพร้อมส่งออกไปในทุกๆ ประเทศภูมิภาคเอเชีย
“การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาด แต่คือการยกระดับมาตรฐานน้ำมันเครื่องสำหรับผู้ขับขี่ในเอเชียทั้งหมด เราไม่ได้ต้องการเพียงนำสินค้าระดับโลกเข้ามาจำหน่าย แต่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริงของผู้ขับขี่ไทยโดยเฉพาะ T-Series คือผลลัพธ์ของการวิจัยที่เข้าใจสภาพภูมิอากาศ สภาพการจราจร และพฤติกรรมการใช้งานในภูมิภาคนี้อย่างแท้จริง ทุกขั้นตอนยังคงคุณภาพตามมาตรฐานเยอรมนี เพราะเป้าหมายของเราคือการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุด และสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน”

พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์สร้างประสบการณ์ใช้งานจริง และสร้างแบรนด์ผ่านบุคคลต้นแบบ โดยร่วมมือกับ ปิยะเลิศ ใบหยก ในฐานะ Iconic ของแบรนด์ พร้อมร่วมกับ Top Secret Thailand ในการพัฒนาโครงการศูนย์บริการ Liqui Moly เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการและสร้างประสบการณ์ตรงให้ผู้ใช้รถ

ด้าน ปิยะเลิศ ใบหยก หรือ เบียร์ ใบหยก เปิดเผยว่า เขารู้จักและเชื่อมั่นในคุณภาพเทคโนโลยีเยอรมันมาอย่างยาวนาน และใช้งานผลิตภัณฑ์กับรถทุกคันของตนเอง
“ผมมีรถหลายประเภท ทั้งรถสปอร์ต รถแต่ง และรถใช้งานประจำวัน ทุกคันผมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของลิควิ โมลี่ เพราะผมเชื่อมั่นในเทคโนโลยีเยอรมันและผลลัพธ์ที่เห็นได้จริง สำหรับ T-Series ผมมองว่าเหมาะกับประเทศไทยมาก เพราะถูกพัฒนามาเพื่อเครื่องยนต์เอเชียโดยเฉพาะ ผมอยากให้ทุกคนได้ลองใช้และพิสูจน์ด้วยตัวเอง ถ้าไม่ดีจริง ผมคงไม่ตัดสินใจร่วมทำโปรเจ็กต์นี้แน่นอน”
นางศิริจิตต์ กล่าวปิดท้ายว่า การเปิดตัวครั้งนี้ยังมาพร้อมการปรับทิศทางแบรนด์ระดับโลกภายใต้แนวคิด “FOR THE DRIVERS” แบรนด์ที่ “เข้าใจคนขับ” มุ่งสร้างประสบการณ์สำหรับผู้ขับขี่อย่างแท้จริง พร้อมวางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการจดจำมากที่สุดในโลกโมบิลิตี้ภายในปี 2030
การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการประกาศศักยภาพเทคโนโลยีระดับโลกที่พัฒนาเพื่อผู้ขับขี่ในเอเชียโดยเฉพาะ พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่เวทีสากลอย่างเต็มรูปแบบ และกลายเป็นแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ที่ทั้งวงการต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และนี่คือจุดเริ่มต้นของมาตรฐานใหม่แห่งการดูแลเครื่องยนต์สำหรับผู้ขับขี่ยุคใหม่อย่างแท้จริง
ติดตามความเคลื่อนไหว และกิจกรรมต่าง ๆ ของ Liqui Moly ได้ที่
http://www.facebook.com/LiquiMolyThailand

โบลท์ (Bolt) เปิดตัว “โบลท์ครีเอเตอร์” เสริมทักษะดิจิทัลผู้ขับขี่ ยกระดับศักยภาพแรงงานแพลตฟอร์มไทย

 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 4 มีนาคม 2569 – โบลท์ (Bolt) เปิดตัว “โบลท์ครีเอเตอร์” (Driver Creator Challenge & Ambassador Development Program) โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รูปแบบใหม่ มุ่งเสริมทักษะดิจิทัล ความเป็นผู้นำ และการสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่างมีความรับผิดชอบ พร้อมยกระดับศักยภาพแรงงานแพลตฟอร์มในประเทศไทย

 

การเปิดตัวโครงการครั้งนี้ ต่อยอดจากผลสำรวจผู้ขับขี่ทั่วประเทศที่โบลท์ดำเนินการร่วมกับ Kantar Thailand ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า งานแพลตฟอร์มในประเทศไทยได้รับการยอมรับเพิ่มขึ้นในฐานะแหล่งรายได้ที่มีความยืดหยุ่น โดยผู้ขับขี่จำนวนมากระบุว่าสามารถสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้ครัวเรือนได้ดีขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาทักษะสำคัญ อาทิ การบริหารเวลา การบริการลูกค้า และการจัดการทางการเงิน

 

จากผลสำรวจดังกล่าว โบลท์จึงขยายแนวทางการสนับสนุนผู้ขับขี่ให้กว้างขึ้น โดยมุ่งพัฒนาทักษะดิจิทัลและแนวคิดความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถต่อยอดศักยภาพของตน พร้อมแบ่งปันประสบการณ์อย่างสร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

โครงการ “โบลท์ครีเอเตอร์” มีระยะเวลา 4 สัปดาห์ เปิดรับสมัครผู้ขับขี่ที่สนใจและมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงปฏิบัติในหัวข้อสำคัญ อาทิ

  • การสร้างแบรนด์บุคคล ผ่านการนำเสนอเรื่องราวและการสร้างภาพลักษณ์
  • ความเป็นมืออาชีพด้านการให้บริการและภาวะผู้นำ
  • ความรู้ทางการเงินและการสร้างรายได้จากคอนเทนต์
  • การสร้างคอนเทนต์อย่างมีจริยธรรม ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

 

โครงการนี้ครอบคลุมประเด็นที่ผู้ขับขี่จำนวนมากต้องการความเข้าใจที่ชัดเจนด้านการวางแผนทางการเงิน การทำความเข้าใจรูปแบบการสร้างรายได้จากคอนเทนต์ การพัฒนาทักษะด้านเทคนิคและอุปกรณ์ รวมถึงแนวทางการสื่อสารดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ

 

ผลสำรวจก่อนหน้านี้ยังพบว่า ผู้ขับขี่จำนวนมากได้พัฒนาทักษะด้านการบริหารเวลา การบริการลูกค้า การสื่อสาร และการจัดการทางการเงินผ่านการทำงานบนแพลตฟอร์ม ซึ่งโครงการใหม่นี้ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพดังกล่าว สู่การมีบทบาทในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาภาวะผู้นำในชุมชน

 

ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ ประเทศไทย กล่าวว่า

“ข้อมูลจากการสำรวจชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้ขับขี่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงาน และสามารถสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้ครัวเรือนได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการโบลท์ครีเอเตอร์จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับศักยภาพผู้ขับขี่ในระยะยาว เสริมทักษะที่จำเป็นสำหรับยุคดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในระดับบุคคลและระดับประเทศ”

 

พร้อมกล่าวเสริมว่า

“การที่ผู้ขับขี่เลือกเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ไม่เพียงเพิ่มโอกาสให้กับตนเอง แต่ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในภาพรวม”

 

 

Wuling Thailand รุกตลาดรถครอบครัว เปิดตัว STARLIGHT DARION EV ชูจุดขาย “MPV-VAN 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ สไตล์รถตู้พรีเมี่ยมรุ่นแรกและรุ่นเดียวในไทย ในราคารถเก๋ง”

• ประกาศวิสัยทัศน์เชิงรุกหลังร่วมทุนกับบริษัทแม่จากประเทศจีน ภายใต้ชื่อ บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งเป้าภายในปีนี้วางแผนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า WULING เพิ่ม 5 รุ่น ครบทุกเซ็กเมนต์ ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์เชิงพาณิชย์
• พร้อมเปิดตัว WULING STARLIGHT DARION EV สร้างเซ็กเมนต์ใหม่ Mass Market MPV-VAN 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ไฟฟ้า สไตล์รถตู้พรีเมี่ยมในราคารถเก๋งที่ใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของได้ พร้อมแคมเปญพิเศษจำกัดเวลาถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้เท่านั้น

กรุงเทพฯ, 6 มีนาคม 2569 บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (WULING THAILAND) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่โดย บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด กับบริษัทแม่จากจีน (SGMW หรือ SAIC-GM-Wuling) เพื่อดำเนินการขายและการตลาดของรถยนต์แบรนด์ WULING ในไทยอย่างเป็นทางการ โดย SGMW นั้นเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่มียอดขายสะสมทะลุ 30 ล้านคันทั่วโลก นับเป็นการยืนยันพันธกิจระยะยาวของ WULING ในการสร้างระบบนิเวศ EV ที่ยั่งยืนในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เผยวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ประกอบด้วย 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์อีก 5 รุ่นในไทย การเพิ่มโชว์รูมและปรับมาตรฐานโชว์รูมให้เป็นมาตรฐาน การตั้งศูนย์คลังอะไหล่เพื่อรองรับการบริการหลังการขาย และ การเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์รถยนต์ WULING ในไทย

SGMW จีนหนุนเต็มที่ — ทุกรุ่นในจีน คือโอกาสของคนไทย
Mr. Sun Dazhi, SGMW Channel Director, SAIC-GM-Wuling Automobile (SGMW) ได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในฐานะตัวแทนจากผู้ผลิต โดยเผยที่มาของโลโก้ “W” ว่าไม่ได้ย่อมาจาก WULING เพียงอย่างเดียว แต่สืบทอดมาจากอักษรจีนดั้งเดิม “Wanjia” (万家) ที่แปลว่า “เพื่อครอบครัวนับล้าน” — ปณิธานที่ WULING ยึดมั่นมาตลอดกว่า 40 ปี จนสร้างความเชื่อมั่นให้กับกว่า 31 ล้านครอบครัวทั่วโลก Mr. Sun ยังเน้นย้ำความได้เปรียบด้านการผลิตจาก Intelligent LIM Factory แห่งแรกของโลก ที่เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 30% พร้อมอัตราข้อบกพร่องแทบเป็นศูนย์ รวมถึง Magic Battery มาตรฐาน Zero Fire / Zero Intrusion ที่พิสูจน์แล้วจากการใช้งานจริงในรถ EV ของ WULING กว่า 3 ล้านคันทั่วโลก โดยไม่เคยเกิดเหตุแบตเตอรี่ลุกไหม้จากการชนแม้แต่ครั้งเดียว และปิดท้ายด้วยการยืนยันว่า “ประเทศไทยคือตลาดที่ SGMW ให้ความสำคัญสูงสุด” พร้อมสัญญาว่าผู้บริโภคไทยจะได้เห็นทุกรุ่นจากจีนเข้าสู่ตลาดนี้อย่างครบครัน ตั้งแต่ซิตี้อีวี รถ MPV-VAN และ SUV ทั้งใช้งานบุคคลและเชิงพาณิชย์ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์

SGMW เป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ระดับแนวหน้าของโลก ด้วยยอดขายสะสมทะลุ 30 ล้านคัน นับเป็นแบรนด์จีนที่มีฐานลูกค้ามากที่สุด โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว SGMW ทำยอดขายรวม 1,635,066 คัน เติบโต 6.2% เทียบปีก่อน และที่น่าทึ่งคือ ยอดขาย EV พุ่งทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คิดเป็น 61% ของยอดขายรวม ขณะที่ยอดส่งออกครอบคลุม 105 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศในอาเซียน ตะวันออกกลาง แอฟริกา และทวีปอเมริกา

วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) — บริษัทใหม่ นโยบายใหม่ เพื่อผู้บริโภคไทย
Mr. Mike Chen, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำเสนอแผนนโยบายผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายที่ครอบคลุม โดยประกาศว่า “WULING THAILAND มีแผนนำรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 5 รุ่นหลักสู่ตลาดไทยในปี 2569 ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้งาน ประกอบด้วย STARLIGHT DARION EV, STARLIGHT EKSION EV, PORTA EV, YEP PLUS และ Mini EV Gen 5 ซึ่ง ทุกรุ่นผลิตภายใต้มาตรฐาน Wuling Brand Standard ที่เป็นหนึ่งเดียวกับมาตรฐานตลาดทั่วโลก พร้อมแผนการตลาดแบบ Omnichannel ผสานพลังทั้ง Online และ Offline เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ WULING ให้มากขึ้นในไทย เป้าหมายยอดขายรวมปี 2569 8,000 คัน ทุกรุ่น

ด้านเครือข่ายโชว์รูม WULING THAILAND ตั้งเป้าขยายจาก 24 โชว์รูมในปัจจุบัน สู่ 50 โชว์รูมมาตรฐานทั่วประเทศ ภายในสิ้นปี 2569 ครอบคลุมทุกภูมิภาค ทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้ รองรับการยกระดับประสบการณ์การซื้อและการบริการให้เทียบชั้นแบรนด์พรีเมี่ยมระดับโลก นอกจากนี้ WULING THAILAND ยังได้จัดตั้ง ศูนย์กระจายอะไหล่ขนาดใหญ่ที่เทพารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรองรับความต้องการซ่อมบำรุงอย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลารอรับรถ และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน EV ทั่วประเทศ”

STARLIGHT DARION EV — MPV-VAN 7 ที่นั่งประตูสไลด์ไฟฟ้ารุ่นแรกและรุ่นเดียวของไทย
นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วู่หลิง เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงจุดเด่นของ WULING STARLIGHT DARION EV ว่า “DARION EV คือรถยนต์ไฟฟ้า MPV-VAN 7 ที่นั่งที่โดดเด่นด้วยความแตกต่างที่ไม่มีใครในตลาดเทียบได้ นั่นคือ ประตูสไลด์ไฟฟ้าทั้งสองฝั่ง (Dual Electric Sliding Doors) ที่รถ SUV ในระดับราคาเดียวกันให้ไม่ได้ เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มีสมาชิกครอบครัวมากขึ้น รวมถึงผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ซึ่งมีเฉพาะคู่แข่งระดับ Luxury Van ในตลาดเท่านั้น WULING STARLIGHT DARION EV พิสูจน์ว่า MPV-VAN ประตูสไลด์ รถตู้พรีเมี่ยมในราคารถเก๋ง คือ สิ่งที่เป็นไปได้จริง

ในฐานะรถยนต์ที่มอบคำตอบสูงสุดให้กับครอบครัวไทยยุคใหม่ตามคอนเซ็ปท์ “Evolving family moment” หรือ “ให้ WULING EV เป็นส่วนหนึ่งของทุก ๆ ช่วงชีวิตของครอบครัวคุณ” รถรุ่นนี้ไม่เพียงเจาะกลุ่มครอบครัวคนเมืองยุคใหม่ (Urban Modern Family) ต้องการพื้นที่และความปลอดภัย และยังตอบโจทย์กลุ่มผู้บริหาร (Corporate Executive) ที่ใช้รถเพื่อภาพลักษณ์และประสิทธิภาพ และธุรกิจรถเช่าพรีเมียม (VIP Ride-Hailing) และรถเช่าระยะยาว ที่มองหาต้นทุนต่ำและรายได้คุ้มค่า

สเปคเทพเกินราคาเปิดศึกท้าชน SUV และ MPV ในตลาด
ด้านสมรรถนะ WULING STARLIGHT DARION EV ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 150 kW แรงบิด 310 N·m วิ่งได้ไกลถึง 540 กิโลเมตร (CLTC) รองรับ 2C Fast Charging ชาร์จ 30%-80% ใช้เวลาเพียง 20 นาที โดยระบบเหล่านี้ได้รับการปรับจูนสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทยโดยเฉพาะ รวมถึงผ่านการทดสอบระบบกันสะเทือนบนถนนไทยกว่า 8,000 กิโลเมตร

ด้วยพละกำลังจาก MAGIC Battery ขนาด 69.2 kWh ที่ปลอดภัยสูงสุดและผ่านการทดสอบมากกว่า 2,000 รายการ ใช้เหล็กกล้าแรงสูงระดับการบินอวกาศ (1,500 MPa) และมีสถิติ ไฟไหม้จากการชนเป็นศูนย์ใน 3 ล้านคันที่จำหน่ายทั่วโลก พร้อมถุงลมนิรภัย 6 จุดรอบคัน รวมถึงม่านลมด้านข้าง ให้ความมั่นใจทุกเส้นทาง

ภายในห้องโดยสาร WULING STARLIGHT DARION EV มาพร้อมการจัดที่นั่งแบบ 2+2+3 ช่องทางเดินแถวสองกว้าง 230 มม. พื้นที่เหนือศีรษะแถวสามสูงกว่า 1.2 เมตร และพื้นที่เก็บสัมภาระยืดหยุ่นตั้งแต่ 315 ถึง 1,202 ลิตร ด้วยการพับที่นั่งแถวสามแบบพับได้ด้วยมือเดียว พร้อมช่องเก็บของ 25 จุดทั่วคัน จอกลาง 12.8 นิ้ว และชาร์จไร้สาย 50W เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบายและชาญฉลาด

ห้ามพลาด! โอกาสเป็นเจ้าของก่อนใครกับโปรโมชั่นที่มีเวลาจำกัด
สำหรับลูกค้าที่กำลังพิจารณารถยนต์ไฟฟ้าแบบ MPV-VAN ประตูสไลด์ไฟฟ้า หรือ Family Car นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตัดสินใจ WULING THAILAND มอบแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟฉลองการเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศราคาช็อกตลาดสำหรับ WULING STARLIGHT DARION EV เริ่มต้น 799,000 บาท
ราคาพิเศษช่วงแนะนำ ส่วนลด 40,000 บาท ตั้งแต่ วันที่ 6 – 31 มี.ค. 69 พร้อมแคมเปญโปรโมชั่นสุดพิเศษ
• ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%
• ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
• รับสิทธิ์แลกซื้อ Wallbox ในราคาพิเศษ 10,000 บาท
• BATTERY WARRANTY 8 ปี หรือ 150,000 กม.
• VEHICLE WARRANTY 6 ปี หรือ 150,000 กม.

ขอเชิญผู้สนใจร่วมสัมผัสและทดลองขับ WULING STARLIGHT DARION EV ยานยนต์ที่กว้างกว่า สบายกว่า และคุ้มค่ากว่า SUV ทั่วไปได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Wuling ทั่วประเทศ

MG Primus สร้างประวัติการณ์ใหม่! กวาด 6 รางวัลใหญ่ครองแชมป์สุดยอดดีลเลอร์ MG คุณภาพเยี่ยม!


MG Primus สร้างประวัติการณ์ใหม่! กวาด No.1 รางวัล MG Dealer Award 2025 ครบทุกมิติ ครองแชมป์ผู้นำดีลเลอร์ MG คุณภาพสูง สะท้อนมาตรฐานที่เหนือระดับและความเชื่อมั่นของลูกค้าไทย


นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group และ MG Primus เปิดเผยว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ทาง MG Primus ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยได้รับรางวัลผลงานยอดเยี่ยมอันดับ 1 ด้านต่างๆ รวมทั้งสิ้น 6 รางวัลใหญ่ ในพิธีมอบรางวัล “MG Dealer Award 2025”  ที่ได้รับเกียรติจาก มร.ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เป็นผู้มอบรางวัล ภายในงานประชุมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ MG ทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อ “MG Dealer Award 2025” ที่จัดขึ้น โดยบริษัท เอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด
สำหรับรางวัล MG Dealer Award 2025 ที่ MG Primus ได้รับรวมทั้งหมด 6 รางวัล ได้แก่
1. Excellence Award : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกด้าน
2. Best Sales Performance : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุดในประเทศ
3. Best Sales Volume of MG IM6 Group: รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์ MG IM6 สูงสุดในประเทศ
4. Best Sales Volume (EV) : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุดในประเทศ
5.Best Sales Volume (ICE) : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์สันดาปสูงสุดในระดับประเทศ
6. Best Dealer Star : รางวัลอันดับ 1 ประเภทผู้จำหน่ายที่มีคะแนนมาตรฐานบริการลูกค้า เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 90% โดย MG Primus สาขาพัทยา เป็นได้รับรางวัลดังกล่าว
นอกจากนี้ MG Primus ยังได้รับรางวัล 5 Stars Award  สำหรับผู้จำหน่ายที่สามารถรักษามาตรฐานการดำเนินงานและคุณภาพการบริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี สะท้อนการบริหารที่มีคุณภาพ สม่ำเสมอ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์แก่ลูกค้าในทุกด้านเป็นอย่างดี
พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้านการจำหน่ายรถยนต์ ในเดือนธันวาคม 2568 โดยทำยอดจำหน่ายสูงสุดในรอบ 12 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อมาตรฐานการบริการโดยรวมของ MG Primus

นายณัฏฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของ MG Primus ในฐานะกำลังสำคัญของเครือข่ายผู้จำหน่าย MG ประเทศไทย ที่จะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการบริการให้แก่ลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
ทั้งเป็นบทพิสูจน์ทิศทางและนโยบายของ Primus Group ที่กำหนดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สอดรับกับสถานการณ์ด้านการตลาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบัน ด้วยการมุ่งพัฒนาเครือข่าย บุคลากร การบริหารงานและการบริการที่ส่งมอบประสบการณ์ตรงให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและสร้างมาตรฐานการบริการที่ดีและเหนือระดับ ในฐานะผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าของไทย


นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท Primus Group กล่าวเพิ่มเติมว่า “การได้รับรางวัล MG Dealer Award 2025 ครบทั้ง 6 รางวัลหลัก ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งขององค์กรในภาพรวม ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมในทุกด้าน และ MG Primus ยังคงเดินหน้าในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับระบบการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า และรักษามาตรฐานให้มีคุณภาพดีขึ้นเป็นลำดับต่อไป” 

สมาคมรถโบราณ ร่วมเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” โดยสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค เข้าร่วมงาน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

สมาคมรถโบราณขอเชิญชวน นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย ไปเที่ยวงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569

“ลมหายใจไร้มลทิน”มอบรางวัลการประกวดปี 2568

มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกาศผลการประกวด และมอบรางวัลกิจกรรม 4 ประเภท ประจำปี 2568 ได้แก่ เรียงความ ร้องเพลง วาดภาพศิลปะ วีดีโอคลิป รวม 67 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัลผู้ชนะการประกวด จากโครงการ Kid D Project กิจกรรมจากค่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทิน ที่ปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริตสู่โรงเรียนที่ร่วมโครงการ และให้ โรงเรียนไปต่อยอดสู่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมอบรางวัลรวม 7 รางวัล ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569
สามารถติดตามผลการประกวด และกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation

แนวคิด MOTOR EXPO 2026“โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”

“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เพื่อมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ทุกประเภท ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ อย่างครบครัน


ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ ต้องการสื่อถึงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมรถยนต์ทุกประเภท และทุกระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชม และเลือกซื้อตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมียานยนต์ประเภทอื่นที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจักรยานยนต์ และเรือ
พื้นที่งานทุกตารางนิ้ว เต็มไปด้วยรถยนต์ประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีดาน, สปอร์ท, เอสยูวี, ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี, เอมพีวี, พิคอัพ ฯลฯ แต่ละประเภทล้วนเป็นรุ่นล่าสุดในตลาด ยิ่งกว่านั้น รถเหล่านี้ยังมีความหลากหลายในด้านต่างๆ อาทิ ระบบขุมกำลัง แบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน เชื้อเพลิงเบนซิน และดีเซล, แบบไฮบริด, พลัก-อิน ไฮบริด และแบบไฟฟ้า 100 % ระบบขับเคลื่อน แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ถึงระดับช่วยขับอัตโนมัติ ขณะที่ราคาจำหน่าย เริ่มตั้งแต่หลักแสนต้น จนถึงหลักหลายล้านบาท ส่วนจักรยานยนต์ ก็มีให้เลือกทุกรูปแบบ ทุกขนาดเครื่องยนต์ และทุกระดับราคา เช่นเดียวกัน
นี่คือจุดเด่นของงาน “มหกรรมยานยนต์” และด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ และจักรยานยนต์ ทุกรุ่นทุกแบรนด์อย่างครบครัน เราจึงกำหนดแนวคิดของงานปีนี้ว่า “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์ – Here, There and Every Car”
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

Prime E Truck ผนึกกำลัง DeepWay แบรนด์หัวลากไฟฟ้าล้ำสมัย พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทย เปิดตัวรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ DeepWay Star 6×4


• Prime E Truck จับมือ DeepWay เป็นผู้จัดจำหน่าย รถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะ DeepWay แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมลงนามความร่วมมือพลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยจากระบบดีเซลสู่ระบบพลังงานไฟฟ้า
• เปิดตัว DeepWay Star 6×4 ชู EV ระยะวิ่ง 440 กิโลเมตร (Full Load) พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL เป็นกลไกหลักลดต้นทุน–คาร์บอน เจาะตลาดขนส่งอาเซียน

กรุงเทพมหานคร – 21 มกราคม 2569 – บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด (Prime E Truck) ผู้นำด้านโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ DeepWay ผู้พัฒนาเทคโนโลยีรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก โดยแต่งตั้งให้ Prime E Truck เป็น ผู้จัดจำหน่ายรถหัวลากไฟฟ้า DeepWay อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถหัวลากไฟฟ้า 100% รุ่นเรือธง “DeepWay Star 6×4” อย่างเป็นทางการในตลาดไทย พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนผ่านโลจิสติกส์ไทยจากระบบดีเซลสู่ระบบพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมขนส่งไทยสู่ยุค “โลจิสติกส์สีเขียว”

Prime E Truck: ผนึกกำลังพันธมิตรแกร่ง ตั้งเป้ายกระดับการขนส่งอาเซียน
บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือณรงค์ กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน ได้รับเลือกจาก DeepWay ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย โดย นายณรงค์ สกุลศิริรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ในการเป็นผู้ริเริ่มและผู้นำในการเปลี่ยนผ่านการขนส่งในไทยจากการใช้รถยนต์พาณิชย์สันดาปไปสู่การใช้รถยนต์พาณิชย์อีวี อย่างมีรูปแบบและชัดเจนในไทย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์เปลี่ยนผ่านจากดีเซลสู่ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ คุ้มค่าทางธุรกิจ และแข่งขันได้ในระยะยาว

ความร่วมมือกับ DeepWay คือ จุดเริ่มต้นของการยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งไทยอย่างยั่งยืน เราจะนำเทคโนโลยีระดับโลกมาผสานกับความเข้าใจตลาดท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับโลจิสติกส์ไทยในเวทีโลก”

Mr. Tan Chang Yu ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดฝ่ายวิศวกรรม ของ DeepWay กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ในฐานะที่ DeepWay เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายแรกของโลกที่พัฒนาโซลูชันรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะด้วยแนวคิดการออกแบบและสร้างสรรค์ และสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรมได้จริง โดยมียอดส่งมอบสะสมแล้วกว่า 6,400 คันในประเทศจีน และกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาสำคัญของการที่รถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้าล้วนของ DeepWay ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นฐานยุทธศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความร่วมมือกับ Prime E Truck ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถหัวลากไฟฟ้า DeepWay ในประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อสร้างระบบนิเวศ ‘รถ + บริการ’ (Vehicle + Service) ที่สมบูรณ์สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งสีเขียวในระยะยาว”

Mr. Chen Jun ผู้บริหารฝ่ายบริการพื้นที่เขตอาเซียน ของ CATL ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ ได้เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของแบตเตอรี่รุ่นที่ 3 จาก CATL ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ DeepWay Star 6×4 ว่า “ในภาคการขนส่งรถบรรทุกหนัก อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เป็นปัจจัยหลักของต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (TCO) แบตเตอรี่ของเราสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ปี หรือ 4,500 รอบการชาร์จ หรือแปลเป็นกิโลเมตร คือ 1.6 ล้านกิโลเมตร โดยมีการเสื่อมสภาพไม่เกิน 30% เมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมไฟฟ้าอิสระของ DeepWay อัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 kWh/กม. แบตเตอรี่ขนาด 600 kWh รองรับระยะทางมากกว่า 440 กม. กล่าวได้ว่า DeepWay Star 6 x 4 มีขุมพลังแบตเตอรี่ ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์หนักอย่างแท้จริง”

เปิดตัว DeepWay Star 6×4 รถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก
นายพัทธนัย วนาศรีสันต์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายการตลาด บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด เปิดเผยถึงจุดเด่นของ DeepWay Star 6 x 4 ว่า “เราเลือก DeepWay Star 6 x 4 เป็นรุ่นเรือธง สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ เนื่องจากเป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์งานขนส่งตู้คอนเทนเนอร์หรือสินค้าที่วิ่งระยะไกลโดยไม่ต้องเสียเวลาชาร์จบ่อยครั้งระหว่างขนส่ง โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
• แบตเตอรี่ขนาด 600 kWh จาก CATL
• ระยะวิ่งมากกว่า 440 กม./ชาร์จ (บรรทุกเต็ม)
• Battery Warranty  6 ปี หรือ 1,200,000 กิโลเมตร
• ระบบควบคุมพลังงานอัจฉริยะ ประหยัดพลังงานเฉลี่ย ~1.3 kWh/กม.
• โครงสร้างความปลอดภัยระดับสูง พร้อมระบบขับขี่อัฉริยะ ระดับ 2 (L2)
นอกจากนี้ ตัวรถยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะ 360 องศา ที่ผ่านการทดสอบความทนทานในสภาพอากาศร้อนจัดแบบทะเลทราย มั่นใจว่าทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของไทยได้

เราได้ทำการทดสอบเส้นทางและสมรรถนะของรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะ DeepWay Star 6×4 ในไทยพบว่าได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ต่ำถึง 1.3 กิโลวัตต์ ต่อกิโลเมตร หรือ เพียง 3.4 บาท/KWh เท่านั้นแอง (คิดจาก On Peak 4.2 / Off Peak 2.6) และยืนยันได้ว่าผู้ใช้งานจะได้รับความคุ้มค่าและพลิกโฉมการขนส่งไทยได้อย่างแน่นอน

ส่วนกลยุทธ์การตลาดจะเน้นที่ Fleet ขนาดกลาง–ใหญ่, อุตสาหกรรมอาหาร, อีคอมเมิร์ซ และ Supply Chain ที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและ Carbon Footprint และบริการหลังการขายครบวงจร ทั้งการติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่ (Depot Charging) การซ่อมบำรุง และการฝึกอบรมพนักงานขับรถ

พร้อมเปิดรับจอง DeepWay Star 6×4 แล้ววันนี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร ประกาศราคาจำหน่าย 6,550,000 บาท และมีส่วนลดพิเศษคันละ 300,000 บาท สำหรับลูกค้า 100 รายแรก” นายพัทธนัยกล่าว

นายพัทธนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “Prime E Truck และ DeepWay ให้ความสำคัญกับการเปิดตัว DeepWay Star 6×4 ในตลาดประเทศไทย เนื่องจากตลาดมีความพร้อมที่จะรับเทคโนโลยีขนส่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะรถหัวลากไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลจากนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมรถไฟฟ้าตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา ทำให้สังคมเกิดการเรียนรู้เรื่องชีวิตประจำวันกับยานยนต์ไฟฟ้าจนความเชื่อมั่นได้ขยายจากภาคครัวเรือนไปสู่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง

นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐ และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ได้มีการกำหนดนโยบายส่งเสริมธุรกิจสีเขียว (ESG) ทำให้ภาคเอกชนต้องสนใจกับนโยบายคาร์บอนต่ำ ดังนั้น เราเข้าตลาดครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ทุกภาคส่วนตื่นตัวและพร้อมที่จะเข้าสู่ Green Society อย่างแท้จริง” นายพัทธนัย กล่าว

นายพัทธนัย กล่าวว่า “ในระยะเริ่มต้น บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถทำยอดขายในปีแรก 100 คัน โดยจะมีดีลเลอร์ กระจายทั่วประเทศ 20 แห่ง พร้อมศูนย์บริการ โดย Prime E Truck ได้ลงทุนสร้างศูนย์เทคนิคและคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ ณ สำนักงานใหญ่ย่านเทพารักษ์ เราต้องรุกหนักในช่วงเริ่มต้นในการให้ความรู้ความเข้าใจในการใช้รถหัวลากไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสันดาปภายในสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และที่สำคัญ เราจะต้องสามารถให้ความมั่นใจลูกค้าได้ในด้านบริการหลังการขาย”

นอกจากนี้ Prime E Truck ยังได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ DeepWay ในการร่วมวิจัยและศึกษาเทคโนโลยีการแปลงรถหัวลากสันดาปภายในเดิมของลูกค้า ที่มีอยู่จำนวนมากในไทย มาเป็นรถหัวลากไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำคัญของ DeepWay การศึกษานี้คาดว่าจะใช้เวลา 6-12 เดือน โดยจะศึกษาแบบครบวงจรตั้งแต่การดัดแปลงตัวรถ ระบบขับเคลื่อน (E-Axle) ระบบแบตเตอร์รี่ ไปจนถึงการเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ในรูปแบบ Swap เพื่อสร้างความมั่นใจและตอบโจทย์กับตลาดเรื่องระบบการชาร์จแบตเตอร์รี่ที่รวดเร็วขึ้น

“เราเชื่อมั่นว่าด้วยแนวคิดทั้งการนำรถใหม่เข้ามาทำตลาดกับการบริการแปลงรถน้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกบ้านเราจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายพัทธนัยกล่าว

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น