ครั้งแรกในไทย! จูนเหยา เปิดตัว “JY AIR”ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ผสมผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและความยั่งยืน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – บริษัท จูนเหยา ออโต (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ในเครือเดียวกับบริษัท จูนเหยา กรุ๊ป (JuneYao Group) บริษัทแม่ของสายการบินจูนเหยาแอร์ไลน์ (JuneYao Airlines) เป็นหนึ่งในสายการบินเอกชนชั้นนำในประเทศจีน เปิดตัวแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะอย่างเป็นทางการ ประเดิมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกอย่าง “JY รุ่น AIR” มิติใหม่แห่งการขับเคลื่อนอัจฉริยะ ที่มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคใหม่ที่ต้องการยานยนต์ที่มีความล้ำสมัย สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของบริษัทที่ขยายธุรกิจจากการคมนาคมขนส่ง การเงิน การศึกษา ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมด้านยานยนต์เพื่อตอบรับกระแสความต้องการด้านการขับเคลื่อนอัจฉริยะในอนาคต

คุณหวัง จูนจีน ประธาน บริษัท จูนเหยา กรุ๊ป เปิดเผยว่า “สำหรับ จูนเหยา เป็นองค์กรที่มีรากฐานในธุรกิจการคมนาคมขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค การศึกษา  บริการด้านการเงิน  และนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนในทุกด้าน จูนเหยา ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในฐานะองค์กรที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีวิสัยทัศน์ในการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจสายการบินเชิงพาณิชย์ จูนเหยา ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดยานยนต์ โดยได้เข้าซื้อกิจการ YUDO Auto ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2022 ซึ่ง YUDO Auto ได้ทำตลาดในจีนมาตั้งแต่ปี 2015 กับรถรุ่นแรก YUDO YUNTU ซึ่งเป็น SUV พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก”
อย่างไรก็ตาม จูนเหยา ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในกลุ่มยานยนต์อย่างจริงจังตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาและนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ที่มุ่งมั่นของกลุ่มเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ กลุ่ม จูนเหยา ยังมุ่งหวังที่จะขยายตลาดในระดับสากล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและแข่งขันในอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจนี้
ในครั้งนี้ จูนเหยา พร้อมแล้วที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก JY AIR รูปแบบใหม่ของการเดินทาง พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะมอบความสุขในทุกมิติ ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมการขับขี่ที่ให้ความสะดวกสบายเหมือนที่อยู่บน First class
เจาะลึกคุณสมบัติเด่นและเทคโนโลยีสุดล้ำของ JY AIR

รถยนต์ไฟฟ้า JY AIR ได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะสูงสุดทั้งในด้านประสิทธิภาพการขับขี่และความปลอดภัย มาพร้อมกับระบบ Crystal OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยทีมวิจัยและพัฒนาของจูนเหยา ระบบ Crystal OS นี้มีฟีเจอร์ควบคุมและสั่งงานแบบอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมไฟ ระบบหน้าต่าง และประตูท้ายรถ ทั้งยังรองรับการตั้งค่าตามสภาพถนนได้แบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นในทุกสภาพการใช้งาน
แพลตฟอร์ม SKY ความปลอดภัยระดับห้าดาว เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ช่วยเสริมความมั่นใจในด้านความปลอดภัย โดยแพลตฟอร์มที่สามารถพัฒนารุ่นรถใหม่สำหรับทั่วโลก ประสิทธิภาพดี และมีความปลอดภัยสูง ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่า โดยครอบคลุมรถยนต์ประเภท A ถึงรถซีดานคลาส C, SUV, Coupe, MPV และประเภทอื่น ๆ

เทคโนโลยี ขับขี่อัตโนมัติ Level 2+ ที่ติดตั้งมากับ JY AIR ช่วยให้รถสามารถขับขี่อัตโนมัติได้อย่างมั่นใจ   ด้วยฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ช่วยในการรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ระบบช่วยจอดที่เพิ่มความสะดวกในทุกการจอดรถ การเตือนจุดอับสายตาที่ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และการควบคุมเลนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดขณะขับขี่ รถรุ่นนี้ยังได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยระดับสูงตามมาตรฐาน NCAP และ E-NCAP ระดับ 5 ดาว ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง
เพลิดเพลินไปกับดีไซน์สุดหรูและความสะดวกสบายที่เหนือชั้น
นอกจากเทคโนโลยีอันล้ำสมัยแล้ว JY AIR ยังออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ที่ต้องการความสะดวกสบายและความหรูหรา ด้วยการออกแบบที่ใช้หลักแอโรไดนามิกส์ ONE BOX ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะการขับขี่ที่เงียบและลดแรงต้านอากาศได้อย่างดี ห้องโดยสารยังใช้วัสดุคุณภาพสูงและเนื้อสัมผัสที่หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวางและเงียบสงบ พร้อมทั้งช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก มอบความสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

มากไปกว่านั้น นวัตกรรมภายในห้องโดยสาร ยังรวมถึงระบบควบคุมรถ 3D ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่มีการตอบสนองที่ดี โดยมีการควบคุมไฟ หน้าต่าง และประตูท้ายด้วยสัมผัสเดียว นอกจากนี้ยังมีหลังคาพาโนรามาขนาด 2.072 ตร.ม. ที่ช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย
ส่วนสีตัวรถมีให้เลือก 4  สี ประกอบด้วย สีขาว Moon White, สีฟ้า Meteorite Blue, สีเขียว Aurora Green, และ สีดำ Galactic Black นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถในช่วงแรก เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในบริการหลังการขายและความคุ้มค่าในการลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้
ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบอัจฉริยะของ JY AIR ได้ที่ โชว์รูม และ งาน Thailand Motor Expo 2024 บูธ B17 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567  พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและตอบข้อสงสัย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการหลังการขายที่สต็อกอะไหล่สำรองทุกประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการบริการหลังการขายอย่างรวดเร็วและครบถ้วน
สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ JY AIR และโปรโมชันล่าสุด สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ http://www.juneyaoauto.com และเฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/Juneyaothailand ที่จะมีการอัปเดตข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรมการจอง การรับประกัน และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งาน

MOTOR EXPO 2024 รวมนวัตกรรมยานยนต์ล้ำอนาคต รถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 22 แบรนด์

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” พร้อมจัดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ล่าสุดค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ร่วมแสดงนวัตกรรม พร้อมอัดโปรโมชั่นเพียบ ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เผยว่า “ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 42 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ พร้อมจัดแสดงรถต้นแบบ รวมถึงเปิดตัวรถรุ่นใหม่ภายในงานมากมาย”
รถยนต์ 42 แบรนด์ ได้แก่ AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, BYD COMMERCIAL, DEEPAL, DENZA, FORD, FOTON, GEELY, GREAT WALL MOTOR, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, JUNEYAO, KIA, KING LONG, LEAPMOTOR, LEXUS, LOTUS, MASERATI, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NETA, NISSAN, OMODA & JAECOO, PEUGEOT, POCCO, PORSCHE, RIDDARA, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR อีกทั้งยังมี ชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED

รถจักรยานยนต์ 22 แบรนด์ ได้แก่ AJ EV, ALPHA VOLANTIS, BMW MOTORRAD, DECO, EM MOTOR, FELO, HANWAY, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, KAWASAKI, LAMBRETTA, NIU, RAPID, ROYAL ALLOY, ROYAL ENFIELD, SOLAR, STROM, SUZUKI, TRIUMPH, YAMAHA, ZEEHO และ ZONTES
นอกจากนี้ ยังมีรถมือสอง 5 แบรนด์ ได้แก่ ASTON MARTIN TIMELESS, BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, ROLLS-ROYCE PROVENANCE และ VOLVO SELEKT
สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล มีรายละเอียดดังนี้

1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ THE KIA EV5 รุ่น LIGHT มูลค่า 1,299,000 บาท
2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MAZDA รุ่น NEW CX-3 BASE PLUS มูลค่า 830,000 บาท
3. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์  TRIUMPH รุ่น SCRAMBLER 1200 X มูลค่า 599,000 บาท
4. “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ผู้ชิงโชคต้องลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION พร้อมตอบแบบสอบถามให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 – 31 ธันวาคม 2567 มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ SUZUKI รุ่น SWIFT GL มูลค่า 567,000 บาท
พิเศษสำหรับผู้ชมงาน มีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” แพคเกจชมงานแบบวีไอพี เพียง 1,000 บาท รับสิทธิประโยชน์ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 3 ใบ บริการช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ ซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10% และสิทธิ์เข้าร่วมชิงโชครายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ”

ยิ่งกว่านั้น MOTOR EXPO 2024 ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Skill Driving Experience Junior อบรมปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / Skill Driving Experience ให้ความรู้เกี่ยวกับการขับขี่รถที่ถูกต้องแก่บุคคลทั่วไป / Spirit of the 4×4 Driving School ให้ความรู้ และทดลองขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ / นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย อวดโฉมรถโบราณทรงคุณค่า พร้อมเปิดโหวตรถประทับใจ ชิง PEOPLE CHOICE AWARD / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชน / Join Boat Platform จัดแสดงเรือ และกิจกรรมทางน้ำ ฯลฯ

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง motorexpo.co.th

สมาคมรถโบราณฯ ดุสิตธานี หัวหิน ร่วมมือพันธมิตร จัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22”

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และ ททท. ร่วมกันจัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22” ตามแนวคิด “มิตรภาพไร้กาลเวลา” วันที่ 20 – 22 ธันวาคม 2567
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “งานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 โดยปีนี้สมาคมฯ ร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เป็นปีที่ 3 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจากพันธมิตรเดิม ทั้ง หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยสมาคมฯ หวังสร้างมิตรภาพตลอดการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “มิตรภาพไร้กาลเวลา – Timeless Friendship” เพื่อให้เจ้าของรถได้รำลึกถึงความทรงจำที่คุ้นเคย แม้จะพบกันเพียงครั้ง จะยังจดจำมิรู้ลืม”
พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อำเภอชะอำ ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่ให้เกียรติและไว้ใจให้โรงแรมฯ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงานเป็นปีที่ 3 โดยเรายินดีสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ขบวนพาเหรดรถโบราณถือเป็นอีกหนึ่งงานไฮไลท์ที่ชาวเมืองเพชรบุรี และหัวหิน รวมถึงนักท่องเที่ยวและแฟนคลับตั้งตารอคอยเพื่อชมความงามอันทรงคุณค่าที่นับวันจะหาดูได้ยาก โรงแรมของเรามีพื้นที่กว้างขวาง และมีศูนย์การประชุม ซึ่งสามารถรองรับคาราวานรถโบราณ และการจัดงานต่างๆ ได้ทุกรูปแบบ”
พิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22” จะเริ่มต้นที่ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม 2567 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ งานกาลาดินเนอร์ ในคืนวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2567 ซึ่งจะมีเวทีลีลาศ กับวงดนตรี Sensation ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

“ยัวซ่าแบตเตอรี่” ออกบูธงาน “โมโตจีพี ไทยแลนด์ 2024”



มร.สึเนะโนริ โยชิมูระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยัวซ่าแบตเตอรี่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ยกทัพจัดบูธรับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก “โมโตจีพี ไทยแลนด์ 2024” นำสินค้าหลากหลายรุ่นมาโชว์ในงาน จัดเต็มโปรโมชั่นสุดพิเศษเอาใจชาว 2 ล้อ กับสินค้าแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์กับราคาโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 40% ลุ้นรับฟรี! ของรางวัลมากมาย เมื่อร่วมกิจกรรมที่บูธยัวซ่าแบตเตอรี่ พร้อมเช็คอินกับ Yuasa Lady และ Yuasa Gentle โดยบูธยัวซ่าแบตเตอรี่ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ โมโตจีพีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 25-27 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา
แบตเตอรี่ “YUASA” คุณภาพและมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น สอบถามข้อมูลสินค้าและร้านตัวแทนจำหน่าย โทร 09-9331-3337 หรือ 02-769-7300 ต่อ 7315 จันทร์-ศุกร์ เวลา 8:30-17:00 น.

RIDDARA เปิดตัว RIDDARA RD6 “THE FIRST EV PICK UP IN THAILAND”รถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในไทย นิยามใหม่ของไลฟ์สไตล์ที่ไร้ขีดจำกัดเปิดราคาเริ่มต้น 8.99 แสนบาท

29 ตุลาคม 2567, กรุงเทพฯ – RIDDARA (ริดดารา) เผยโฉม RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% คันแรกของเมืองไทย ชูนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ผสานศักยภาพรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ดีไซน์โดดเด่นพรีเมียม สะดวกสบายระดับ SUV พร้อมนำเสนอนิยามใหม่ของรถกระบะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนอยู่เคียงข้างทุกความสำเร็จ และลุยไปกับทุกกิจกรรมของครอบครัว เปิดราคาขายเริ่มต้น 899,000 บาท

ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน ประธานกรรมการบริหาร RIDDARA New Energy Automobile เปิดเผยถึงภาพรวมและแนวทางในการดำเนินงานของแบรนด์ “RIDDARA” (ริดดารา) ในงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในประเทศไทยว่า “RIDDARA เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้าในเครือ GEELY Holding Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ โดย RIDDARA ได้นำความโดดเด่นทั้งด้านเทคโนโลยี การผลิต รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพของกลุ่ม GEELY Holding มาเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์กระบะพลังงานไฟฟ้าที่จะมาสร้างไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ด้วยการผสานศักยภาพของรถกระบะที่สามารถรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบในสภาพถนนที่มีความแตกต่างไปพร้อมกับการขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายแบบรถยนต์ SUV เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่และมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าตามแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมอันทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งนี้หลังก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถกระบะไฟฟ้าในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% ในปี 2023 ที่ผ่านมา RIDDARA ก็พร้อมที่จะขยายสู่ตลาดโลกเพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ สร้างไลฟ์สไตล์เอาท์ดอร์ที่แตกต่างให้กับลูกค้าทั่วทุกมุมโลก”
ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าวเสริมถึงแผนการดำเนินงานของ RIDDARA ในประเทศไทยว่า  “ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีการเปิดรับการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ด้วยนโยบายจากรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่อย่างจริงจังทำให้มีแบรนด์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เป็นรถยนต์พลังงานใหม่เข้าสู่ตลาดและได้รับความนิยมแพร่หลายในประเทศไทย ในขณะที่กลุ่มตลาดรถกระบะในประเทศไทยนั้นยังถือเป็นฐานการผลิตสำคัญที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งยังคงมีความท้าทายและความต้องการอันหลากหลายที่รอการเติมเต็ม
RIDDARA จึงทุ่มเทอย่างหนักทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราอย่างรอบด้านด้วยการนำเทคโนโลยีไฟฟ้าและนวัตกรรมการขับขี่อัจฉริยะมาสู่อุตสาหกรรมรถกระบะ โดยหวังว่าการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้มีส่วนขับเคลื่อนจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการรถกระบะได้อย่างกว้างขวาง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รถ RIDDARA รุ่นแรกนี้จะสร้างมิติใหม่แห่งการขับขี่ที่ผสมผสานสมรรถนะแกร่งแบบรถกระบะไปพร้อมกับการขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายแบบรถยนต์ SUV เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วได้อย่างน่าประทับใจ การประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่น่าไว้วางใจ พร้อมบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการรับมือกับสภาพอากาศที่หลากหลาย จากการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมา ซึ่ง RIDDARA หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รถกระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่ของเราจะสร้างมุมมองใหม่ให้กับรถกระบะในประเทศไทย ในการผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมุ่งเน้นความสำคัญด้านความยั่งยืนไปพร้อมกัน” ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าวสรุป

RIDDARA ผู้นำรถกระบะพลังงานไฟฟ้าในประเทศจีน
สำหรับ RIDDARA เปิดตัวอย่างเป็นทางการในจีนในปี 2022 โดยเป็นแบรนด์ในเครือ GEELY Holding Group ซึ่งเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจและยอมรับในระดับสากล โดยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของโลก Fortune Global 500 ติดต่อกันอย่างยาวนาน โดยปัจจุบัน GEELY Holding Group บริหารแบรนด์รถยนต์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์ครอบคลุมหลายเซกเมนท์ อาทิ  ZEEKR , LYNK&CO,  VOLVO, POLESTAR, รวมไปถึง LOTUS ทั้งนี้ RIDDARA มุ่งเน้นที่รถกระบะพลังงานใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เกิดวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภค พร้อมยึดหลักการบริหารโดยเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง โดย RIDDARA มีการบริหารงานอย่างอิสระ แต่ยังคงตอบรับและสอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของ GEELY Holding Group โดยมีการทำงานและได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ขั้นตอนการผลิตอัจฉริยะ การจัดการด้านคุณภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืน
ในปี 2023 ที่ผ่านมา RIDDARA ครองตำแหน่ง China’s NO.1 EV-pickup รถกระบะไฟฟ้ายอดขายอันดับหนึ่งในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มรถกระบะในจีนมากกว่า 60% และมีแผนเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมแผนการขยายธุรกิจในระดับสากลที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยปัจจุบัน RIDDARA เปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้าแล้วในยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง อเมริกากลาง และอเมริกาใต้
ในประเทศไทย RIDDARA จะดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท ริดดารา ออโต้โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด (RIDDARA AUTOMOBILE (THAILAND) COMPANY LIMITED โดยพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าคนไทยเป็นหลัก รวมไปถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในทุกภาคส่วนเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า และสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางตลาดรถกระบะพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน

RIDDARA RD6 : THE FIRST EV PICKUP IN THAILAND 
RIDDARA RD6 นับเป็น “THE FIRST EV PICK UP IN THAILAND” กระบะไฟฟ้า 100% ที่เปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบและพร้อมให้เป็นเจ้าของเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย โดดเด่นด้วยนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแพลตฟอร์มรถยนต์ที่พัฒนาเอาจุดเด่นของรถกระบะและรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาผสมผสานกัน ทำให้ RIDDARA RD6 มีความโดดเด่นทั้งในด้านของการออกแบบ สมรรถนะและความอัจฉริยะในแบบฉบับของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย และติดตั้งระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่ที่ครบครัน พร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับทั้งการเดินทาง และการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป

EASY DRIVE TO WORK เปลี่ยนนิยามของกระบะให้เป็นได้มากกว่า
RIDDARA RD6 ให้สมรรถนะที่โดดเด่นด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที และแรงบิดสูงสุด 595 นิวตันเมตร มาพร้อมช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW ที่กระบะท้ายพร้อมระบบป้องกันการจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ทั้งในขณะจอดรถ ล็อกรถ ชาร์จไฟ หรือแม้กระทั่งขณะขับรถ นอกจากนี้ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน

LUXURIOUS COMFORT & INTELLIGENT COCKPIT FOR FAMILY มอบความสะดวกสบายและห้องโดยสารที่มาพร้อมนวัตกรรมทันสมัย
RIDDARA RD6 มอบความความสะดวกสบายระดับ SUV ด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาสำหรับทุกคนในครอบครัว ให้ห้องโดยสารที่เงียบสงบด้วยเทคโนโลยี Pure Electric NVH Silent  พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และ Carbit link พร้อมที่ชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สายขนาด 50W มีระบบปรับอากาศแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ที่มาพร้อมระบบกรองอากาศ CN95 filter PM 2.5 เบาะหนังคุณภาพสูง ดีไซน์เอกลักษณ์ ปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะโดยสาร เบาะหน้าเอนได้แบบ 180 องศา ปรับแต่งเพิ่มพื้นที่การใช้งานที่หลากหลายเพื่อทุกคนในครอบครัว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกครบครันพร้อมมอบความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

ENJOY OUTDOOOR LIFESTYLE  พร้อมตอบทุกโจทย์กิจกรรมของครอบครัว
RIDDARA RD6 ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 แบบอัตโนมัติ โดยมีโหมดการขับขี่ 7 โหมด สำหรับสภาพถนนที่แตกต่างกัน (Sand / Mud / Off-road / Wading / Economy / Comfort / Sport) อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกได้สูงสุด 815 มิลลิเมตร มีพื้นที่บรรทุกกระบะท้ายขนาด 1,200 ลิตร ช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 70 ลิตร และพื้นที่จัดเก็บเพิ่มเติมใต้เบาะผู้โดยสารด้านหลังอีก 48 ลิตร อีกทั้งยังมีความสามารถในการลากจูงได้สูงสุดถึง 3,000 กิโลกรัม พร้อมบันไดท้ายซ่อนภายในประตูท้ายกระบะ ให้การขึ้นลงท้ายกระบะเป็นไปด้วยความสะดวกสบาย

SAFETY IS THE FOUNDATION OF EVERY ADVENTURE มั่นใจในทุกเส้นทาง ปกป้องทุกคนในครอบครัว
RIDDARA RD6 มาพร้อมระบบความปลอดภัยรอบคัน ซึ่งรวมถึงระบบช่วยในการขับขี่ ADAS (Advanced Driving Assistance Systems) สูงสุด 14 ระบบ และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมไปถึงถุงลมนิรภัย 6 จุดช่วยปกป้องทั่วทั้งห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้นตัวรถสร้างขึ้นจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงสูงซึ่งคิดเป็นกว่า 70% ของโครงสร้างรถ

RIDDARA RD6 มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยมี 4 รุ่นย่อย ด้วยราคาจำหน่ายดังนี้
RIDDARA RD6 2WD 63kWh ราคา (899,000)
RIDDARA RD6 2WD 73kWh ราคา (999,000)
RIDDARA RD6 4WD 73kWh ราคา (1,149,000)
RIDDARA RD6 4WD 86kWh ราคา (1,299,000)
พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ เมื่อจอง RIDDARA ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2567 
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด)
รับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี
ฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นระยะเวลา 1 ปี
การรับประกันคุณภาพรถใหม่ครอบคลุมระยะเวลา 6 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร 
การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ขับเคลื่อน เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
ฟรีค่าอะไหล่และค่าแรงบํารุงรักษาตามระยะทางสูงสุด 6 ครั้ง ภายใน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
ฟรี แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถขนาด 2GB ระยะเวลา 1 ปี
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี 6 ปี
พร้อมกันนี้ RIDDARA ได้เปิดตัวบริการหลังการขายภายใต้ชื่อ RIDDARA CARE ที่พร้อมดูแลและให้บริการลูกค้าทุกท่านผ่านผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า RIDDARA Call Center ที่ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 02-039-5777
ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
Website : http://th.riddara.com/
Facebook : Riddara Thailand

#RiddaraThailand #unleashingboundlessjourneys

เบนท์ลีย์ แบงค็อก เผยโฉม Flying Spur A Hybrid ครั้งแรกในประเทศไทย

ณ งาน AAS Roadshow at One Bangkok

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เผยโฉม Flying Spur A Hybrid อัครยนตรกรรมแบบซีดานที่มาพร้อมกับการตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์และเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมด้วยคอลเลกชันเบนท์ลีย์และข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ ณ งาน AAS Roadshow at One Bangkok ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ วันนี้ ถึง วันที่ 5 มกราคม 2568 เวลา 10:00 – 22:00 น. บริเวณชั้น 1 The Parade @One Bangkok

เตรียมตัว แล้วปักหมุดของคุณให้พร้อม!!กับการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ ที่มากกว่าคำว่า “เร้าใจ” ใน Porsche World Road Show 2024



กล้าไหม..ที่จะท้าทายความแรงนี้!! ปอร์เช่ประเทศไทย โดย เอเอเอส กรุ๊ป เชิญชวนแฟนพันธุ์แท้ปอร์เช่เตรียมพบกับความเร็ว ความแรง ดุดัน ระดับเวิลล์ คลาส ในงาน “Porsche World Roadshow 2024” กิจกรรม Driving Experience ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับบรรยากาศการทดสอบสมรรถนะการขับขี่อย่างเร้าใจของยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ทุกรุ่น ให้คุณได้ท้าทายทุกความกล้า เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งการเดินทางครั้งใหม่ให้คุณ โดยงานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 25 พฤศจิกายน 2567 ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

เมื่อทัพยนตรกรรมสปอร์ตสุดยอดในตำนานมาบรรจบครบครันทุกรุ่นสายการผลิต กว่า 27 คัน ไม่ว่าจะเป็น ต้นกำเนิดจากขุมพลังระดับไอคอนิก ปอร์เช่ 911 , 718 สู่ยนตรกรรมที่สะท้อนความโฉบเฉี่ยวอย่างพานาเมร่า (Panamera), คาเยนน์  (Cayenne) รวมไปถึงยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ที่ไม่ได้คราฟต์แค่ดีไซน์ แต่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตและกิจกรรมที่เป็นคุณ อย่างมาคันน์ (Macan) และ       ไทคานน์ (Taycan) พร้อมกับ Certified Porsche Instructor นักขับมืออาชีพ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ที่จะมอบทักษะและประสบการณ์ผ่านโปรแกรมต่างๆ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัส โลดแล่นสู่การเดินทางที่สร้างตำนานด้านหลังพวงมาลัยของท่านเอง ด้วยโปรแกรมการขับขี่ที่ดีไซน์ออกมาเพื่อตอบโจทย์ครบทุกสถานี อาทิ Handling ,Braking & Moose Test ,Slalom ,Road Tour ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ออกไปสัมผัสความเหนือระดับของขุมพลังที่ไร้ขีดจำกัดของสมรรถนะปอร์เช่ในสถานี Taxi Labs ที่ขับโดย Certified Porsche Instructor ที่มีประสบการณ์จริงจากสนามแข่งเตรียมเสิร์ฟความตื่นเต้นให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการพาพุ่งทยานลงสนามไปนั่งทดสอบสมรรถนะความแรงของรถปอร์เช่อย่างดุดัน เร้าใจ 
อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้! สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้ โดยมีค่าใช้จ่าย 25,000 บาท ในวันธรรมดา (วันจันทร์ – วันศุกร์) และ 30,000 บาท ในวันเสาร์ – วันอาทิตย์ (พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน) มีอาหารเช้า อาหารกลางวัน และของว่างรับรองตลอดวัน สามารถสมัครเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่วันนี้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ปอร์เช่ทุกสาขา ให้ปอร์เช่เป็นตัวเลือกการเดินทางครั้งใหม่ ที่มากกว่าคำว่าผจญภัย ปอร์เช่คันโปรดของคุณ จะเอาอยู่แค่ไหน เตรียมไปลองกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
รายชื่อรถยนต์ปอร์เช่ในกิจกรรม Porsche World Roadshow 2024
 ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า (Porsche 911 Carrera)
 ปอร์เช่ 911 จีที 3 อาร์เอส (Porsche 911 GT3 RS)
 ปอร์เช่ 911 ทาร์กา 4 จีทีเอส (Porsche 911 Targa 4 GTS)
 ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส คาบริโอเลต (Porsche 911 Turbo S Cabriolet)
 ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ คูเป้ (Porsche 911 Turbo Coupé)
 ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า2 คูเป้ (Porsche 911 C2 Coupé)
 ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า2 คาบริโอเลต (Porsche 911 C2 Cabriolet)
 718 บ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ อาร์เอส (718 Boxster Spyder RS)
 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส (718 Cayman GT4 RS)
 ไทคานน์ 4เอส (Taycan 4S)
 ไทคานน์ 4 ครอส ทัวริสโม่  (Taycan 4 Cross Turismo)
 ไทคานน์ 4เอส ครอส ทัวริสโม่  (Taycan 4S Cross Turismo)
 ไทคานน์ เทอร์โบ (Taycan Turbo)
 ไทคานน์ เทอร์โบ เอส ครอส ทัวริสโม่  (Taycan Turbo S Cross Turismo)
 คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybris Coupé)
 คาเยนน์ เทอร์โบ (Cayenne Turbo)
 คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS)
 มาคันน์ 4 รุ่นพลังงานไฟฟ้า (Macan 4 BEV)
 มาคันน์ เทอร์โบ รุ่นพลังงานไฟฟ้า (Macan Turbo BEV)
 พานาเมร่า 4 (Panamera 4)
 พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid)
 พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด แพลทตินั่ม อิดิชั่น (Panamera 4 E-Hybrid Platinum Edition)
 พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo)
 พานาเมร่า เทอร์โบ เอส (Panamera Turbo S)

RIDDARA ชวนสัมผัสรถกระบะไฟฟ้า 100% พร้อมรับข้อเสนอพิเศษก่อนเปิดราคาในงาน First Charge, First Meet RIDDARA วันนี้ถึง 23 ตุลาคม 2567ที่ เซ็นทรัล พระราม 2



RIDDARA เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมชมและสัมผัสรถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน First Charge, First Meet RIDDARA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2567 ก่อนเผยโฉมจริงพร้อมราคาอย่างเป็นทางการสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ลงทะเบียนจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ RIDDARA วันนี้รับข้อเสนอสุดพิเศษ เฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น
RIDDARA เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้า ในเครือ GEELY Holding Group กลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ยกขบวนรถกระบะไฟฟ้า 100% มาอวดโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทยพร้อมโชว์ศักยภาพของการเป็นแบรนด์รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานรถกระบะรูปแบบใหม่และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เจาะกลุ่มผู้รักการเดินทางและชื่นชอบการทำกิจกรรม Outdoor ได้อย่างลงตัว
(หมายเหตุ: รถที่จัดแสดงภายในงานเป็นรถต้นแบบภายใต้แบรนด์ RADAR ที่จำหน่ายในประเทศจีนเท่านั้น โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์พร้อมราคาจัดจำหน่ายของรถกระบะไฟฟ้า RIDDARA รุ่นที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 29 ตุลาคมนี้)
 
RIDDARA มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าก่อนเปิดราคาอย่างเป็นทางการเฉพาะ 1,000 ท่านแรกเท่านั้น รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 25% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนดก) และรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าบริการติดตั้งฟรี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) โดยสามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ได้ที่งาน First Charge, First Meet RIDDARA หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.riddara.com/
    
พบกับ RIDDARA รถกระบะไฟฟ้า 100% ครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน First Charge, First Meet RIDDARA ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2 ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 ตุลาคม 2567 หรือ ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของ RIDDARA ได้ที่
• Website : http://th.riddara.com/
• Facebook : Riddara Thailand

#RiddaraFirstMeet #RiddaraThailand #unleashingboundlessjourneys

CHANGAN Thailand เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนืออย่างต่อเนื่องส่งมอบเรือกู้ภัยท้องแบนและถุงยังชีพ ให้แก่หน่วยงานราชการ ในจังหวัดเชียงรายพร้อมส่งกำลังใจให้สถานการณ์คลี่คลายในเร็ววัน



CHANGAN Thailand เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคเหนือ ร่วมส่งกำลังใจ พร้อมส่งมอบเรือกู้ภัยท้องแบน และถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง และยารักษาโรค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ติดค้างอยู่ในบ้านเรือน และเพื่อลำเลียงสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยระหว่างรอน้ำลด ซึ่งก่อนหน้านี้ CHANGAN Thailand
ได้ร่วมมอบถุงยังชีพ และอุปกรณ์ทำความสะอาด จำนวน 1,000 ชุด ส่งต่อแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มูลค่า 1 ล้านบาท และยังนำรถยนต์ DEEPAL S07 เปิดเป็นคลินิกเคลื่อนที่สำหรับทีมแพทย์อาสาสมัคร เพื่อดูแลผู้ป่วยจากน้ำท่วมอีกด้วย ทั้งนี้ CHANGAN Thailand ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด และพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายเซิน ซิงหัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีสเอเชีย จำกัด กล่าวว่า CHANGAN Thailand ได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ทำให้ทราบว่ามีประชาชนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก และสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายลง CHANGAN Thailand มีความห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมาก พร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคเหนือ ร่วมส่งกำลังใจ พร้อมส่งมอบเรือกู้ภัยท้องแบน และถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง และยารักษาโรค ให้แก่ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ติดค้างอยู่ในบ้านเรือน และเพื่อลำเลียงสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้น

นายเซิน ซิงหัว กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากฉับพลันในภาคเหนือที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม  ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยCHANGAN Thailand ได้นำแนวปฎิบัติการดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบาย “การรับผิดชอบต่อสังคม” หนึ่งในปณิธานที่บริษัทยึดถือตลอดมา เพราะทุกๆ คนคือผู้สนับสนุนทำให้เราประสบความสำเร็จ ดังนั้นเราจึงพร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือและส่งต่อสิ่งดีๆ แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง

CHANGAN Thailand ขอส่งกำลังใจให้กับประชาชนในจังหวัดภาคเหนือ ที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ เราหวังว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามอบให้จะสามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับทุกคนได้ ขอให้ผู้ประสบอุทกภัยทุกคนทั่วประเทศไทย ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย และขอให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลงในเร็ววัน ทีมงาน CHANGAN ทุกคนพร้อมจะยืนเคียงข้างเป็นกำลังใจ และมอบความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่เราจะสามารถทำได้ครับ

GAC AION เปิดตัวยานยนต์แห่งอนาคต HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าระดับไฮเอนด์พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย

GAC AION สร้างความตื่นเต้นครั้งยิ่งใหญ่ในประเทศไทย เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ เน้นความหรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ผสานเข้ากับการออกแบบและการใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยจุดเด่น 5 ด้านของตัวรถ ได้แก่ HYPTEC Design, HYPTEC Space, HYPTEC Smart, HYPTEC Energy และ HYPTEC Performance พร้อมลงสู้ศึกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการนำเสนอความหรูหราเหนือระดับและเทคโนโลยีใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์

คุณ โอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
หลังจากที่ GAC AION ได้มีการแนะนำแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ Hyper อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว Hyper HT รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ที่หลายคนรอคอย ในงาน Motor Show 2024 ครั้งที่ 45 ที่ผ่านมา ได้มีกระแสตอบรับแรงเกินคาดมีประชาชนให้ความสนใจ Hyper HT อย่างล้นหลาม เนื่องจาก Hyper (ไฮเปอร์) เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ (Hi-End) ของ GAC AION ที่ตอบสนองความต้องการในกลุ่มลูกค้าผู้หลงใหลความเป็นที่สุด ทั้งความหรูหรา เทคโนโลยี และสมรรถนะขั้นสูง สะท้อนภาพลักษณ์ และรสนิยมอย่างเหนือชั้น ผ่านการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด

โดยล่าสุด HYPER แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่เป็น HYPTEC และไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชื่อแบรนด์เท่านั้น แต่เป็นการปรับปรุงภาพลักษณ์และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ครอบคลุมมากขึ้น สะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีล้ำสมัยและการขยายตัวในตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์จาก HYPER เป็น HYPTEC เกิดจากการศึกษาวิจัยตลาดและความต้องการของลูกค้าทั่วโลกอย่างละเอียดลึกซึ้ง ชื่อ “HYPTEC” ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคดิจิทัลอย่างเต็มที่ โดยชื่อแบรนด์ HYPTEC มีที่มาจาก “Hyper” สื่อถึงความสุดยอดและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และ “Technology” สื่อถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแค่หรูหรา แต่ยังล้ำหน้าด้วยคุณสมบัติทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่โดดเด่น

คุณ พอนตุส ฟอนเทอุส (Pontus Fontaeus) ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ GAC Advanced Design Los Angeles และผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ HYPTEC ได้กล่าวว่า ปรัชญาการออกแบบของ HYPTEC เริ่มต้นจากหลักปรัชญาการออกแบบ Human-Machine Symbiotic Aesthetics ที่มุ่งเน้นการผสมผสานระหว่างการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีอัจฉริยะ และธรรมชาติอย่างลงตัว ในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เรามุ่งหวังที่จะมอบประสบการณ์ที่น่าทึ่งให้แก่ผู้ใช้ ด้วยการออกแบบภายในที่ทันสมัยและเรียบง่าย สะท้อนถึงบรรยากาศที่หรูหราของการเดินทางระดับเฟิร์สคลาส และเต็มไปด้วยบรรยากาศที่สะดวกสบาย
คุณ สวี่เจ้าหยู่ (Xu Zhaoyu) ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ ได้กล่าวว่า HYPTEC HT ถูกพัฒนาขึ้นด้วย 5 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ HYPTEC Design, HYPTEC Space, HYPTEC Smart, HYPTEC Energy และ HYPTEC Performance ที่เป็นการผสมผสานความสวยงามทางด้านดีไซน์, พื้นที่ภายในห้องโดยสาร, เทคโนโลยีอัจฉริยะ, การจัดการพลังงาน และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม รวมกันไว้ใน HYPTEC HT เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับให้กับลูกค้า ทำให้ทุกคนหลงใหลในทุกการขับขี่ พร้อมเป็นเพื่อนคุณในทุกเส้นทาง

สำหรับการเปิดตัว HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าลักซ์ชัวรี่ระดับไฮเอนด์ ในครั้งนี้ เปิดตัวด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ได้แก่
• HYPTEC HT 620 Premium ราคาจำหน่าย 1,449,000 บาท
• HYPTEC HT 620 Luxury (ประตูปีกนก) ราคาจำหน่าย 1,749,000 บาท

สิทธิประโยชน์ HYPTEC Exclusive Privilege*
1. Financial Benefit ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% (เมื่อดาวน์ 30% ผ่อน 48 งวด)
*เมื่อรับรถและจดทะเบียนรถ ระหว่างวันที่ 19 กันยายน 2567 ถึง 31 ธันวาคม 2567 เท่านั้น
2. Exclusive Warranty Package
1.1 รับประกันแบตเตอรี่ และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวม ตลอดอายุการใช้งาน
(เฉพาะเจ้าของรถส่วนบุคคล ผู้ครอบครองรถลำดับที่ 1, และไม่ใช้งานรถในลักษณะเชิงพาณิชย์)
*กรณีไม่เข้าตามเงื่อนไขด้านบน ระยะการรับประกันสำหรับชิ้นส่วนแบตเตอรี่ และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวม จะถูกปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการรับประกันเป็น 8 ปี หรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดยนับจากวันที่ออกรถ
1.2 รับประกันคุณภาพรถยนต์ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
1.3 รับประกันชิ้นส่วนประตูปีกนก 8 ปี หรือ 240,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
3. Insurance Gift ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
4. Exquisite Gifts ฟรี ฟิล์มกระจก แผ่นรองเท้า ค่าจดทะเบียน
5. Exclusive Deal for Home Charger ฟรี Home Chager พร้อมบริการติดตั้ง (ฟรีสายไฟความยาวไม่เกิน 20 เมตร / รับประกันเครื่องชาร์จ 1 ปี)
6. In-car Internet Service แพ็กเกจอินเตอร์เน็ตในรถยนต์ฟรี นาน 2 ปี ไม่จำกัดปริมาณการใช้งาน
7. Lifetime OTA Firmware Update ล้ำสมัยตลอดการขับขี่ บริการอัพเกรดซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องในระบบรถยนต์ฟรีตลอดชีพ
8. 24 Hours Roadside Service บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

โดย HYPTEC HT มาพร้อม 5 จุดเด่น ที่จะสร้างปรากฏการณ์การขับขี่ก้าวล้ำทันสมัย ดังนี้
HYPTEC Design
HYPTEC HT ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเหมือนผลงานศิลปะ เปรียบเสมือนแสงและเงาที่ไหลเวียนบนพื้นผิวที่เคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยน ตามหลักแนวคิด Aesthetics of mechanics and humanity สุนทรียศาสตร์ทางกลไกที่ผสมผสานกับความเป็นมนุษย์ ด้วยเส้นสายที่โค้งมนและลื่นไหล พร้อมด้วยดีไซน์หลังคาแบบลาดเอียง (Fastback) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ดีไซน์ด้านหน้าได้รับแรงบันดาลใจจาก อัญมณีคริสตัล ที่ผ่านการเจียระไนอย่างพิถีพิถัน สร้างรูปลักษณ์หน้ารถที่เต็มเปี่ยมด้วยความลึกลับและสง่างามด้วยเทคนิคการขัดอัญมณี ไฟหน้าดีไซน์ Diamond Cut การออกแบบแบบคลาสสิกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพชร ส่องประกายอย่างสดใส ไฟท้าย Horizon ดีไซน์ไฟท้ายแบบรัน-ทรู ส่องแสงยามค่ำคืนเหมือนเส้นขอบฟ้าที่งดงาม

ไฮไลท์ที่โดดเด่นของ HYPTEC HT ก็คือ ประตูปีกนก (Gull wing doors) ที่นอกจากจะดูสวยงามและโดดเด่น ยังมอบพื้นที่การขึ้นลงขนาดใหญ่เป็นพิเศษด้วยความสูงของการเปิดที่ 2.3 เมตร ทำให้ไม่จำเป็นต้องก้มศีรษะหรือย่อตัวเมื่อต้องขึ้นหรือลงจากรถ สามารถเปิดประตูในที่จอดรถแคบๆได้อย่างง่ายดาย ต้องการระยะด้านข้างเพียง 34 ซม. เพื่อเปิดประตู ทำให้ปรับตัวได้ดีกับพื้นที่จอดรถทั่วไป ระบบหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางอัจฉริยะของระบบประตูปีกนกติดตั้งเรดาร์ 12 จุด ทำให้การเปิดประตูมีความชาญฉลาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น ระบบดูดประตูไฟฟ้า ช่วยให้ประตูเปิดและปิดได้อย่างเงียบสนิทโดยไม่ส่งเสียงรบกวน (เฉพาะรุ่น 620 Luxury)

HYPTEC HT มาพร้อมสีตัวถังภายนอกทั้งหมด 5 สี และสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ดังนี้
สีภายนอก (Exterior)
– Rose Star (โรสสตาร์) *เฉพาะรุ่น 620 Luxury
– Spinel Grey (สปิเนลเกร)
– Alpine White (อัลไพน์ไวท์)
– Crystal Silver (คริสตัลซิลเวอร์)
– Onyx Black (โอนิกซ์แบล็ก)

สีภายใน (Interior)
– Berlin Beige (เบอร์ลินเบจ) *เฉพาะรุ่น 620 Luxury
– Midnight Black (มิดไนท์แบล็ก)
– Olympus Brown (โอลิมปัสบราวน์)

HYPTEC Space
HYPTEC HT นำเสนอมิติใหม่ของความสะดวกสบายและความหรูหราเหนือระดับ ด้วยห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาสขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อการพักผ่อนที่สะดวกสบาย เบาะนั่งโดยสารหุ้มด้วยวัสดุหนัง Nappa คุณภาพสูงและที่พักแขนทำจากวัสดุไม้แท้ ให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยฟีเจอร์เบาะรองน่องผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า พนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้มากถึง 143 องศา ทำให้ผู้โดยสารสามารถนอนพักผ่อนได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มความสบายระหว่างการเดินทางด้วยที่รองขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ทำให้ผู้โดยสารสามารถเหยียดขาได้อย่างอิสระ ลดอาการเมื่อยล้าของขาและเท้าระหว่างการเดินทางไกล นอกจากนี้ยังมีโต๊ะอเนกประสงค์ในเบาะหลังคนขับดีไซน์โค้ง เพื่อลดอันตรายจากการกระแทกสำหรับเด็ก เบาะนวดไฟฟ้า 10 จุดคู่หน้า มอบความเพลิดเพลินจากการนวดระดับสปาด้วยโหมดการนวด 5 รูปแบบ
หลังคากระจกพาโนรามาขนาด 2.6 ตารางเมตร พร้อมม่านไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น 620 Premium) ให้การป้องกันแสงแดดและสะท้อนความร้อนได้ดียิ่งขึ้น กระจกลามิเนตสองชั้นรอบคัน ช่วยป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก สร้างพื้นที่ส่วนตัวที่เงียบสงบ พื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่พิเศษ 670 ลิตร สามารถบรรจุกระเป๋ากอล์ฟได้ถึงสามใบ พร้อมด้วยพื้นที่จัดเก็บสัมภาระแบบสองชั้นขนาด 80 ลิตร สามารถบรรจุกระเป๋าเดินทางขนาด 20 นิ้ว และอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดเก็บด้านหน้ารถใต้ฝากระโปรงหน้าขนาด 55 ลิตร
สัมผัสสุนทรียภาพที่เหนือกว่า ด้วยระบบเสียง Dolby Atmos 7.1.2 พร้อมลำโพงคุณภาพสูง 22 ตำแหน่ง สร้างประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่สมจริง ทำงานร่วมกับซับวูฟเฟอร์ ให้เสียงเบสที่หนักแน่นเหมือนการแสดงสดที่น่าประทับใจ พร้อมลำโพงอิสระที่ตำแหน่งไหล่ของผู้ขับขี่ ช่วยให้สามารถพูดคุยโทรศัพท์หรือฟังระบบนำทางโดยไม่รบกวนการฟังเพลงหรือภาพยนตร์ของผู้โดยสาร หน้าจอความละเอียดสูง 2.5K ขนาด 14.6 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิป Qualcomm 8155 ที่ช่วยให้การเล่นลื่นไหล รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และแอปพลิเคชันอื่น ๆ นอกจากนี้ HYPTEC HT ยังมาพร้อมระบบน้ำหอมปรับอากาศ ที่สามารถสั่งการผ่านหน้าจอกลาง เลือกกลิ่นได้ถึง 3 รูปแบบ

HYPTEC Smart
ห้องโดยสารอัจฉริยะ ADiGO SPACE มาพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียงแบบ 4 ตำแหน่ง ไม่ว่าผู้ใช้อยู่ที่ใดภายในรถ ระบบสามารถรับรู้และดำเนินการตามคำสั่งได้อย่างรวดเร็ว, ระบบเตือนเมื่อเหนื่อยล้าหรือเสียสมาธิขณะขับขี่ ระบบสามารถวิเคราะห์สถานะการขับขี่ของผู้ขับได้อย่างชาญฉลาด และจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ด้วยเสียงและข้อความบนจอคอนโซลกลาง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ รวมถึงฟีเจอร์การปรับที่นั่งสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าแบบคลิกเดียว สามารถเลื่อนที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าไปด้านหน้าด้วยการกดเพียงครั้งเดียว เพื่อเพิ่มพื้นที่นั่งในแถวที่สองได้อย่างง่ายดาย

HYPTEC Energy
HYPTEC HT มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 250 กิโลวัตต์ ให้กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 340 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลัง มอบอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 5.8 วินาที ทำงานคู่กับแบตเตอรี่ Magazine Battery 2.0 แบบ lithium ion phosphate ขนาดความจุ 83.3 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยและคุณสมบัติที่ดียิ่งขึ้น พร้อมสถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ และเทคโนโลยี “ซูเปอร์ชาร์จ” รองรับการชาร์จเร็ว สามารถชาร์จไฟจาก 10-70% ได้ภายใน 15 นาที วิ่งได้ระยะทาง 372 กม. และมีระยะทางขับขี่ไกลสูงสุด 620 กม. สามารถเดินทางไป-กลับ กรุงเทพฯ – โคราช โดยไม่ต้องชาร์จไฟระหว่างทาง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังสูงสุด 3,300 วัตต์

HYPTEC Performance
ระบบควบคุมการขับขี่ที่ทรงพลังของ HYPTEC HT ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม AEP 3.0 ช่วยให้การควบคุมรถขนาดใหญ่เป็นเรื่องงาน ด้วยรัศมีวงเลี้ยว 5.6 เมตร ให้ความคล่องตัวสูง สามารถกลับรถได้ง่าย การจูนช่วงล่างที่มีต้นแบบจากรถซูเปอร์คาร์ พวงมาลัยที่ตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งได้ ทั้งในด้าน อัตราเร่ง/การเบรก/พวงมาลัย และการฟื้นฟูพลังงานได้อย่างอิสระ ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ (Double Wishbones) และด้านหลังแบบอิสระ 5-Link ช่วยเพิ่มสมรรถนะและความสบายในการขับขี่ ลดการโคลงและสะเทือนในขณะจอดหรือเลี้ยว เสริมด้วย ASTC (Eagle Claw) ระบบรักษาเสถียรภาพอัจฉริยะ ช่วยปรับสมดุลของตัวรถโดยอัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยงจากการลื่นไถลของรถในสภาพฝนตก หรือเมื่อรถเสียการควบคุม ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
HYPTEC HT ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากสถาบัน C-NCAP และได้รับคะแนนระดับ G (ระดับสูงสุด) ในด้านการปกป้องผู้โดยสาร , การปกป้องคนเดินถนน และความปลอดภัยเชิงรุก จากสถาบัน Zhongbao Research พร้อมด้วยช่วยเหลือการขับขี่และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะมากมาย ดังนี้
• ถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านหน้า (SRS Airbags)
• ถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านข้างตอนหน้า
• ม่านถุงลมเสริมความปลอดภัยด้านข้าง
• ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
• ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถออกนอกเลน (LDP)
• ระบบไฟสูงอัจฉริยะ (IHBC)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD)
• ระบบเตือนการเปิดประตู (DOW)
• ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหลังเข้าใกล้ (RAW)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (ACC-S&G)
• ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ICA)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA)
• ระบบควบคุมความเร็วในขณะเข้าโค้ง (CSC)
• ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DMS)
• ระบบเสียงเตือนคนภายนอกรถขณะขับขี่โหมดมอเตอร์ไฟฟ้า (AVAS)
• ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
• ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา

คุณ โอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) ยังได้กล่าวอีกว่า “GAC AION ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบพลังงานควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานใหม่ เราทำงานร่วมกับ GAC Energy โดยตั้งเป้าสร้างสถานีชาร์จ 25 แห่งในปีนี้ และสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จภายในรัศมี 15 กิโลเมตรทั่วกรุงเทพฯ”

“ภายในปี 2570 เราวางแผนจะสร้างสถานีชาร์จให้ครอบคลุม 100 เมืองทั่วประเทศ เป็นจำนวน 200 แห่ง เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า AION และ HYPTEC จะได้รับความสะดวกสบายในการชาร์จไฟฟ้า ในด้านการพัฒนาบุคลากร เราได้เพิ่มจำนวนพนักงานในประเทศไทยถึง 12.6 เท่า จากช่วงเริ่มต้น และได้สนับสนุนการสร้างงานในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง”

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น