Maritime Synergy ยกระดับ Premium Logistics Solution ด้วย Volvo Trucks ดีไซน์พิเศษสะท้อนเอกลักษณ์องค์กร พร้อมรองรับการเติบโตของเครือข่ายขนส่งข้ามพรมแดน

บริษัท มารีไทม์ ซินเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด (MARITIME SYNERGY (THAILAND) CO.,LTD.) ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และการขนส่งสินค้าครบวงจร (Integrated Logistics Solutions) สัญชาติไทย ประกาศยกระดับการให้บริการสู่มาตรฐาน “Premium Logistics Solution” เพื่อตอบรับโอกาสทองในยุคการเปลี่ยนผ่านสู่ AI ล่าสุดบริษัทได้ลงทุนครั้งสำคัญด้วยการรับมอบรถหัวลาก Volvo Trucks จำนวน 4 คัน ได้แก่ Volvo FH 460 แรงม้า จำนวน 1 คัน และ Volvo FM Pro 380 แรงม้า จำนวน 3 คัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับฟลีทรถเดิมที่มีอยู่กว่า 40 คัน รองรับการขยายโครงข่ายการขนส่งสินค้าข้ามชายแดน (Cross Border Transport) เชื่อมโยงประเทศไทยไปยัง สปป.ลาว และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างเต็มรูปแบบ

16 ปีแห่งการพิสูจน์ฝีมือบริษัทไทย: ผสานนวัตกรรม AI สู้ศึกทุนข้ามชาติ
นายพิรพงศ์ โห้แจ่ม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มารีไทม์ ซินเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ก้าวผ่านอุปสรรคมากมายโดยยึดมั่นในปรัชญา “ความน่าเชื่อถือ” (Reliability) และ “การส่งมอบตรงเวลา” (On-time Delivery) เป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ แม้ปัจจุบันตลาดโลจิสติกส์จะมีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยทุนข้ามชาติขนาดใหญ่ แต่ Maritime Synergy เลือกที่จะใช้ Digital Transformation และนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการทลายกำแพงความรู้ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการซัพพลายเชน รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างแม่นยำ

“เราไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงเทคโนโลยี แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรไทยสามารถเข้าถึงมาตรฐานการจัดการระดับโลกได้ไม่ต่างจากบริษัทข้ามชาติ” นายพิรพงศ์กล่าว โดยปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมทั้งการขนส่งทางถนนในประเทศและข้ามแดน การบริการจัดการตู้คอนเทนเนอร์ทั้งตู้แห้ง และตู้ควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนการออกแบบโซลูชันโลจิสติกส์เฉพาะราย (Tailored Solutions) ให้แก่กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน ก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG)

สร้างมาตรฐานใหม่ ไม่วิ่งตามใคร มุ่งเป้าเติบโตอย่างยั่งยืน
นายพิรพงศ์ย้ำถึงแนวคิดการทำธุรกิจว่า “เราไม่ได้วิ่งตามมาตรฐานของคนอื่น แต่เราสร้างมาตรฐานของตัวเอง” การลงทุนใน Volvo Trucks รุ่นใหม่ที่มีระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันที่เหนือชั้น และการประหยัดน้ำมันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า
UD Trucks Corporation (Thailand) Co., Ltd. Telephone: +662 021 – 9500
199 Moo 1. Bangna Trad Highway Km.21
T. Srisajorrakaeyai, A.Bangsaothong Samutprakarn 10570

สำหรับแผนงานในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า Maritime Synergy มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายเป็นบริษัทโลจิสติกส์ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ต้องการเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จนเป็นที่จดจำในฐานะ “ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับพรีเมียม” ที่ลูกค้าไว้วางใจในทุกเที่ยววิ่ง ไม่ว่าจะเป็นงานโครงการหรือการขนส่งในชีวิตประจำวัน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรไทยที่ก้าวไกลสู่มาตรฐานระดับสากล

เบื้องหลังรถรุ่น Masterpiece: ศิลปะที่สะท้อนตัวตนและเส้นทางชีวิต
การขยายฟลีทรถหัวลาก Volvo Trucks (รุ่น FM380 และ FH460) ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนใน ฟลีทรถทั่วไป แต่คือการสร้าง “ผลงานระดับ Masterpiece” ที่นำเรื่องราวชีวิตและ DNA ขององค์กรมาถ่ายทอดผ่านงานศิลปะบนตัวรถ:

Volvo FH460 Concept “Burgundy Snake Rose Master”
รถบรรทุกเพื่อการวิ่งระยะไกลคันนี้ โดดเด่นด้วยงานแอร์บรัชรูป “งูและดอกกุหลาบ” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรอยสักของผู้ก่อตั้ง โดย “งู” สื่อถึงสติ ปัญญา ความสุขุม และความพร้อมปรับตัวในทุกสถานการณ์ ส่วน “ดอกกุหลาบ” สื่อถึงความงดงามของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านอุปสรรคและขวากหนามในธุรกิจ

Volvo FM380 Concept “Top Secret Gold”
รถบรรทุกสีทองอร่ามที่มีความคล่องตัวสูง สื่อถึง “คุณค่าของประสบการณ์” ที่ตกผลึกจากการเริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ ผ่านบททดสอบที่ต้องฟันฝ่าด้วยตัวเอง สีทองจึงไม่ใช่แค่ความหรูหรา แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงวันที่ต้องต่อสู้ตามลำพังและพลังใจในการลุกขึ้นใหม่เสมอ

“เราเชื่อว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดจากจำนวนรถที่มี แต่วัดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และนั่นคือสิ่งที่ Maritime Synergy จะสร้างให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในอีก 3-5 ปีข้างหน้าครับ” นายพิรพงศ์ กล่าวปิดท้าย

Motor Expo Racing Team ครองชัยชนะ TC4 RAAT Thailand Endurance Championship 2026

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ นำทีม “Motor Expo Racing Team” ขับรถคู่ใจ HONDA CR-Z หมายเลข 63 พร้อมด้วย ชาริยะ นุยา และพงศ์พล นารายพิทักษ์ คว้าอันดับที่ 1 รุ่น TC4 และอันดับที่ 4 Overall ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบสุดหฤโหด 8 ชั่วโมง รายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 สนามที่ 2 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

สามารถติดตามการแข่งสนามหน้า วันที่ 5–6 กันยายน 2569 ได้ที่ Facebook.com/MotorExpo

เริ่มแล้ว “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48”ยลโฉม มรดกนวัตกรรมยานยนต์ ณ ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” แสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค ละลานตาที่ ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ วันนี้–19 กรกฎาคม 2569

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 จัดภายใต้แนวคิด “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” โดยปีนี้มีผู้ส่งรถโบราณ รถคลาสสิคเข้าประกวด และจัดแสดงให้ชมกว่า 100 คัน ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์

การประกวดแบ่งออกเป็น 7 รุ่น ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ รถรุ่นผ่านศึก รถโบราณ รถรุ่นก่อนสงคราม รถรุ่นหลังสงคราม รถคลาสสิค และรถคลาสสิคร่วมสมัย อีกทั้งยังมีการประกวด รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน รถเฟียต และรถญี่ปุ่นดั้งเดิม

รถเด่น ได้แก่ Austin 7 Saloon ปี 1933 รถทรงกล่องคันงาม ซึ่งเป็นแบบในโปสเตอร์งานปีนี้ / Rolls-Royce 20hp Saloon ปี 1929 รถโบราณอายุเฉียด 100 ปี / MG TB ปี 1939 รถสปอร์ทเปิดประทุน ยุคก่อนสงคราม / Nissan Skyline C110 Kenmeri ปี 1973 รถในฝันของนักสะสมรถญี่ปุ่น / Toyota Corolla Trueno ปี 1973 รถสปอร์ทคลาสสิคระดับตำนาน

 กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค กล่าวว่า “ภายในงานยังมีกิจกรรมสุดพิเศษให้ร่วมสนุกตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกตามล่ารถไฮไลท์ผ่านกิจกรรม Lucky Rally Scan สะสมภารกิจเพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ หมุนวงล้อแห่งความโชคดีลุ้นรับโมเดลรถโบราณสุดน่ารัก รวมถึงเก็บภาพความประทับใจที่ Photo Booth ในบรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิค ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึง และเรียนรู้เรื่องราวของรถยนต์ระดับตำนานในรูปแบบที่สนุก และน่าประทับใจยิ่งขึ้น”

ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ได้แก่ เสวนาเกี่ยวกับรถโบราณ หัวข้อ “ไทยเปิดนำเข้ารถโบราณปีแรก ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ?” มีนีคอนเสิร์ทจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำหน่ายสินค้าวินเทจ เช่น รถโบราณจำลอง หนังสือ นิตยสาร ฯลฯ

เชิญชม “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ วันนี้-19 กรกฎาคม 2569 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub

กรุงเทพมหานคร ผนึกกำลัง ZEEKR, TPM Automotive, Sinexcel และพันธมิตร เปิดสถานี Ultra-Fast Charging ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน EV ของไทย พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–จีนสู่อนาคตพลังงานสะอาด

TPM Automotive, ZEEKR Intelligent Technology, กรุงเทพมหานคร, Sinexcel และพันธมิตร เปิดตัวสถานีอัดประจุไฟฟ้า Ultra-Fast Charging อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย สนับสนุนนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้รับเกียรติจากรองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี พร้อมผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรจากประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในความร่วมมือครั้งสำคัญครั้งนี้

นายยุทธนา ฤทัยวัฒนา ประธานกลุ่มบริษัท ทีพีเอ็ม ออโตโมทีฟ (President of TPM Group) กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และเป็นการวางรากฐานสำคัญของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรม EV ของประเทศเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นอกจากนี้ TPM Group ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการเป็นผู้นำในตลาด Luxury & Premium Electric Vehicle ผ่านการพัฒนาเครือข่ายโชว์รูม ศูนย์บริการมาตรฐานระดับสากล และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ครอบคลุม เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การส่งมอบรถ การบริการหลังการขาย ไปจนถึงระบบชาร์จที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายนฤดล ธนสุทธิพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) TPM Group กล่าวว่า TPM Group มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีมาตรฐานระดับสากล เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยสถานี Ultra-Fast Charging แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้รองรับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมเชื่อมโยงการจำหน่ายรถยนต์ การบริการหลังการขาย และระบบชาร์จไฟฟ้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร

“เราเชื่อว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับลักชัวรี่และพรีเมียมของประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก TPM Group จึงพร้อมลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในภูมิภาคอาเซียน” นายนฤดล กล่าว

ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตัวแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าจากภาคเอกชน ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน

คุณอเล็ก เป่า จ้วงเฟย (Mr. Alex Bao Zhuangfei) Head of Southeast Asia Region, ZEEKR Intelligent Technology กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ ZEEKR ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การบริการหลังการขาย และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่ง พร้อมผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีนในการพัฒนาเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และการเดินทางแห่งอนาคต

คุณณิศรา ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กฟผ. มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ และพร้อมสนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และศักยภาพของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง สะอาด และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและภาคธุรกิจในอนาคต

การเปิดสถานี Ultra-Fast Charging ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระดับนานาชาติ ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงานสะอาด และการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน อันจะช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและนวัตกรรมพลังงานของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

คุณสิริกานดา นวลแสง Country manager ผู้แทนจาก Sinexcel กล่าวว่า เทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงถือเป็นหัวใจสำคัญของการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า Sinexcel มีความภาคภูมิใจที่ได้นำเทคโนโลยี Ultra-Fast Charging ที่มีประสิทธิภาพสูง มีความปลอดภัย และสามารถรองรับการใช้งานในอนาคต มาร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศไทย พร้อมสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศ EV ที่มีความยั่งยืนและได้มาตรฐานระดับโลก

การเปิดสถานี Ultra-Fast Charging ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้า และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาคอาเซียน

โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างอนาคตที่สะอาด ชาญฉลาด และยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Driving the Future Together: Thailand–China Partnership for Sustainable Mobility” ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” ชู Honda Certified Selection เข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก ยกระดับความอุ่นใจตลาดรถมือสอง

งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” มหกรรมซื้อ-ขายรถยนต์ครบวงจร เผยไฮไลท์สำคัญของโซนรถยนต์ใช้แล้วในปีนี้ ด้วยการต้อนรับ Honda Certified Selection รถยนต์ใช้แล้วคุณภาพมาตรฐาน Honda เข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก พร้อมชูมาตรฐานการรับประกันคุณภาพที่แบ่งเป็น 3 เกรด ได้แก่ Premium, Advanced และ Standard Certified ทุกคันผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน Honda มากถึง 200 รายการ ภายในบูธยังมีบริการประเมินราคารถยนต์ใช้แล้วฟรี พร้อมสาธิตขั้นตอนการตรวจเช็คมาตรฐานให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ตอกย้ำความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคที่มองหารถมือสองคุณภาพสูงในงาน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา

นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถยนต์ใช้แล้ว งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” เปิดเผยว่า “งาน ‘ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์’ ให้ความสำคัญเท่า ๆ กัน กับรถใหม่ป้ายแดงและรถยนต์ใช้แล้วมาโดยตลอด เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับส่วนของการจัดแสดงรถยนต์ใช้แล้ว เราจึงได้เชิญผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วรายใหม่มาร่วมงานเพิ่มเติม โดยในปีนี้ มี Honda Certified Selection ตอบรับเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก ด้วยมาตรฐานการรับประกันคุณภาพที่แบ่งเป็น 3 เกรดอย่างชัดเจน ผ่านการตรวจสอบมากถึง 200 รายการ ซึ่งเป็นระบบที่น่าเชื่อถือและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหารถมือสองในระดับพรีเมียม เราเชื่อว่าการเข้าร่วมของ Honda Certified Selection ในปีนี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกและยกระดับความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคที่มาเลือกซื้อรถยนต์ใช้แล้วภายในงานได้มากยิ่งขึ้น”

Honda Certified Selection คือ รถยนต์ใช้แล้วคุณภาพมาตรฐาน Honda ที่ผ่านการคัดสรรและการันตีคุณภาพ แบ่งออกเป็น 3 เกรด เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค พร้อมบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด มอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Honda ที่มั่นใจได้ตลอดอายุการใช้งาน ดังนี้

เกรด Premium Certified สำหรับรถยนต์ Honda อายุไม่เกิน 4 ปี ระยะทางไม่เกิน 100,000 กิโลเมตร ต้องไม่มีอุบัติเหตุที่กระทบโครงสร้างหลักและโครงสร้างรอง เข้ารับการตรวจเช็คตามระยะอย่างสม่ำเสมอ ไม่ขาดการเข้าเช็คระยะติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง และผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน 

Honda 200 รายการ พร้อมรับประกันคุณภาพเทียบเท่ารถใหม่ คุ้มครองสูงสุดถึง 5 ปี หรือไม่เกิน 140,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) นับจากวันส่งมอบรถใหม่

เกรด Advanced Certified สำหรับรถยนต์ Honda อายุไม่เกิน 7 ปี ระยะทางไม่เกิน 150,000 กิโลเมตร เงื่อนไขด้านอุบัติเหตุและการตรวจสอบมาตรฐานเช่นเดียวกับเกรด Premium พร้อมรับประกันคุณภาพ 13 หมวดหมู่ ระยะเวลา 1 ปี หรือไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

เกรด Standard Certified สำหรับรถยนต์ Honda อายุไม่เกิน 12 ปี ระยะทางไม่เกิน 200,000 กิโลเมตร ต้องไม่มีอุบัติเหตุที่กระทบโครงสร้างหลัก ผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน Honda 200 รายการเช่นเดียวกัน พร้อมรับประกันคุณภาพ 12 หมวดหมู่ ระยะเวลา 1 ปี หรือไม่เกิน 20,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

ทั้งนี้ ภายในบูธ Honda Certified Selection ณ Hall 102 โซน D2 ยังมีการจัดแสดงรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพมาตรฐาน Honda ให้เลือกชม พร้อมบริการประเมินราคารถยนต์ใช้แล้วฟรี และสาธิตขั้นตอนการตรวจเช็คมาตรฐานรถยนต์ใช้แล้ว Honda 200 รายการ ให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดตลอดการจัดงาน

นายอัษฎาวุธ กล่าวเสริมว่า มาตรฐานการตรวจสอบรถยนต์ใช้แล้วของ Honda สอดคล้องกับเงื่อนไขการรับประกันรถยนต์ใช้แล้วภายในงาน การเข้าร่วมของผู้ประกอบการรายใหม่ในครั้งนี้ จึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มาเลือกซื้อรถมือสองภายในงาน ตามแนวคิด “ดีลแรงจัดเต็มทั้งงาน อยากได้รถใหม่หรือมือสอง จัดให้ครบ จบในงานเดียว”

งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2026” จัดขึ้นระหว่างวันนี้ – 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: FAST AUTO SHOW และ http://www.fastautoshow.com

CHERY Group และ OMODA & JAECOO ประเทศไทย จัดงาน TECH DAY 2026ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Intelligent Mobility และพลังงานแห่งอนาคตพร้อมยกระดับระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ, 29 มิถุนายน 2569 – CHERY Group และ OMODA & JAECOO (ประเทศไทย) จัดงาน
TECH DAY 2026 ณ centralwOrld PULSE ชั้น 7–8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานใหม่ ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ระบบจอดรถอัจฉริยะ ตลอดจนแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยยุคใหม่

TECH DAY 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของ CHERY Group ในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยียานยนต์ระดับโลก จากการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ สู่การสร้างคุณค่าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย งานดังกล่าวสะท้อนถึงการต่อยอดรากฐานเทคโนโลยีระดับโลกของ CHERY Group เพื่อรองรับทิศทางการเดินทางแห่งอนาคตของประเทศไทย ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับยานยนต์อัจฉริยะ ความสะดวกในการใช้งาน ความปลอดภัย และสมรรถนะที่ตอบโจทย์สภาพการขับขี่จริงในทุกมิติ

ภายในงาน CHERY Group ได้นำเสนอรากฐานเทคโนโลยีหลักขององค์กร ภายใต้ 5 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Mars Architecture, Kunpeng Power, Lingxi Smart Cockpit, Falcon Pilot และ Galaxy Ecosystem ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่และระบบการเดินทางอัจฉริยะ รองรับการเติบโตของกลุ่มบริษัทในระยะยาว

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการเผยศักยภาพของ Falcon Pilot Intelligent Driving System ที่ครอบคลุมเทคโนโลยีด้าน Intelligent Assisted Driving และ Intelligent Parking โดย CHERY Group ได้นำเสนอ SIVP (Super Intelligent Valet Parking) เทคโนโลยีจอดรถอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานในเมือง ให้การจอดรถเป็นเรื่องง่าย สะดวก และปลอดภัยยิ่งขึ้น

SIVP สามารถรับรู้สภาพแวดล้อม วางแผนเส้นทางการจอด และควบคุมการทำงานของรถยนต์ในขั้นตอนสำคัญ ทั้งการเลี้ยว การเร่ง การเบรก และการจอดรถภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ช่วยลดความซับซ้อนในการจอดรถในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม โรงพยาบาล หรือโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งมักมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ช่องจอด และสภาพการจราจรที่หนาแน่น

ควบคู่กันนี้ CHERY Group ยังได้ถ่ายทอดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ ที่ให้ความสำคัญกับการรับรู้สภาพแวดล้อม การตัดสินใจอย่างแม่นยำ ความปลอดภัย และการควบคุมรถยนต์อย่างนุ่มนวล เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย เชื่อมต่อ และไร้รอยต่อในทุกมิติ

ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญระดับยุทธศาสตร์ของ CHERY Group สำหรับการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้งานจริง โดยผลิตภัณฑ์รุ่นแรกที่มาพร้อมระบบ SIVP มีกำหนดเปิดตัวภายในไตรมาส 4 ปี 2569 ขณะที่บริษัทฯ ได้เริ่มทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีดังกล่าวในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน สภาพแวดล้อม และรูปแบบการเดินทางของผู้บริโภคชาวไทย อันเป็นการตอกย้ำแนวทาง “Global Technology, Local Validation” ที่ CHERY Group ให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ในด้านพลังงานใหม่ CHERY Group ได้นำเสนอ Kunpeng Power เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนหลักขององค์กร ซึ่งรองรับทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง Super PHEV, Super REEV และ Super HEV เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ตั้งแต่การเดินทางในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเดินทางระยะไกล

ภายในงานยังมีการนำเสนอ JAECOO 6T REEV ที่สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีพลังงานใหม่ของ CHERY Group ผ่านการผสานประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับความมั่นใจในการเดินทางระยะไกล โดยระบบ Range Extended Electric Vehicle (REEV) ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นแหล่งขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการทำงานของแบตเตอรี่และมอเตอร์ ช่วยลดความกังวลด้านระยะทางการเดินทาง (Range Anxiety) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล เงียบ และตอบสนองได้อย่างฉับไวในแบบรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากนวัตกรรมด้านยานยนต์ CHERY Group ยังได้เผยวิสัยทัศน์ในการพัฒนาระบบนิเวศพลังงานใหม่ในประเทศไทย ครอบคลุมการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง BEV, PHEV, REEV และรถกระบะพลังงานใหม่ในอนาคต ควบคู่ไปกับโซลูชันด้านพลังงานครบวงจร ทั้งระบบบริหารจัดการพลังงาน แผงโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงาน อินเวอร์เตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมพลังงานสะอาดและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

นายเซดริก ชุย ประธานบริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีระดับโลกของ CHERY Group และงาน TECH DAY 2026 ในครั้งนี้ถือเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของความมุ่งมั่นดังกล่าว การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในตลาดแรกสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมระบบ SIVP ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวภายในไตรมาส 4 ปี 2569 นั้น เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อศักยภาพของตลาดไทย รวมถึงความพร้อมของผู้บริโภคไทยในการเปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต

สิ่งที่เรานำเสนอในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเผยโฉมเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่คือการถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้าน Intelligent Mobility อย่างครบวงจร ที่ต่อยอดจากรากฐานเทคโนโลยีระดับโลก ผสานเข้ากับการพัฒนาและทดสอบภายใต้บริบทการใช้งานจริงของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่านวัตกรรมที่เราส่งมอบสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิต การเดินทาง และความคาดหวังของผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างแท้จริง เป้าหมายของเราคือการสร้างประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ยานยนต์อัจฉริยะ พลังงานใหม่ ไปจนถึงระบบนิเวศแห่งการเดินทางในอนาคต เพื่อมอบความสะดวกสบาย ความมั่นใจ และคุณค่าที่มากกว่าการเดินทาง ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนอนาคตของ Intelligent Mobility ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”


เคาะราคาแล้ว! เชอรี ประเทศไทย ปลุกตลาดรถกลางปี เปิดราคา “Chery Q”แฮตช์แบ็กไฟฟ้า 100% ราคาเริ่มต้นเพียง 469,900 บาท

ชูจุดขาย “คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส” พร้อมท้าชนตลาด City EV เมืองไทย

กรุงเทพฯ 24 มิถุนายน 2569 — เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้ตลาดรถไฟฟ้าไทย ด้วยการเปิดตัว “Chery Q” พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “So Qute, So You คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส” ถ่ายทอดนิยามใหม่ของ City EV ที่เข้าใจทุกไลฟ์สไตล์คนเมือง

Chery Q โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานความน่ารัก ความทันสมัย และฟังก์ชันการใช้งานไว้อย่างลงตัว พร้อมเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ ห้องโดยสารกว้างขวาง และระบบความปลอดภัยรอบด้าน เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มองหารถยนต์แฮตช์แบ็กพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มอบทั้งความสะดวกสบาย ความคล่องตัว และความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง พร้อมเป็นเจ้าของได้ในราคาเริ่มต้นเพียง 469,900 บาท

มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย CHERY ได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้บริโภคชาวไทย นับตั้งแต่การเปิดตัว Chery V23 และ Chery TIGGO 8 CSH ซึ่งสะท้อนผ่านยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนมียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 5,500 คัน ณ เดือนมิถุนายน 2569 และมียอดจองรวมในช่วงครึ่งปีแรกมากกว่า 11,000 คัน ความสำเร็จของรถยนต์ทั้งสองรุ่นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CHERY ในการนำเสนอยานยนต์พลังงานใหม่ที่ครอบคลุมทั้ง BEV และ PHEV เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ เทคโนโลยี คุณภาพผลิตภัณฑ์ และบริการหลังการขายของ CHERY อย่างชัดเจน”

มร. จิม ลี กล่าวเสริม “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นประเทศแรกนอกประเทศจีนในการเปิดตัว ‘Chery Q’ รถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของเรา ซึ่งโดดเด่นด้วยความคุ้มค่า เทคโนโลยีที่ทันสมัย และฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน เราเชื่อมั่นว่ารถรุ่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้าในช่วงเปิดตัว”

CHERY ปูทางสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย
ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของ CHERY ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทฯ จึงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการวางรากฐานธุรกิจในระยะยาว เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต โดยความสำเร็จในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและการยอมรับของแบรนด์จากผู้บริโภคชาวไทยอย่างชัดเจน

หนึ่งในก้าวสำคัญคือความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ CHERY ในจังหวัดระยอง ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 104 ไร่ ซึ่งจะเป็นฐานการผลิตสำคัญเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในประเทศไทยและภูมิภาคในอนาคต

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายประเภท 3S อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้จำหน่ายรวม 55 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการเป็น 70 แห่งภายในสิ้นปี 2569 เพื่อยกระดับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขาย ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 เป็นต้นไป บริษัทฯ มีแผนเปิดให้บริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน (Certified Body and Paint) เพื่อรองรับการให้บริการอย่างครบวงจร โดยลูกค้า CHERY จะได้รับความสะดวกผ่านเครือข่ายพันธมิตรบริษัทประกันชั้นนำ พร้อมกระบวนการซ่อมที่รวดเร็วและได้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การบริการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนขยายพื้นที่คลังอะไหล่จากเดิม 5,000 ตารางเมตร เป็น 10,000 ตารางเมตร ในย่านบางนา–ตราด เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนรถยนต์ CHERY ในประเทศไทย และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการอะไหล่ให้ครอบคลุมและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ควบคู่กันนั้น CHERY ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านบริการหลังการขาย โดยได้จัดสรรงบประมาณกว่า 34 ล้านบาท เพื่อจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคนิคและงานบริการหลังการขาย (Training Center) ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปี 2569 เพื่อยกระดับองค์ความรู้ ทักษะ และมาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากลของ CHERY พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

ในด้านการดูแลลูกค้า CHERY ยังคงเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการยกระดับคุณภาพการบริการในหลายด้าน อาทิ การลงทุนกว่า 46 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงกระจกมองข้างของ V23 ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น การจัดเตรียมรถสำรองสำหรับลูกค้าระหว่างเข้ารับบริการซ่อมบำรุง รวมถึงการเพิ่มจำนวนทีมช่างติดตั้ง Wall Charger เป็น 2 เท่า เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“การดำเนินงานทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ CHERY ในการยกระดับประสบการณ์การใช้งานและการบริการแก่ลูกค้า พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว” มร. จิม ลี กล่าวเพิ่มเติม

Chery Q นิยามใหม่ “คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส” City EV สำหรับคนรุ่นใหม่
Chery Q ถ่ายทอดแนวคิดของรถไฟฟ้าสำหรับการใช้งานในเมืองยุคใหม่ ภายใต้สโลแกน “So Qute, So You คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส” ด้วยการผสานดีไซน์โดดเด่น เทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ด้านสมรรถนะ Chery Q มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-Wheel Drive) ที่มอบความคล่องตัวและความสนุกในการขับขี่ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่ความจุ 41.278 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC

Q Iconic: ดีไซน์โดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

จุดเด่นแรกของ Chery Q คือแนวคิดการออกแบบ Square-Circle Design ที่สร้างสมดุลระหว่างเส้นสายทรงสี่เหลี่ยมและความโค้งมนได้อย่างลงตัว ผสานความน่ารัก ความทันสมัย และความสปอร์ตไว้ในคันเดียว จนได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยรางวัล 2026 German Red Dot Product Design Award สาขา Product Design

รายละเอียดการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้แก่ ไฟหน้าและไฟท้าย LED ลายเซ็นรูปตัว Q กระจกมองข้างสีทูโทน มือจับประตูแบบกึ่งซ่อน (Semi-hidden Door Handle) ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ทูโทน และเสาหลังคา C-Pillar แบบ Floating ที่เชื่อมต่อกับแนวกระจกด้านข้างอย่างกลมกลืน

Q Space: พื้นที่กว้างขวางเกินตัว

Chery Q ได้รับการออกแบบให้มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง โปร่งสบาย รองรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างสะดวกสบาย ภายในมาพร้อม Smart Centre Console ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระและสิ่งของจำเป็น พร้อม 50W Wireless Charger สำหรับชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายได้อย่างรวดเร็ว โดยบริเวณแท่นชาร์จได้รับการออกแบบตามแนวคิด Flexible Space ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามต้องการ

นอกจากนี้ ยังมีช่องเก็บของใต้เบาะนั่งด้านหลังเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดเก็บสัมภาระ และเมื่อพับเบาะหลังลง สามารถขยายพื้นที่เก็บสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,450 ลิตร รองรับทั้งการเดินทาง การช้อปปิ้ง และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน

Q Smart: เทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่มั่นใจ

Chery Q มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานในเมือง ไม่ว่าจะเป็น Automatic Parking Assist (APA) ระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ช่วยให้การจอดรถในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) มากถึง 21 ฟังก์ชัน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกเส้นทาง

นอกจากนี้ ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน CarLinko Remote Application ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะรถ ควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ จากระยะไกล และติดตามข้อมูลการใช้งานรถแบบ Real-Time ผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก

ภายในห้องโดยสารยังอัดแน่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ระบบปรับอากาศดิจิทัล เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า กระจกมองข้างพับไฟฟ้า ระบบล็อก–ปลดล็อกอัจฉริยะ และพวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดในการใช้งานประจำวัน

Chery Q ถูกออกแบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวกในทุกสถานการณ์ ด้วย Electric Tailgate ประตูท้ายไฟฟ้า และ Electric Frunk พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้าพร้อมระบบเปิด–ปิดไฟฟ้า

แบตเตอรี่ LFP ความจุ 41.278 กิโลวัตต์ชั่วโมง ได้รับการออกแบบให้มีความปลอดภัยและความทนทานสูง พร้อมรองรับการชาร์จเร็วแบบ DC จาก 30% ถึง 80% ภายในเวลาประมาณ 16.5 นาที ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง

นอกจากนี้ ยังรองรับฟังก์ชัน Vehicle-to-Load (V2L) กำลังไฟสูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้อย่างสะดวก รองรับกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

Q Play: เติมความสนุกในทุกการเดินทาง

Chery Q มาพร้อมหน้าจอสัมผัสกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงข้อมูลและฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Wireless Apple CarPlay และ Android Auto

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความสนุกและความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Quick Gestures, Personalized Wallpaper โดยสามารถเลือกคาแรกเตอร์เพื่อนร่วมทางได้มากถึง 8 แบบ และโหมดการแสดงผลที่สามารถปรับแต่งได้ตามสไตล์ผู้ใช้งาน รวมถึงรองรับการติดตั้งกล้องบันทึกภาพผ่านพอร์ต USB สำหรับ DVR เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานประจำวัน

Q Talk: สื่อสารได้อย่างมีสไตล์

Chery Q มาพร้อม Q Talk ระบบการสื่อสารภายนอกด้วยเสียง ที่ออกแบบชุดข้อความสำเร็จรูปไว้ 5 รูปแบบ เพื่อเพิ่มสีสันและสร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานรถไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือระบบสื่อสารภายนอกผ่านไมโครโฟนที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถส่งเสียงพูดออกไปนอกตัวรถได้โดยตรงนานสูงสุด 59 วินาที พร้อมเลือกปรับโทนเสียงได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ เสียงปกติ เสียงทุ้มขนาดใหญ่ และเสียงสไตล์การ์ตูน เพื่อเพิ่มความสนุกและสร้างเอกลักษณ์ในการใช้งาน

ปิดท้ายด้วยระบบการสื่อสารภายนอกด้วยเสียงแวดล้อมที่ช่วยสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่แตกต่างในแต่ละโอกาส เพิ่มมิติใหม่ให้กับการใช้งานรถไฟฟ้า และสะท้อนบุคลิกของผู้ใช้งานได้อย่างสร้างสรรค์

ด้วยการผสานดีไซน์อันโดดเด่น เทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง Chery Q จึงพร้อมก้าวขึ้นมาเป็น City EV รุ่นใหม่ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส” อย่างแท้จริง

สำหรับประเทศไทย Chery Q มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Qlick, Qool และ Quint พร้อมตัวเลือกสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Creamy Beige (ครีมมี่เบจ), Sporty White (สปอร์ตี้ไวท์), Magic Purple (แมจิกเพอเพิล) และ Rose Peach (โรเซ่พีช) มาพร้อมสีภายในสี Cool Black (สีดำ) รวมถึงสีภายในพิเศษ Minty Mix (เขียวตัดดำ) สำหรับรุ่น Quint ที่ช่วยสะท้อนความโดดเด่นและความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

ฉลองการเปิดตัวและเปิดราคาอย่างเป็นทางการ CHERY ราคาเริ่มต้นเพียง 469,900 บาท
จากการเปิดตัวรถ Chery Q ในประเทศจีน Chery Q สามารถสร้างความสำเร็จด้วยยอดจองกว่า 21,000 คัน ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ขณะที่ในประเทศไทยก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามเช่นกัน โดยมีผู้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษแล้วมากกว่า 3,000 รายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 จากการที่ Chery Q ได้รับการตอบรับที่อบอุ่นจากคนไทย ดังนั้นเราจึงได้ทำราคาที่ดีที่สุดเพื่อให้การเป็นเจ้าของ Chery Q เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมแคมเปญพิเศษเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทย

CHERY เปิดเวทีประกวดออกแบบคาแรกเตอร์ Chery Q ชิงเงินรางวัลรวม 100,000 บาท พร้อมโอกาสก้าวสู่
คาแรกเตอร์ทางการระดับโลก

หลังจากเปิดตัวแก๊งคาแรกเตอร์ทั้ง 8 ตัวประจำรถ Chery Q ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ทำความรู้จักกันไปแล้ว ล่าสุด CHERY Thailand เตรียมต้อนรับสมาชิกคาแรกเตอร์ตัวใหม่จากฝีมือคนไทย ผ่านกิจกรรม “Chery Q Thai Qute Companion Contest” เวทีประกวดออกแบบคาแรกเตอร์อย่างเป็นทางการของ Chery Q

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักออกแบบคนไทยได้ร่วมสร้างสรรค์และถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของ Chery Q ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “The Best Companionship & Thai Identity” สะท้อนความเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมเดินทางไปกับผู้ใช้งาน ควบคู่กับการนำเสนอเอกลักษณ์และเสน่ห์ความเป็นไทยในมุมมองสร้างสรรค์

ผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัลมูลค่ารวม 100,000 บาท พร้อมโอกาสในการพัฒนาผลงานสู่การเป็นคาแรกเตอร์อย่างเป็นทางการของ Chery Q ซึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์ประจำรถ Chery Q ในตลาดทั่วโลก

สำหรับผู้ที่สนใจ CHERY เปิดรับสมัครและส่งผลงานเข้าประกวดตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2569 โดยสามารถติดตามรายละเอียด กติกาการประกวด และช่องทางการสมัครเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก Chery Thailand
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับ Chery Q รวมถึงรถรุ่นอื่น ๆ พร้อมข้อเสนอพิเศษ ได้อย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายโชว์รูมเชอรีทั้ง 55 แห่งทั่วประเทศ โดย Chery Q คาดว่าสามารถส่งมอบรถล็อตแรกให้ลูกค้าชาวไทยภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.chery-thailand.com และเฟซบุ๊ก Chery Thailand
*สามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเชอรีอย่างเป็นทางการ
#CHERYQ #SoQuteSoYou #CHERYTHAILAND #CHERY

งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 อวดโฉมมรดกนวัตกรรมยานยนต์

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” ภายใต้แนวคิด “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” ชมรถโบราณหลากยุค หลายสมัย ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “งานประกวดรถโบราณ เป็นงานระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 48 โดยแนวคิดของงานปีนี้คือ “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” เนื่องจากเหล่าบรรดายานยนต์โบราณ คือผู้ส่งมอบนวัตกรรม ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีล้ำสมัยให้แก่ยานยนต์ยุคปัจจุบัน เช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบกลไก กลายเป็นระบบ AWD อัจฉริยะที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบช่วงล่างพื้นฐาน กลายเป็นระบบกันสะเทือนไฟฟ้าที่ตอบสนองตามสภาพถนนแบบเรียลไทม์ ขุมพลังดั้งเดิม กลายเป็นระบบไฮบริด พลัก-อิน ไฮบริด และไฟฟ้า ฯลฯ นวัตกรรมจากอดีตจึงเป็นมรดกของยานยนต์โบราณที่ทรงคุณค่ายิ่ง”

กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า “ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ได้ร่วมกับสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยจัดงานประกวดรถโบราณอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยงานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคุณภาพที่สะท้อนความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกเจเนอเรชันได้ร่วมสัมผัสคุณค่า และเสน่ห์ของยานยนต์คลาสสิค ผู้เข้าชมจะได้พบกับรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 100 คัน บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 4,000 ตารางเมตร บริเวณชั้น G”

การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905-1918) รถโบราณ (ปี 1919-1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931-1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946-1960) รถคลาสสิค (ปี 1961-1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971-ปัจจุบัน ย้อนหลัง 30 ปี)

สำหรับรถเด่นในงานปีนี้ ได้แก่ รถโบราณอายุเฉียด 100 ปี Rolls-Royce 20hp Saloon ปี 1929 / รถบนโปสเตอร์งานประกวด Austin 7 Saloon ปี 1933 / รถนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Targa ปี 1986 และ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Cabriolet ปี 1989

นอกจากนั้น ยังมีการประกวดอีกหลายประเภท อาทิ รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน และรถเฟียต พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ

ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็มีมากมาย เช่น เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรถโบราณ หัวข้อ “ไทยเปิดนำเข้ารถโบราณปีแรก ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกตามล่ารถไฮไลท์ผ่านกิจกรรม Lucky Rally Scan สะสมภารกิจลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ หมุนวงล้อแห่งความโชคดีเพื่อลุ้นรับโมเดลรถโบราณสุดน่ารัก รวมถึงเก็บภาพความประทับใจที่ Photo Booth ในบรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิค ที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึง และเรียนรู้เรื่องราวของรถยนต์ระดับตำนานที่สนุกมากยิ่งขึ้น คอนเสิร์ทเพลงฮิทในอดีต จำหน่ายสินค้าวินเทจ หนังสือ นิตยสาร แสตมป์รถโบราณ รถโบราณจำลอง ฯลฯ

ผู้สนใจสามารถส่งรถเข้าประกวดได้ที่ imc.co.th/vintagecarclub/vcct ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 หรือสอบถามรายละเอียดที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub และเชิญชมงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569

นับถอยหลังสู่การเปิดตัว “Chery Q รถไฟฟ้า คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส”อย่างเป็นทางการในประเทศไทยพร้อมประกาศราคาและข้อเสนอสุดพิเศษ

กรุงเทพฯ 22 มิถุนายน 2569 – นับถอยหลังสู่ช่วงเวลาที่หลายคนรอคอย! เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) เตรียมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “Chery Q” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมประกาศราคาและข้อเสนอพิเศษครั้งแรกในวันที่ 24 มิถุนายน 2569

จากกระแสความสนใจที่ได้รับอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคชาวไทย และสามารถสร้างยอดจองสิทธิ์ล่วงหน้าได้กว่า 3,000 คัน แม้ยังไม่ได้เปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการ Chery Q กำลังกลายเป็นหนึ่งในรถไฟฟ้าที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาด Urban EV ของประเทศไทยในขณะนี้

Chery Q มาพร้อมแนวคิด “SO QUTE, SO YOU” ถ่ายทอดนิยามใหม่ของรถไฟฟ้าสำหรับคนเมืองยุคใหม่ ที่ผสานดีไซน์อันโดดเด่น เทคโนโลยีอัจฉริยะ ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันและมาพร้อมความคุ้มค่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คิวท์เกินคาด ครบเกินคลาส” พร้อมเตรียมเผยรายละเอียดสเปก ไฮไลต์ฟังก์ชันเด่น แคมเปญพิเศษ และเซอร์ไพรส์อีกมากมายภายในงาน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสดงานเปิดตัว Chery Q พร้อมร่วมลุ้นการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ และข้อเสนอสุดพิเศษผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก Chery Thailand ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

เตรียมพบกับโมเมนต์สำคัญที่จะทำให้ทุกคนได้รู้จัก Chery Q มากยิ่งขึ้น และค้นหาคำตอบไปพร้อมกันว่า…เหตุใดรถไฟฟ้าคันนี้จึงได้รับการนิยามว่าเป็น Urban EV ที่มีความลงตัว ครบ คุ้มค่าที่สุดในเซกเมนต์

MOTOR EXPO 2026 สานต่อโครงการ “การจัดงานอย่างยั่งยืน”

บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ภายใต้แนวคิด “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์-Here, There and Every Car” เปิดจองพื้นที่ ซึ่งในงานได้มอบถุงที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลจากป้ายไวนิลของการจัดงานปีก่อนเป็นของที่ระลึก

ทั้งนี้ของที่ระลึกดังกล่าว เป็นการสานต่อโครงการ “การจัดงานอย่างยั่งยืน” (Motor Expo Sustainable Exhibition) ถือเป็นการจัดการวัสดุตกแต่งหลังเสร็จสิ้นการจัดแสดง เพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะฝังกลบ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และนอกจากนี้ยังเชิญชวน ผู้ร่วมแสดงงาน “มหกรรมยานยนต์” เข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจัดงานอย่างยั่งยืนในอนาคตไปด้วยกัน

พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น