เปิดฉากอลังการ MOTOR EXPO 2025รวมนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมโปรแรงส่งท้ายปี

เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ชมรถยนต์รุ่นล่าสุด 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ รับโปรโมชั่นเร้าใจ ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” จัดแสดงรถยนต์ 42 แบรนด์ รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ โดยคาดว่า งานนี้จะสร้างยอดขาย กระตุ้นตลาด และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ GAC GOVY AIRCAB รถบินได้ พลังไฟฟ้า 100 % หรือที่เรียกว่า eVTOL พัฒนาโดย eVTOL ของ GAC GROUP เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ติดตั้งใบพัด 6 แกน 12 ใบ บนหลังคา ประตูแบบปีกนก ระยะทางบิน 20-30 กม. ความเร็วสูงสุด (ขณะบิน) 120 กม./ชม. ชาร์จเร็วเต็มได้ใน 25 นาที แพลทฟอร์มขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L4 มีเครือข่ายดิจิทอลไร้คนขับ 3 มิติ ช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของการปฏิบัติการแบบไดนามิคได้อย่างเต็มที่
CHERY QQ3 EV เป็นรุ่นใหม่ที่ใหญ่ และทันสมัยกว่า QQ ICE CREAM มาก เปิดตัวครั้งแรกในงาน 2025 CHENGDU AUTO SHOW สร้างบนแพลทฟอร์ม T12 ของ CHERY มีความยาวกว่า 4,200 มม. และฐานล้อกว้างกว่า 2,700 มม. ภายในหรูหรา เทคโนโลยีสูง จอแสดงผลดิจิทอล และจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ใช้ชิพ QUALCOMM SNAPDRAGON 8155 มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง ให้กำลัง 90 กิโลวัตต์/121 แรงม้า
HONDA STEP WGN e:HEV รุ่น SPADA ใหม่ เอมพีวี 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ มิติตัวรถ 4,830 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,845 มม. ฐานล้อ 2,890 มม. ขับเคลื่อนระบบฟูลล์ไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า มอเตอร์แรงบิด 315 นิวทันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 19.5-20 กม./ลิตร
HYUNDAI XRT CONCEPT รถยนต์แนวคิดที่เน้นการลุยทางวิบาก โดยใช้พื้นฐานจาก HYUNDAI SANTA FE มาออกแบบรูปทรงเหลี่ยมใหม่ บึกบึน เน้นการใช้งานจริงนอกถนน ยางแบบ ALL-TERRAIN ดอกยางใหญ่ ช่วงล่างยกสูง
OMODA 4 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นล่าสุดจาก CHERY ส่งออกในนาม OMODA รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ เป็นเอสยูวีที่มีขนาดเล็กที่สุด ในตระกูล OMODA โดยวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า OMODA 5 เดิมทีเคยใช้ชื่อว่า OMODA 3 แต่ได้เปลี่ยนมาเป็น OMODA 4

WULING STARLIGHT เอมพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระยะวิ่งไกลถึง 540 กม. ที่นั่งเรียงแถวแบบ CAPTAIN SEAT เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวขนาดกลาง ที่มีเด็ก และผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลีมูซีน VIP TAXI และกลุ่ม RIDE HAILING ที่ต้องการรถหรูหราที่กว้างขวาง และสะดวกสบาย
ZEEKR MIX จากบริษัทแม่ GEELY มิติตัวถังยาว 4,688 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,755 มม. ฐานล้อ 3,008 มม. ออกแบบไร้เสากลาง เมื่อเปิดประตู เบาะนั่งคู่หน้าหมุนได้ 270 องศา แบทเตอรีพัฒนาร่วมกับ CATL มีความจุกระแสไฟ 86 กิโลวัตต์ชั่วโมง เหมือนกับ 001 ขนาด 800 โวลท์ รับกระแสชาร์จได้ถึง 360 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางสูงสุด 702 กม. (CLTC)
นอกจากนี้ มีรถยนต์เปิดตัวครั้งแรกในโลก ได้แก่ TOYOTA HILUX TRAVO 
เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ AVATR 07, BYD Ti7, DENZA B5, GEELY EX2, LEXUS LX 500D 
เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ BMW iX LCI, DFSK E5 PLUS, GWM WEY G9 Hi4, MAXUS eDELIVER 5, MG IM5, NEX CARGO VANTASTIC, NISSAN X-TRAIL e-POWER e-4ORCE และ VOLVO XC60
สำหรับผู้ชมงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับฟรีรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE / ซื้อบัตร…ชิง MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิง SUZUKI รุ่น GSX-8R / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิง WULING BINGUO รุ่น DC ICON
ยิ่งกว่านั้น สามารถชมงานผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION อัดแน่นข้อมูลของงาน ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จาก Influencer ชื่อดัง พร้อมฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย อาทิ ข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน  โปรโมชั่น แคมเปญพิเศษ ช่วยในการเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ จำหน่ายบัตรชมงานทั่วไป และบัตรชมงานแบบวีไอพี MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ฯลฯ
การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 2 เส้นทาง ดังนี้
1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
2. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C
ส่วนผู้ต้องการมาเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025 แบบไม่ต้องวนหาที่จอดในอาคาร เรามีบริการ  SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

สะดวก ประหยัด นั่ง Shuttle Bus ฟรี !  ไปเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” อำนวยความสะดวก ให้ผู้สนใจไปเที่ยวงาน ด้วยบริการ Shuttle Bus รับ-ส่ง ฟรี 2 เส้นทาง ดังนี้

  • 1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4

รอบแรกจากหมอชิต 11.00 น. และรอบสุดท้ายจาก IMPACT 22.30 น.

  • 2. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C

รอบแรกจากรังสิต 11.00 น. และรอบสุดท้ายจาก IMPACT 22.30 น.

รถออกทุก 30 นาที หรือออกเมื่อผู้โดยสารเต็ม เวลาเดินรถอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพจราจร

นอกจากนี้ ยังมีบริการ  SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3 สำหรับผู้ขับรถไปชมงานที่ไม่อยากเสียเวลาวนหาที่จอดในอาคาร

เชิญเที่ยวงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”  

เอดิสัน อีวี เปิดตัว “DFSK E5 Plus” ในงาน Motor Expo 2025



EDISON EV LAUNCHES DFSK E5 PLUS AT MOTOR EXPO 2025
• สร้างมาตรฐานใหม่รถไฟฟ้าของครอบครัว ชูจุดเด่น SUV Plug-in Hybrid ระดับพรีเมียม 7 ที่นั่ง
• เคาะราคาเริ่มต้นเร้าใจ 799,999 บาท พร้อมโปรโมชั่นพรีออเดอร์สุดพิเศษเฉพาะในงาน

กรุงเทพฯ – 28 พฤศจิกายน 2568 – บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด (Edison EV Co., Ltd.) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ DFSK อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว “DFSK E5 Plus” อย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) โดยเปิดราคาเริ่มต้นเพียง 799,999 บาท พร้อมมอบข้อเสนอพรีออเดอร์และสิทธิพิเศษมากมาย ณ บูธ B08

นายอี้ จั้ว เถียน (Mr. Yi Zhou Tian) ผู้ก่อตั้ง บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบคุณภาพที่พิสูจน์ได้สู่ผู้บริโภคชาวไทยว่า “เอดิสัน อีวี ภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการจาก SERES Group ในประเทศไทย ความร่วมมือของเราได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วจากการจำหน่าย SERES 3 ที่หมดโควต้าล็อตแรกอย่างรวดเร็วในปีนี้ ยืนยันได้ว่าประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ราคาที่แข่งขันได้ในสเปคที่เหนือกว่า
นายเถียน กล่าวถึงนัยยะของการเปิดตัวครั้งนี้ว่า “DFSK E5 Plus ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ DFSK ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการขยายตลาดทั่วโลก E5 Plus มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นแรกของแบรนด์ ภายใต้กลยุทธ์การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มสายการผลิตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของ DFSK จากผู้ส่งออกรถยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม สู่แบรนด์ยานยนต์อัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของกลยุทธ์พลังงานใหม่มาตรฐานสากลของ DFSK”

นายเถียน ย้ำว่าความสำเร็จนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์หลักของ เอดิสัน อีวี คือ “Deliver Simple Technology for Everyone” หรือการส่งมอบเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน “เราเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้าควรเป็นเทคโนโลยีกระแสหลักที่ทุกครอบครัวเข้าถึงได้ ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม จากการวิจัยความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย เรามั่นใจว่า DFSK E5 Plus คือคำตอบที่ใช่สำหรับครอบครัวไทยยุคใหม่”

ด้วยตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่ม Mid-size SUV รถรุ่น E5 Plus ถูกออกแบบมาเพื่อเคียงข้างครอบครัวในทุกการเดินทาง ตั้งแต่การใช้งานในเมือง ทริปพักผ่อนในวันหยุด ไปจนถึงการเดินทางไกลในช่วงเทศกาล เอดิสัน อีวี ได้ประกาศกลยุทธ์ราคาสำหรับตลาดประเทศไทย ดังนี้:

• รุ่น Comfort ขนาดแบตเตอรี่ 18.4 kWh เริ่มต้น 799,999 บาท*
• รุ่น Smart ขนาดแบตเตอรี่ 25.3 kWh เริ่มต้น 859,999 บาท*
*ราคาเปลี่ยนแปลงตามจำนวนที่นั่งและขนาดแบตเตอรี่ที่เลือก มอบอิสระให้แต่ละครอบครัวได้เลือกตามไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสม

“ลูกค้าที่พรีออเดอร์ DFSK E5 Plus ภายในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม นี้ จะได้รับแพ็กเกจพิเศษรวมถึงประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี ซึ่งเป็นข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะช่วงงานนี้เท่านั้น” นายเถียน กล่าวเสริม

รถครอบครัวอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้าตัวจริงเทียบมาตรฐานยุโรป
นางสาวธันย์จิรา ภูริชพุฒิพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด ให้ข้อมูลเจาะลึกถึงจุดเด่นที่ทำให้ DFSK E5 Plus แตกต่างในตลาดรถไฟฟ้าที่มีการแข่งขันสูงของไทย “DFSK E5 Plus คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรถครอบครัวอเนกประสงค์ ยกระดับตลาดด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สมรรถนะการขับขี่ และความปลอดภัย สร้างมาตรฐานใหม่ของ ‘รถไฟฟ้าจีนที่ได้มาตรฐานคุณภาพยุโรป’ เป็นข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างชัดเจน”

เทคโนโลยี PHEV ขั้นสูง
E5 Plus มาพร้อมระบบปลั๊กอินไฮบริดอัจฉริยะที่มีโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Pure Electric Priority, Fuel Priority, Smart Mode และ Mandatory Pure Electric Mode
• แบตเตอรี่ LFP รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 129 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร สามารถขับขี่ได้ระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,200 กม. ซึ่งเหนือกว่ารถรุ่นอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน

สมรรถนะที่เหนือชั้น
• มอเตอร์ขับเคลื่อนรุ่น TZ220XY008 ให้กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร
• อัตราเร่ง: 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที และ 0-50 กม./ชม. เพียง 3.3 วินาที
• ช่วงล่าง: ด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson strut) และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ (Multi-link) พร้อมระบบโช้คอัพปรับความหนืดอัตโนมัติ FSD (Frequency Selective Damping)
• ระบบเบรก: ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. เพียง 39.5 เมตร

การออกแบบพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง
• มิติตัวถัง: ยาว 4,760 มม. x กว้าง 1,865 มม. x สูง 1,710 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,785 มม.
• พื้นที่สัมภาระ: ในรูปแบบ 5 ที่นั่ง มีพื้นที่จุสัมภาระมากถึง 465 ลิตร พร้อมเบาะพื้นปรับได้ระนาบ
• ทางเลือกจำนวนที่นั่ง: รองรับทั้งแบบ 6 และ 7 ที่นั่ง เพื่อครอบครัวขยาย โดยยังคงพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านหลังได้อีก 187 ลิตร

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อระดับพรีเมียม
• หน้าจอสัมผัส Full HD ขนาด 15.6 นิ้ว และมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว
• ระบบเสียงพรีเมียมด้วยลำโพง 13 ตำแหน่ง พร้อมลำโพงเพดานและแอมพลิฟายเออร์แยกอิสระ
• การเชื่อมต่อ: รองรับ Apple CarPlay, Android Auto, Petal Maps, Spotify และ YouTube
• แท่นชาร์จไร้สาย 50W และพอร์ต USB ที่จ่ายไฟสูงสุดถึง 66W

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง
E5 Plus สร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ที่เหนือกว่าในรถรุ่นเดียวกัน
• ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เป็นมาตรฐานเพื่อปกป้องผู้โดยสาร
• เรดาร์ Millimeter-wave, เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก และระบบกล้อง 5 ตัวรอบคัน
• ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) อาทิ ACC, AEB, LKA และ Traffic Jam Assist
• กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis (มองทะลุใต้ท้องรถ)
• ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitoring), ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist), ระบบเตือนการเปิดประตู (Door Opening Warning) และระบบเตือนขณะถอยหลัง (Rear Cross-Traffic Alert)

โซลูชันการชาร์จที่สะดวก ไร้กังวลใด ๆ ตลอดการขับขี่
• รองรับ DC Fast Charging: ชาร์จ 30-80% ภายใน 20-28 นาที
• รองรับ AC Charging: ชาร์จ 20-90% ภายใน 3-4 ชั่วโมง
• ระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอก (V2L): กำลังไฟ 3.3 kW
• Netlink T-Box: รองรับการตรวจสอบสถานะรถและการตั้งเวลาชาร์จผ่านรีโมท

“DFSK E5 Plus คือรถรุ่นเรือธงที่ออกแบบสร้างสรรค์มาอย่างรอบคอบ ให้เป็นรถ PHEV สำหรับครอบครัว พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสคันจริงและจับจองเป็นเจ้าของแล้วที่บูธ B08 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสายด่วน เอดิสัน อีวี ที่ 064-656-2283” นางสาวธันย์จิรา กล่าวทิ้งท้าย

ฮุนได จัดแสดงรถต้นแบบ The SANTA FE XRT Conceptโชว์เคสนวัตกรรมยานยนต์เพื่ออนาคต ในคอนเซปต์ ‘Hyundai: Sense of SEOUL’ตอกย้ำผู้นำ Mobility Solutions จากเกาหลีใต้ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42



พร้อมแคมเปญพิเศษ “Hyundai Deal SEOUL Good”
ทางเลือกดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% หรือ ผ่อนสบายเริ่ม 5,024 บาทต่อเดือน พร้อมส่วนลดออนท็อปอีก 20,000 บาท*
กรุงเทพฯ 28 พฤศจิกายน 2568 — บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏการณ์ส่งท้ายปีในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025)” ยกทัพยนตรกรรมครบทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Mobility Solutions ภายใต้คอนเซปต์ “Hyundai: Sense of SEOUL” ถ่ายทอดเสน่ห์ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจจากประเทศเกาหลีใต้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านบูธดีไซน์ล้ำที่สะท้อนเอกลักษณ์ของฮุนไดในทุกมิติ พร้อมสัมผัสกิจกรรมและกลิ่นน้ำหอมพิเศษ ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง Hyundai x Sulwhasoo พบโซนถ่ายรูปกับชุด “ฮันบก” ชุดประจำชาติของเกาหลี และโซน Hyundai x Asphalt Legends Unite ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสมรรถนะอันทรงพลังของ IONIQ 5 N ผ่านเกมแข่งรถสุดมันส์ พร้อมข้อเสนอพิเศษจากแคมเปญ “Hyundai Deal SEOUL Good” ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี มอบทางเลือกดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% หรือ ผ่อนสบายเพียง 5,024 บาทต่อเดือน และส่วนลดพิเศษออนท็อปข้อเสนอรายรุ่นเพิ่มอีก 20,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดรุ่นที่ร่วมรายการ ภายในงาน Motor Expo และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 และรับรถยนต์ภายใน 31 ธันวาคม 2568

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในอุตสาหกรรมยานยนต์เมืองไทย ทั้งจากผู้เล่นรายใหม่ สงครามราคา และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ฮุนไดเชื่อว่า นี่คือ ช่วงเวลาแห่งโอกาสในการกำหนดทิศทางอนาคตของแบรนด์ฮุนได เราไม่เคยมองการเติบโตระยะสั้น เราขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ตั้งอยู่บนรากฐานของคุณภาพ นวัตกรรม และความยั่งยืน เรามุ่งมั่นส่งมอบยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในคุณภาพสูง พร้อมยกระดับเทคโนโลยีความปลอดภัยในรถทุกรุ่นภายใต้มาตรฐานระดับโลก เพื่อยกระดับบทบาทของฮุนไดจากผู้ผลิตรถยนต์ สู่ผู้นำด้านโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะ ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับคนไทย”
นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้ ในบูธฮุนไดใช้แนวคิด “Hyundai: Sense of SEOUL” ชูนวัตกรรมแห่งอนาคตที่มาบรรจบกับไลฟ์สไตล์ความเป็นเกาหลี พร้อมจัดแสดง The SANTA FE XRT Concept ครั้งแรกในประเทศไทย ที่สะท้อนดีไซน์แข็งแกร่งและสมบุกสมบัน พร้อมลุยสำหรับสายผจญภัยอย่างแท้จริง ควบคู่กับการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Staria Essence สำหรับลูกค้าองค์กรเท่านั้น ที่ต้องการความคุ้มค่าแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและความสบายในแบบฮุนได และในปีนี้เรายังได้ร่วมมือกับ Sulwhasoo เพื่อยกระดับประสบการณ์ภายในบูธ ด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมเกาหลีที่ผสานเข้ากับยนตรกรรมได้อย่างกลมกลืน ทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของฮุนไดในการพัฒนาโซลูชันการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนไทยมากยิ่งขึ้น”
ภายในงาน ฮุนไดยกทัพยนตรกรรมครบทุกไลน์อัปมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ นำเสนอความหลากหลายของยนตรกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ไปจนถึงรถยนต์สันดาป (ICE) ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคนรุ่นใหม่อย่างครบถ้วน สะท้อนความมุ่งมั่นของฮุนไดในการพัฒนา “ยนตรกรรมเพื่อทุกการเดินทาง”
เริ่มด้วยไลน์อัประดับโลกจากตระกูล IONIQ ที่สะท้อนความก้าวล้ำของเทคโนโลยี EV บนแพลตฟอร์ม E-GMP (Electric Global Modular Platform) มอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจ ผสานประสิทธิภาพพลังงานเหนือระดับ ครบครันด้วย IONIQ 5 เอสยูวีไฟฟ้าดีไซน์ไอคอนิกเจ้าของรางวัลระดับโลก, IONIQ 5 N Line รุ่นตกแต่งสปอร์ตที่เพิ่มความเร้าใจ, IONIQ 6 ซีดานไฟฟ้าพรีเมียมดีไซน์ล้ำยุคที่โดดเด่นทั้งความหรูและอากาศพลศาสตร์เหนือชั้น และ IONIQ 5 N รถสมรรถนะสูงในตระกูล N ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตสู่โลก EV อย่างแท้จริง
ฮุนไดยังเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัปด้วยกลุ่มนวัตกรรมยานยนต์ไฮบริดด้วยกลุ่ม SUV Hybrid ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Parallel Hybrid System สุดล้ำ สร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดพลังงานได้อย่างเหนือระดับ โดยเฉพาะ The all-new SANTA FE Hybrid พรีเมียม SUV เจเนอเรชันใหม่แบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรง BOXY แข็งแกร่งทันสมัย ผสานขุมพลังไฮบริดสมรรถนะสูง ให้กำลังรวม 232 แรงม้า พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันถึง 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร สะท้อนแนวคิดแห่งการขับเคลื่อนที่ทรงพลังแต่ยั่งยืนในแบบฉบับฮุนได ขณะที่ Hyundai PALISADE Diesel SUV 7 ที่นั่งระดับแฟลกชิปของแบรนด์ ถ่ายทอดความหรูหรา แข็งแกร่ง และความปลอดภัยเหนือระดับ ผสานความสะดวกสบายล้ำสมัยในทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มองหายานยนต์พรีเมียมสำหรับทุกการเดินทางอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ฮุนไดยังนำเสนอไลน์อัปรถยนต์ยอดนิยมในกลุ่มครอบครัวและอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง ได้แก่ STARIA EURO 5 รถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม 11 ที่นั่ง MPV นำเข้าทั้งคันจากเกาหลี  ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลสะอาดมาตรฐาน Euro 5 แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันดีเซล B20 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 12 กิโลเมตรต่อลิตร อีกทั้งยังมาพร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 75 ลิตร ที่ให้ระยะทางวิ่งกว่า 900 กิโลเมตรต่อการเติมเต็มหนึ่งถัง พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงอย่าง Hyundai SmartSense อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยขับขี่ล้ำสมัยกว่า 12 ฟังก์ชัน ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้สนุก ขับง่าย และปลอดภัยขึ้น ผสานกับความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นประตูไฟฟ้าทั้งสองด้านและประตูท้ายไฟฟ้า ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ Hyundai CRETA Alpha SUV ขนาดกลางที่มาพร้อมสมรรถนะคล่องตัวและดีไซน์สปอร์ตสะท้อนพลังแห่งความมั่นใจ STARGAZER X7 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยความคุ้มค่า ฟังก์ชันครบครัน และการออกแบบที่รองรับทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่
โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการจัดแสดง “The SANTA FE XRT Concept” ครั้งแรกในประเทศไทย แนวคิดของรถต้นแบบ The SANTA FE XRT Concept ได้รับการยกย่องในการตอบโจทย์ที่หลากหลายของกลุ่มผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และจุดประกายจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสมบุกสมบัน สามารถรับมือกับภูมิประเทศที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจและง่ายดาย และมุ่งเน้นที่การมอบประโยชน์ใช้สอย ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เช่น ล้อและยางออฟโรดขนาดใหญ่, แร็คบรรทุกสัมภาระบนหลังคาที่แข็งแกร่ง และพื้นที่เก็บของภายนอกที่เพิ่มขึ้น ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความอเนกประสงค์ในสไตล์ SUV ผสานสมรรถนะที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกกับดีไซน์ที่เสริมความโดดเด่นให้ผู้ขับขี่ ภายใต้แนวคิด “Open for More Inspiration” การตีความใหม่ของจิตวิญญาณแห่งอิสระ แรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่ต้องการดีไซน์อันแข็งแกร่ง และเทคโนโลยีสำหรับทุกเส้นทาง
นอกจากนี้ ภายในบูธฮุนไดยังถ่ายทอดเสน่ห์และกลิ่นอายของเกาหลีผ่านประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แนวคิด “Hyundai: Sense of Seoul” ด้วยกิจกรรม Hyundai x Sulwhasoo ที่ร่วมกันรังสรรค์กลิ่นหอมเอกลักษณ์ สะท้อนจิตวิญญาณความเป็นเกาหลีที่ผสานดีไซน์ ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษจาก Sulwhasoo ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สร้าง “กลิ่นแห่งแรงบันดาลใจ” ในแบบของตนเอง ภายในบูธยังออกแบบให้ถ่ายทอดบรรยากาศของกรุงโซลผ่านทุกโสตสัมผัส พร้อมเพิ่มความเร้าใจด้วยโซน Hyundai x Asphalt Legends Unite
ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสมรรถนะอันทรงพลังของ IONIQ 5 N ผ่านเกมแข่งรถสุดมันส์ เติมเต็มประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นในสไตล์มอเตอร์สปอร์ตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เปิดดีลสุดท้ายของปี! ด้วยแคมเปญพิเศษ “Hyundai Deal SEOUL Good” ข้อเสนอที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ พร้อมรับส่วนลดพิเศษเพิ่มอีก 20,000 บาท* และพิเศษรับเซ็ทผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจาก Sulwhasoo สำหรับผู้ที่จองรถยนต์ฮุนไดรุ่นที่ร่วมรายการ ภายในงาน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 และรับรถภายใน 31 ธันวาคม 2568
• Hyundai STARIA เปิดตัวรุ่นย่อย Staria Essence สำหรับลูกค้าองค์กรเท่านั้น ที่ราคาเริ่มต้น 1,499,000 บาท ข้อเสนอสำหรับรุ่นอื่นเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด มูลค่า 400,000 บาท ในรุ่น Staria Premium
• Hyundai STARGAZER X7 รับราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,024 บาท
• Hyundai PALISADE DIESEL เลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด มูลค่า 300,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน
• Hyundai SANTA FE HYBRID รับราคาพิเศษเริ่มต้น 1,599,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.99% นานสูงสุด 48 เดือน
• Hyundai CRETA Alpha รับราคาพิเศษเริ่มต้น 779,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 72 เดือน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,731 บาท
• IONIQ 5 ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,239,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 84 เดือน หรือเลือกผ่อนต่ำ เริ่มต้นเพียง 15,170 บาท
• IONIQ 6 ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,729,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกผ่อนต่ำ เริ่มต้นเพียง 19,062 บาท
พบกันที่ บูธฮุนได ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025)” ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคตที่สะท้อนตัวตนของฮุนไดอย่างแท้จริง ฮุนได ใช้เวที “Motor Expo” ครั้งนี้ ประกาศวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการก้าวสู่ผู้นำด้านนวัตกรรมการขับเคลื่อนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมและแรงบันดาลใจจากเกาหลี เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคไทยในทุกมิติ ภายใต้คำมั่นสัญญาของฮุนได  “Progress for Humanity”

OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO J6T EV พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

กรุงเทพฯ (28 พฤศจิกายน 2568) – OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เปิดตัว JAECOO 6T EV ยานยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต (Sport SUV) รุ่นล่าสุดของตระกูล JAECOO เปิดให้จองในราคาพิเศษ 1,049,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท จำกัดเพียง 250 คันเท่านั้น พร้อมจัดแสดงรถต้นแบบรุ่นอื่น ๆ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

JAECOO 6T EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังแบบ Wide Body พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่สะท้อนความสปอร์ตทรงพลัง ตัวถังผลิตจากอลูมิเนียมคุณภาพสูงที่ให้ทั้งความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ H-ARM Suspension ที่มอบประสิทธิภาพการควบคุมและการทรงตัวที่เหนือชั้น ด้านสมรรถนะ JAECOO 6T EV สามารถพิชิตทางลาดชันได้สูงถึง 29 องศา พร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่มีให้เลือกถึง 9 โหมดการขับขี่ รองรับทุกสภาพถนน ล้อขนาด 245/55 R19 มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และสามารถลุยน้ำท่วมขังได้ลึกถึง 625 มิลลิเมตร

คุณเซดริก ชุย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “OMODA & JAECOO ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 286,966 คันในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ของเรา สำหรับแผนการดำเนินงานในประเทศไทย เรามีแผนเริ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่โรงงานในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 80,000 คันต่อปี การเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเราในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ Chery Automobile Group (Thailand) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเคียงข้างพี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยเจ้าของรถ OMODA & JAECOO ทุกคันได้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ในครั้งนี้ 1 คัน = 100 บาท รวมกว่า 1,300,000 บาท เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่

ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะมุ่งเน้นการพัฒนาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle) 5 รุ่น โดยผลิตในประเทศ 2 รุ่นและนำเข้า 3 รุ่น, REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 1 รุ่น, HEV (Hybrid Electric Vehicle) 1 รุ่น และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric

Vehicle) 2 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการใช้งานของลูกค้า อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบความปลอดภัยขั้นสูง และระบบความบันเทิงล้ำสมัย ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันที่มีกว่า 80 แห่งให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และการยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายผ่านศูนย์บริการที่ทันสมัยพร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า 

คุณบิล จาง ผู้อำนวยการ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้ส่งมอบรถให้ลูกค้าแล้วกว่า 12,000 คัน สะท้อนความสำเร็จอย่างโดดเด่นในตลาดไทย พร้อมกันนี้ สำหรับปี 2569 เรามีแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนเป็น 120 แห่ง พร้อมเป้าหมายยอดขาย 26,000 คัน ด้านการบริการ เราจะยกระดับ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากบริการพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น ศูนย์บริการและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เรายังวางแผนเพิ่มบริการพิเศษใหม่ ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าของเรา”

นอกจาก JAECOO 6T EV แล้ว OMODA & JAECOO ยังได้เผยโฉมรถต้นแบบอีก 3 รุ่น ได้แก่ 
· OMODA 4 รถต้นแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากการผจญภัยในอวกาศ โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Cyber Mecha” ที่สื่อถึงยานสำรวจกาแล็กซี ผ่านซุ้มล้อทรงเหลี่ยม เส้นสายคมชัด กระจังหน้าขนาดใหญ่พร้อมไฟ LED ดีไซน์สายฟ้า และไฟท้ายพาดยาวรูปตัว L ภายในห้องโดยสารถ่ายทอดแนวคิด “ห้องนักบินยานอวกาศ” ผสานความล้ำสมัยและแฟชั่นได้อย่างลงตัว 
· TIANJI รถต้นแบบ SUV 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง มาพร้อมกระจังหน้าแบบปิดและไฟหน้าพาดยาวที่สร้างเอกลักษณ์ล้ำอนาคต ใช้ระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 300 กิโลเมตร และระยะทางรวมถึง 2,000 กิโลเมตร 
· ET9 รถต้นแบบ SUV ขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย แข็งแกร่ง และระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 220 กิโลเมตร พร้อมระยะทางรวมสูงสุด 1,400 กิโลเมตร

นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังมุ่งเน้นการยกระดับบริการหลังการขาย โดยการพัฒนาบริการ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด ในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้เชิญลูกค้า JAECOO 6 EV มาอัปเดต Software Huawei x JAECOO เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทาง และลูกค้า JAECOO 5 EV มาอัปเดต Pet mode และ Camping mode ผ่านผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะยังคงมอบสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายให้กับลูกค้า อาทิ การอัปเดตซอฟต์แวร์ และโปรแกรมสะสมคะแนนแลกของรางวัล เช่น บริการฟรีค่าแรงซ่อมบำรุง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

OMODA & JAECOO มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี การันตี JAECOO 5 EV ราคานี้ดีที่สุด (Best Price Guarantee) โดยเดินหน้าส่งมอบรถเพิ่มเติมอีก 3,000 คัน ก่อนสิ้นปี 2568 โดย
· JAECOO 5 EV LONG RANGE DYNAMIC มาพร้อมราคาพิเศษที่ 549,000 บาท* จากราคาปกติ 629,000 บาท
· JAECOO 5 EV LONG RANGE MAX ราคาพิเศษ 599,000 บาท* จากราคาปกติ 679,000 บาท
พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย อาทิ Home Charger พร้อมติดตั้ง, ประกันภัยชั้น1 ระยะเวลา 1 ปี, 
การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving Motor System) ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

JAECOO 6 EV มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี พร้อมส่วนลดสูงสุดสำหรับทุกรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เช่นรับประกันคุณภาพรถใหม่, แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และสายชาร์จ V-to-L, ฟรี AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย
· JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD มาพร้อมราคาพิเศษที่ 999,000 บาท* จากราคาปกติ 1,249,000 บาท
· JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท
· JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD PRO ราคาพิเศษ 799,000 บาท*

JAECOO 7 SHS มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษในงาน Motor Expo พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น การรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง, ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และ AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย
· JAECOO 7 SHS Dynamic มาพร้อมราคาพิเศษที่ 799,000 บาท* จากราคาปกติ 899,000 บาท
· JAECOO 7 SHS Max ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 999,000 บาท

ปอร์เช่ ประเทศไทยเปิดตัว 911 Spirit 70 และ 911 GT3 สุดยิ่งใหญ่ในงาน Thailand International Motor Expo 2025

เปิดตัว 2 รุ่นใหม่สุดยิ่งใหญ่ ครั้งแรกในไทยกับ 911 Spirit 70 และ 911 GT3 ที่ผสานเอกลักษณ์ดั้งเดิม นวัตกรรม และความเร้าใจในการขับขี่
จัดแสดงคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในภูมิภาค คันจริงที่ร่วมเดินทางจากกรุงเทพฯ
สู่สตุ๊ทการ์ท ด้วยระยะทาง 22,000 กม. ตอกย้ำสมรรถนะที่ทรงพลัง พร้อมเผยรุ่นปรับโฉมปี 2026
นำเสนอ 963 รถแข่ง LMDh ที่ถ่ายทอดนวัตกรรมวิศวกรรม น้ำหนักเบา และแอโรไดนามิกใน
ไทคานน์และมาคันน์
โอกาสพิเศษในการสัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และการออกแบบของปอร์เช่อย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษหลายรุ่นเฉพาะภายในงาน

เริ่มต้นอย่างเป็นทางการกับ Thailand International Motor Expo 2025 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42) โดยปอร์เช่ ประเทศได้เปิดตัวยนตรกรรมระดับตำนาน 2 รุ่นอย่างยิ่งใหญ่ ทั้ง 911 Spirit 70 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ใน ตระกูล Heritage Design ที่สะท้อนกลิ่นอายยุค 1970 ผสานสมรรถนะไฮบริดอันทันสมัย และ 911 GT3 รุ่นใหม่ ที่เฉลิมฉลอง 25 ปีของตระกูล GT3 ด้วยแอโรไดนามิกที่เหนือระดับ พร้อมพละกำลังที่เฉียบคม และยกระดับความแม่นยำในการขับขี่ โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยจัดแสดงยนตรกรรมภายใต้แนวคิด “There is no substitute” พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณของปอร์เช่ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ Motorsport, Adventure, Urban และ Heritage และมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับหลากหลายรุ่นภายในงานและที่โชว์รูมปอร์เช่ทุกแห่ง ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568

กรุงเทพฯ. ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดฉากความยิ่งใหญ่ในงาน “Thailand International Motor Expo 2025” (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42) ณ บูธ A03 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม 2568 ด้วยการเปิดตัว 911 สปิริต 70 (911 Spirit 70) และ 911 จีที 3 (911 GT3) รุ่นใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือระดับทั้งในด้านการออกแบบและวิศวกรรมของปอร์เช่ โดยทั้ง 2 รุ่นได้ผสานเอกลักษณ์แห่งตำนานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ
พร้อมการจัดแสดงรถยนต์ไฮไลท์อย่าง คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบที่มาเลเซีย ที่เข้าร่วมภารกิจ Epic Road Trip การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท ในเวลา 61 วัน ผ่าน 17 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร และคาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้  รุ่นปรับโฉมปี 2026 ที่ประกอบในประเทศมาเลเซีย ที่แสดงให้เห็นถึงความทนทานและมาตรฐานทางวิศวกรรมที่แข็งแกร่งของคาเยนน์ รุ่นประกอบในภูมิภาค
ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่เชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนความมุ่งมั่น ความละเอียดในการสร้างสรรค์ รวมถึงความเป็นตำนานที่สร้างเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่เหมาะที่สุดในการถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์เหนือกาลเวลาของ 911 สปิริต 70 สมรรถนะพร้อมลงสนามของ 911 จีที 3 รุ่นใหม่ หรือความแข็งแกร่งของคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ ที่พิชิตการเดินทาง Epic Road Trip จากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท เราขอเชิญผู้หลงใหลทุกท่านมาสัมผัสความพิเศษที่ทำให้ปอร์เช่โดดเด่นอย่างแท้จริงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปปีนี้”
อิสระและความสุขในการใช้ชีวิตที่แตกต่างอย่างแท้จริง
911 สปิริต 70 รุ่นที่ 3 ในตระกูล Heritage Design สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงยุคสมัยสำคัญ ผ่านองค์ประกอบการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จากรถยนต์ในอดีต ภายนอกโดดเด่นด้วยสี Olive Neo สีเขียวเข้มที่ให้กลิ่นอายเรโทรอย่างชัดเจน โดยเป็นสีเฉพาะสำหรับใน 911 สปิริต 70 ตัดกับสี Bronzite ในส่วนกันชนหน้า–หลัง และบนล้อลาย Sport Classic ล้อหน้าขนาด 20 นิ้ว และล้อหลังขนาด 21 นิ้ว ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากล้อ Fuchsfelge® (Fuchs) ที่ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกสำหรับปอร์เช่ 911 เอส ในปี 1965
911 สปิริต 70 มาพร้อมหลังคาผ้าและกรอบกระจกหน้าสีดำ ลายสามแถบสีดำแบบกึ่งด้านบนฝากระโปรงหน้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสติกเกอร์ความปลอดภัยในยุค 1970 และหลังคาผ้าสีตัดกับตัวถัง พร้อมตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ที่ใช้การออกแบบใกล้เคียงกับสัญลักษณ์ดั้งเดิมในปี 1963 เสริมความพิเศษด้วยตัวอักษรสีทอง พร้อมอักษร “Porsche Exclusive Manufaktur” บนซุ้มล้อหน้า
การตกแต่งภายในโดดเด่นด้วยลาย Pasha สีดำตัดกับสีเขียว ลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธงตราหมากรุกที่กำลังโบกสะบัด ด้วยการจัดวางสี่เหลี่ยมหลายขนาดเพื่อสร้างมิติของการเคลื่อนไหว เพื่อให้ความรู้สึกถึงรถแข่งในยุค 70 และหนัง Club Leather สี Basalt Black พร้อมเดินตะเข็บด้ายสี Olive Neo รวมถึง
แพ็กเกจตกแต่งภายใน Basalt Black Club Leather ที่เป็นมาตรฐาน
ปอร์เช่ 911 สปิริต 70 เปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 25,500,000 บาท โดยผลิตขึ้นเพียง 1,500 คันทั่วโลก ซึ่งใช้พื้นฐานจาก 911 คาเรร่า จีทีเอส คาบริโอเลต์ (911 Carrera GTS Cabriolet) รุ่นล่าสุด ที่ติดตั้งเทคโนโลยีไฮบริดสมรรถนะสูง เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ใหม่ขนาด 3.6 ลิตร ผสานระบบแรงดันไฟฟ้าสูง eTurbo และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับเกียร์ PDK รุ่นใหม่ สร้างกำลังรวม 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิด 610 นิวตันเมตร
911 จีที 3 รุ่นใหม่ และ 911 จีที 3 พร้อม Touring Package
ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 ปอร์เช่ 911 จีที 3 สร้างบทบาทชัดเจนในฐานะยนตรกรรมสปอร์ตที่ผสมผสานจิตวิญญาณสนามแข่งเข้ากับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยในโอกาสครบรอบ 25 ปีแห่งตำนานตระกูล จีที 3 ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้เปิดตัว 911 จีที 3 รุ่นใหม่ พร้อมกัน 2 รุ่นได้แก่ รุ่นจีที 3 ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่งพร้อมสปอยเลอร์หลัง และ รุ่น Touring Package สำหรับผู้ที่หลงใหลความหรูหราแต่ยังคงความเร้าใจเหมือนบนสนามแข่ง โดยทั้ง 2 รุ่น รองรับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ด้วยแพ็กเกจและตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการและการใช้งานที่แตกต่างกัน
การออกแบบภายนอกของ 911 จีที 3 รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่ชัดขึ้น แอโรไดนามิกที่ใช้งานได้จริง และรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต กันชนหน้าที่ออกแบบใหม่พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้น และสปอยเลอร์ที่เด่นชัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนและแรงกด พร้อมฝากระโปรงน้ำหนักเบาที่เพิ่มเอกลักษณ์ด้วยช่องระบายอากาศดีไซน์เฉียบที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต
ด้านท้ายของรุ่นจีที 3 ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่งด้วยปีกหลังดีไซน์ใหม่ เป็นแบบคอหงส์รุ่นล่าสุดที่ผสานแผ่นปลายปีกมุมเอียงอย่างลงตัว พร้อมดิฟฟิวเซอร์ปรับจูนเพื่อเสริมทั้งสมดุลและดึงดูดสายตา โดยเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและเร้าอารมณ์การขับขี่ไปพร้อมกัน ในรุ่น Touring Package ให้ความรู้สึกที่สุภาพ เรียบหรู และใช้งานได้หลากหลาย โดยได้ติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายแบบยืดได้และครีบใต้ท้องรถเพื่อคงความงามของเส้นสาย 911 พร้อมกับมีตัวเลือกการติดตั้งเบาะหลังเป็นครั้งแรก
ด้วยการปรับแต่งดังกล่าวทำให้ 911 จีที 3 สามารถตอบโจทย์การขับขี่แบบสปอร์ตในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความแรงในแบบฉบับ จีที 3 อย่างครบถ้วน ปอร์เช่ยังมีแพ็กเกจพิเศษอย่าง Weissach และ Club Sport ให้เลือก เพื่อปรับรถให้เหมาะกับการใช้งานในสนามแข่งหรือสอดรับกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ทั้ง 2 รุ่นของ 911 จีที 3 มีพื้นฐานเทคนิคเดียวกัน ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4.0 ลิตร แบบไร้เทอร์โบ ส่งกำลัง 375 กิโลวัตต์ (510 แรงม้า) และแรงบิด 450 นิวตันเมตร โดยลดน้ำหนักรวมของรถด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบา ปรับอัตราทดเฟืองท้ายให้สั้นลงกว่าเดิม 8% และนำชิ้นส่วนช่วงล่างจาก 911 จีที 3 อาร์เอส และ 911 S/T รุ่นก่อนมาใช้ เพื่อสร้างการตอบสนองที่เฉียบคมขึ้นและเพิ่มแรงกดในทุกสถานการณ์ขับขี่ โดยเปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 26,290,000 บาท 
คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้: ไฮไลท์ประจำภูมิภาค ถ่ายทอดความแข็งแกร่งข้ามทวีป
คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ จากการเดินทาง Epic Road Trip กรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท พร้อมจัดแสดงให้ได้สัมผัสครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2025 หลังพิชิตระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร ผ่าน 17 ประเทศ ภายใน 61 วัน ซึ่งแสดงศักยภาพที่แข็งแกร่ง สะดวกสบายและประสิทธิภาพอย่างเต็มสมรรถนะ สะท้อนความยอดเยี่ยมของวิศวกรรมปอร์เช่และความสามารถของรุ่นประกอบในภูมิภาคที่ยึดมั่นคุณภาพและสมรรถนะที่ไม่ลดทอน
คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ ผลิตจากโรงงานประกอบของปอร์เช่ ที่กูลิม ประเทศมาเลเซีย โดยพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย สำหรับปี 2026 รุ่นประกอบในภูมิภาคนี้ได้รับปรับโฉมใหม่ โดยจะมีล้อ RS Spyder Design ขนาด 21 นิ้วที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ระบบขับเคลื่อนผสานเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้พละกำลังรวม 382 กิโลวัตต์ (519 แรงม้า) และแรงบิด 750 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่เพิ่มระยะทางขับขี่ไฟฟ้าสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร (EAER City) และช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทำให้
คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ เป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล

คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 เปิดตัวในประเทศไทยในราคาจำหน่าย 6,690,000 บาท เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะไฮบริดเต็มพลัง ความแรง และความหรูหราที่ครบครัน โดยสามารถเลือกสีตัวถังได้สามสี ได้แก่ สีขาวคาร์ราร่า (Carrara White), สีดำโครไมท์ (Chromite Black) และ สีเงินโดโลไมท์ (Dolomite Silver) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง
“There is no substitute” ไม่มีอะไรแทนที่ปอร์เช่ได้
สำหรับบูธของปอร์เช่ ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 นี้ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง
ยนตรกรรมสปอร์ตเหนือระดับภายใต้แนวคิด “There is no substitute” ที่สะท้อนแก่นแท้ของความเป็น
ปอร์เช่ ที่ผสานสมรรถนะทางวิศวกรรมเข้ากับอารมณ์การขับขี่และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา  โดยนำเอามิติของตัวตนปอร์เช่ ทั้งด้าน Motorsport, Adventure, Urban และ Heritage มาให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสดีเอ็นเอของปอร์เช่กันอย่างครบทุกด้าน
ที่บูธปอร์เช่ยังมีการจัดแสดง Porsche 963 LMDh รถแข่งต้นแบบระดับเรือธง ที่สะท้อนดีเอ็นเอมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์และความก้าวล้ำด้านวิศวกรรม หลังจากคว้าแชมป์รวมรายการ IMSA และคว้าอันดับที่สองในศึกความอึดระดับตำนานอย่าง 24 Hours of Le Mans ในปีนี้
เทคโนโลยีที่พัฒนาจากสนามแข่งถูกถ่ายทอดโดยตรงสู่รถยนต์ปอร์เช่สำหรับถนนจริง อาทิ ไทคานน์ และ มาคันน์ เพื่อส่งมอบสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความเร้าใจในการขับขี่ให้กับผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแรงสูง 800 โวลต์ที่ใช้ในรถแข่ง 963 ซึ่งได้ถูกบูรณาการสู่รถปอร์เช่รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้รองรับการชาร์จพลังงานความเร็วสูงและรักษาสมรรถนะได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมยังจะได้สัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยของปอร์เช่ด้วยตัวเอง ผ่านกิจกรรมทดลองขับรุ่น คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ มาคันน์ และไทคานน์ ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันตลอดงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 ธันวาคม เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสสมรรถนะอันแม่นยำ พลังขับเคลื่อนไฟฟ้า และเทคโนโลยีการขับขี่ในรถปอร์เช่รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับไอคอน
ข้อเสนอพิเศษสำหรับงาน Thailand International Motor Expo 2025*
ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถในรุ่น ไทคานน์ (J1 II) และ มาคันน์ (H2) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษครั้งใหญ่แห่งปี รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับคาเยนน์ พานาเมร่า และรุ่นอื่น ๆ ทั้งในงาน Thailand International Motor Expo 2025 และที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกแห่ง*

นอกจากนี้ ผู้ที่จองรถยนต์ปอร์เช่ทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม ร่วมลุ้นรับสิทธิ์กิจกรรมขับรถสุดเร้าใจที่ Porsche Experience Centre Tokyo โดยจะได้เข้าร่วมกิจกรรมการขับรถปอร์เช่ในสนามแข่งแบบส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ปรับปรุงเทคนิคและขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมรถในสถานการณ์ต่าง ๆ การขับขี่ในสนามแข่ง การควบคุมรถขณะเข้าโค้ง และอื่น ๆ โดยจะประกาศผลผู้โชคดีทางเพจ Facebook Porsche Thailand ในวันที่ 26 มกราคม 2569
                                                                                                 

GPX เปิดตัว“DZ2” (ดีซีทู) สกู๊ตเตอร์คลาส 150 ดีไซน์เท่ ฟีเจอร์ครบ จบที่ราคา 73,500 บาท!

 

GPX (จีพีเอ็กซ์) แบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติไทย กับเส้นทางกว่า 18 ปี ที่ได้เติบโตขึ้นจากความหลงใหลและความมุ่งมั่นของคนไทยที่อยากสร้างรถมอเตอร์ไซค์ที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างแท้จริง จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในปี 2007 ด้วยการผลิตรถเอทีวีคันแรกของบริษัท จนวันนี้ GPX ได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไทยที่ประสบความสำเร็จ และเป็นแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไทยแบรนด์เดียวที่ยืนหยัดในตลาดได้อย่างยาวนานที่สุด!
ปัจจุบัน GPX ยังคงอยู่ในอันดับ Top 5 แบรนด์มอเตอร์ไซค์ยอดขายสูงสุดของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี และยังเดินหน้าโกอินเตอร์ ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปเกือบ 10 ประเทศทั่วโลก โดยมีฐานผู้ขับขี่สะสมในไทยและต่างประเทศรวมแล้วหลายแสนคน!
ล่าสุด GPX พร้อมก้าวสู่บทใหม่ของตลาดสกู๊ตเตอร์ คลาส 150  ด้วยการเปิดตัว GPX DZ2 (ดีซีทู) รุ่นใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด “Hyper-Trex พุ่งไปข้างหน้า กับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง” รถรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองยุคใหม่ ที่ต้องการรถขี่ใช้งานได้จริงในทุกวัน แต่ยังคงความเท่ และมีเทคโนโลยีครบในราคาที่เข้าถึงง่าย
GPX DZ2 มาในรูปลักษณ์สปอร์ตล้ำสมัยที่ผสมผสานความดุดันกับความหรูหราได้ลงตัว เส้นสายตัวถังเฉียบคม สัดส่วนกระชับ ขณะที่ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์และระบบไฟ Full LED รอบคัน ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวรถดูมีพลังและโดดเด่นทั้งกลางวันและกลางคืน โครงสร้างตัวรถเปล่าน้ำหนักเพียง 130 กิโลกรัม ทำให้ง่ายต่อการขับขี่และให้ความคล่องตัวสูงในเมือง และยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ HYPER-i ขนาด 149.6 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้ฟีลการขี่ที่สนุกและมั่นใจทุกจังหวะ เสริมด้วยระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม กับดิสก์เบรกหน้าขนาด 260 มม. และหลัง ขนาด 220 มม. พร้อมระบบเบรก ABS ทั้งหน้าและหลัง ที่มาพร้อม ปั๊มเบรกแบบเรเดียลเมาท์ แบบเดียวกับรถสปอร์ตระดับพรีเมียม ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการหยุดทุกสถานการณ์  พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction Control System) ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยไปอีกขั้น และยังสามารถเปิด-ปิดฟังก์ชันนี้ได้
ในด้านเทคโนโลยี GPX DZ2 ก็จัดเต็ม! เริ่มจากหน้าจอ TFT Full Color Display ขนาด 6 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับ
สมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Carbit Ride พร้อมฟังก์ชัน Mirror Screen Sharing  ที่สามารถแชร์หน้าจอมือถือเข้ามายังหน้าจอของรถได้โดยตรง พร้อมช่องชาร์จแบบพอร์ตคู่ ทั้ง USB-A และ USB-C ที่อยู่บริเวณช่องเก็บของด้านซ้าย อีกทั้งยังสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน ด้วยกุญแจแบบ Smart Key (มาตรฐาน IP67) ทนต่อน้ำและฝุ่น พร้อมฟังก์ชันกันขโมยในตัว อีกทั้งยังสะดวกไปอีกขั้น ด้วยถังน้ำมันด้านหน้า
ความจุ 8 ลิตร ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตให้ความรู้สึกกระชับ ที่มาพร้อมกับพักเท้าผู้ซ้อนแบบพับเก็บได้ ช่วยให้การเดินทางร่วมกันในทุกวันสะดวกและลงตัวมากขึ้น

สำหรับ GPX DZ2 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นสกู๊ตเตอร์ คลาส 150 ที่ “ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์  ให้ฟีเจอร์ระดับรถพรีเมียมในราคาที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ชาวไทยอย่างแท้จริง กับฟีเจอร์ครบจบในคลาส 150 ที่เปิดตัวมาในราคาสะเทือนวงการ กับราคาเปิดตัวที่  73,500 บาท!  มีให้เลือกด้วยกันถึง 4 เฉดสี ได้แก่  1.Crayon Grey (เทา-ดำ)  , 2. Super Black (ดำ) ,
3. Matte Brown (น้ำตาล-ดำ)  4. Lava Red (แดง-ดำ)  พร้อมด้วยโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์ นานถึง 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สามารถชมรถตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX กว่า 113 สาขาทั่วประเทศ หรือ จองรถได้ทางเว็บไซต์​ https://www.gpxthailand.com
ติดตามข่าวสารจากทาง GPX เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/gpxthailandofficial
#GPX #DZ2

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน”MOTOR EXPO รวมใจ Thai PBS ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” เปิดพื้นที่รับบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ และอาหารแห้ง ส่งต่อให้ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ผู้เข้าชมงาน และประชาชนทั่วไปสามารถนำของมาบริจาคได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ด้านหลัง EASE Café บริเวณลอบบี้ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2568

ดุดันที่สุดในรุ่น – ‘Continental GT Supersports’ การกลับมาอีกครั้งของยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ในตำนาน 100 ปี

(ครูว์ 14 พฤศจิกายน 2568) ดุดันที่สุดในรุ่น – ‘Continental GT Supersports’ การกลับมาอีกครั้งของยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ในตำนาน Supersports รุ่นใหม่ เปิดตัวพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และเครื่องยนต์รุ่น V8 เทอร์โบคู่ (Non-hybrid) พละกำลัง 666 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะที่น่าทึ่งให้กับสุดยอดยนตรกรรม ห้องโดยสารมีการจัดวางแบบสองที่นั่งสไตล์สปอร์ตผนวกกับน้ำหนักที่เบากว่าสองตัน มอบการมีส่วนร่วมในการขับขี่สูงสุด ตัวรถยังมากับล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้วใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Manthey Racing และท่อไอเสียไทเทเนียมจาก Akrapovič พร้อมด้วยยาง Pirelli Trofeo RS พร้อมทวงบัลลังก์ยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี Continental GT Supersports ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน พร้อมการระบุหมายเลขประจำตัวรถ

***การเปิดรับคำสั่งจอง Continental GT Supersports ใหม่ มีเฉพาะในประเทศดังต่อไปนี้: สหราชอาณาจักร ประเทศในยุโรป (EU27 สวิตเซอร์แลนด์และตุรกี) สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย โอมาน บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และคูเวต***

“IMC สื่อสากล” พร้อมจัดงานMOTOR EXPO 2025 เริ่ม 29 พย. นี้“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

ปรับรูปแบบกิจกรรม คุมโทนในงานให้เหมาะสม ค่ายรถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ ร่วมแสดงนวัตกรรม พร้อมจัดโปรโมชั่นมากมาย ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เผยว่า “ปีนี้จัดตามแนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” โดยขอความร่วมมือผู้ออกงานให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
MOTOR EXPO 2025 มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 42 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ ได้แก่ AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, CARRYBOY, CHERY, DEEPAL, DENZA, DFSK, FARIZON, FORD, GAC, GEELY, GEELY RIDDARA, GWM, HONDA, HYPTEC, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, KIA, LEAPMOTOR, LEXUS, MAXUS, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NEX, NISSAN, OMODA & JAECOO, POCCO, PORSCHE, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR รวมทั้ง ชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED
รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ ได้แก่ BMW MOTORRAD, DECO, DUCATI, EM MOTOR, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, LAMBRETTA, NIU, ROYAL ALLOY, ROYALENFIELD, SLEEK EV, SUZUKI, TRIUMPH, TROMOX, YAMAHA และ ZONTES
รถมือสอง 3 แบรนด์ ได้แก่ BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, และ VOLVO SELEKT
สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ มีรายละเอียดดังนี้
1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” ผู้จองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE มูลค่า 2,099,000 บาท

2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE มูลค่า 1,059,000 บาท
3. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” ผู้จองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์  SUZUKI รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท
4. “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ” ผู้ลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION พร้อมตอบแบบสอบถามครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ WULING BINGUO รุ่น DC ICON มูลค่า 429,000 บาท
ยิ่งกว่านั้นยังมีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” เพียง 1,000 บาท รับ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 3 ใบ ช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ ซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10% และสิทธิ์เข้าร่วมชิงโชครายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ”
นอกจากนี้ งาน MOTOR EXPO 2025 ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Skill Driving Experience Junior จัดอบรมปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / Skill Driving Experience จัดกิจกรรมขับรถแข่งเครื่อง Simulator / Spirit of the 4×4 Driving School ชมสนามรถบังคับจำลองสถานการณ์ในพื้นที่ทุรกันดาร และสนามจำลอง ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ / นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย แสดงรถโบราณทรงคุณค่า หาชมยาก / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชน / ชุมนุมรถสวย ชมรถยนต์ และบิกไบค์ รุ่นดังหลากหลายค่าย จากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ / Join Boat Platform จัดแสดงเรือสำหรับคนรักเรือ ฯลฯ
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง https://www.motorexpo.co.th/onlineticket/
###

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น