โรยัล เอ็นฟีลด์ เปิดตำนานบทใหม่ THE NEW 2023 Bullet 350

รถมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ในใจคนนับล้านเกือบศตวรรษ

นวัตกรรมล้ำยุค ทำให้วงการมอเตอร์ไซค์ต้องสั่นสะเทือน จนผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์เจ้าต่าง ๆ ได้พัฒนาโมเดลในลักษณะนี้ตามกันมา

ประสิทธิภาพที่น่าทึ่งของ Bullet บนเส้นทางที่ท้าทาย ความสำเร็จจากการสนับสนุนกองทัพในประเทศอินเดีย และการย้ายฐานการผลิตไปยังเมืองมัทราส (Madras) ในปีค.ศ. 1955 ทำให้ความนิยมของ Bullet พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และดำเนินต่อมาตลอดหลายทศวรรษ และกลายเป็นราชาแห่งทุกท้องถนนในประเทศอินเดีย ต่อมาในปีค.ศ. 2010 ได้มีการพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ UCE (Unit Construction Engine) เพื่อตอกย้ำการเป็นแรงปรารถนาในฐานะไอคอนด้านมอเตอร์ไซค์และวัฒนธรรม Bullet มีประสิทธิภาพที่ครอบคลุมทุกรูปแบบการผจญภัย ด้วยอายุการใช้งานที่ยาวนาน Bullet ลุยได้ในหลากหลายสถานการณ์เท่าที่จะจินตนาการได้ ตั้งแต่การได้ชัยชนะในการแข่งขันสุดทรหดยิ่งใหญ่ระดับโลก “International Six Days’ Trials” สร้างสถิติรอบบนเกาะ Isle of Man การพิชิตเส้นทางบนภูเขาที่สูงที่สุด เป็นเพื่อนร่วมการเดินทางที่เชื่อถือได้ในทุกๆ ทริป ทั้งการขับขี่ในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือทริปท่องเที่ยวรอบโลก นอกจากนี้ยังสามารถขับขี่ได้ในทุกๆ วัน หรือจะขับในเส้นทางที่ท้าทายก็เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มสำหรับผู้ขับขี่สายปรับแต่งให้แต่งรถได้อย่างที่ต้องการ Bullet ได้เข้าร่วมในการแข่งขันอื่นๆ รวมถึงเป็นพันธมิตรที่ภักดีของผู้หลงใหลในการขับขี่มากกว่าหนึ่งล้านคนทั่วโลกอีกด้วย
โครงสร้างรถได้รับการออกแบบให้มีความคล่องแคล่วในการบังคับควบคุมและการเข้าโค้ง ความแข็งแกร่งที่มากกว่าเดิม ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงและรู้สึกมั่นคงบนทุกเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งโช้กหน้าขนาดใหญ่ 41 มม. และยางที่กว้างขึ้น คือ 100/90 -19 ที่ด้านหน้าและ 120/80 -18 ที่ด้านหลัง เบาะนั่งตอนเดียวแบบใหม่ และช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายยิ่งขึ้น ไฟเลี้ยวตัวใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสมดุลกับตัวรถมากขึ้น ทำให้รถมีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยแต่ยังคงความคลาสสิกไว้ พร้อมดิสก์เบรกหน้าขนาด 300 มม.และดิสก์เบรกหลังขนาด 270 มม.   

Bullet 350 ใหม่ ปี 2023 มีให้เลือกถึง 3 สี ด้วยการประกอบงานฝีมือระดับพรีเมียม โดยมีสี Standard Black, Standard Maroon และ Black Gold ที่มาพร้อมกับตัวถังลูกเล่นสีดำด้านและเงา พร้อมเส้นสายบนถังน้ำมันที่วาดด้วยมือสีทองแดง และเครื่องยนต์และชิ้นส่วนสีดำที่ทันสมัย พร้อมระบบเบรก ABS แบบสองทิศทางและดิสก์เบรกหลัง ทั้งสามสีมาพร้อมกับถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 13 ลิตร และไฟหน้าแบบใหม่พร้อมกับไฟนำทางแบบ ‘tiger eyes’ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถจักรยานยนต์ Royal Enfield ตั้งแต่ปี 1954 แผงหน้าปัดแบบดิจิทัล-อนาล็อกแบบใหม่ หน้าจอ LCD และพอร์ตชาร์จ USB ที่ติดตั้งอยู่ใต้แฮนด์บาร์ตามมาตรฐานในทุกรุ่น สวิตช์ควบคุมได้รับการออกแบบมาอย่างพิเศษเพื่อให้มั่นใจว่าการออกแบบและการประกอบตัวเครื่องนั้นมีคุณภาพ สวยงามอย่างมีระดับ พร้อมสวิตช์ในรูปแบบปุ่มหมุน ดีไซน์สวยงามที่ผสมผสานความสะดวกในการใช้งานเข้ากับสไตล์ย้อนยุคที่น่ามอง โดยสี Standard Black, Standard Maroon และ สี Black Gold จะเริ่มส่งมอบรถได้ตั้งแต่ช่วงต้นปีหน้าเป็นต้นไป

ไม่มีมอเตอร์ไซค์ใดเหมือนกับ Bullet อันมีเอกลักษณ์ที่สั่งสมความเก๋ามายาวนาน แต่ยังคงได้รับการอัพเดตและพัฒนาให้ทันสมัยอยู่เสมอ Bullet คือผู้สืบทอด DNA ‘pure motorcycling’ ของ Royal Enfield Royal Enfield ณ เวลานี้ โลกจะเห็น Bullet ด้วยภาพลักษณ์ใหม่จนตกหลุมรักสไตล์เรียบง่ายและความทนทานเหนือกาลเวลานี้อีกครั้ง ความรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว Bullet 350 ใหม่ ปี 2023 ในฐานะความงดงามเหนือกาลเวลาของ Royal Enfield #BulletMeriJaan #Bullet350 #RoyalEnfield

AION สุดปัง!!! รับออเดอร์รุ่น AION ES กว่า 850 คัน รถไฟฟ้า 100% เพื่อการขนส่งสาธารณะ ในงาน Motor Expo 2023

 

“ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย)” มาแรงแซงโค้ง เปิดรับออเดอร์ใหญ่ รุ่น AION ES Model รถยนต์นั่ง 4 ประตู (ซีดาน) รถไฟฟ้า 100% ที่ถูกออกแบบเพื่อการเป็นรถขนส่งสาธารณะ จำนวนกว่า 850 คัน จาก บริษัท อีวี มี พลัส จํากัด บริษัทย่อยอรุณพลัส ของปตท. และบริษัท โกลด์ อินทิเกรท จำกัด

 

นายโอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในปีนี้ถือเป็นการทำตลาดรถไฟฟ้า EV 100% ในประเทศไทยเป็นปีแรก และได้เข้าร่วมงาน Thailand International Motor Expo 2023 เป็นครั้งแรกเช่นกัน โดยได้นำรถมาเปิดตัวในงานนี้ จำนวน 4 รุ่นด้วยกัน คือ AION Y Plus 490 Premium, Hyper GT, Hyper HT และ Hyper SSR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ รวมถึง AION ES รถยนต์ซีดานไฟฟ้ารุ่นแรกในอุตสาหกรรมรถโดยสารสาธารณะของประเทศไทย

 

และถือเป็นโอกาสที่ดีของ “ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย)” เป็นอย่างมาก ที่ได้รับการสั่งสองรถรุ่น AION ES Model ซึ่งเป็น Model เพื่อการขนส่งสาธารณะ มาตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่แท็กซี่ในเมืองไทยอย่างลงตัว จาก บริษัท อีวี มี พลัส จํากัด บริษัทย่อยอรุณพลัส ของปตท. และบริษัท โกลด์ อินทิเกรท จำกัด ที่มียอดสั่งจองแล้วกว่า 850 คัน

 

AION ES Model เป็นยานพาหนะเพื่อการขนส่งสาธารณะที่เป็น EV 100% รถยนต์นั่ง 4 ประตู ซีดาน 5 ที่นั่ง ที่โดดเด่นในเรื่องการดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย ตกแต่งด้วยโทนสีดำ และเบาะหนังสีดำประหยัดพลังงาน พร้อมห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายอย่างจุใจ

 

AION ES Model มีขนาดตัวถัง ยาว 4,810 มิลลิเมตร กว้าง 1,880 มิลลิเมตร สูง 1,545 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

AION ES Model สามารถวิ่งได้ไกลหลังจากชาร์จเต็มในระยะทางสูงสุด 442 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟ 0-100% ภายใน 6 ชั่วโมง และชาร์จไฟกระแสตรง DC รองรับสูงสุด 75 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 0-80% ภายใน 40 นาที พร้อมระบบความปลอดภัยอย่างครบวงจร และระบบ Cruise Control อีกด้วย

 

นายโอเชี่ยน หม่า ยังกล่าวอีกว่า สำหรับงาน Motor Expo 2023 ในครั้งนี้ บูธ AION ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้ที่มาร่วมชมงาน โดยเฉพาะคนกลุ่มที่ต้องการใช้รถไฟฟ้าเพื่อการประหยัดพลังงานที่เป็นรถไฟฟ้า 100% ซึ่งในงานนี้ บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสุด AION Y Plus 490 Elite ราคา 899,900 บาท (ราคาเปิดตัว 1,069,900 บาท) และ AION Y Plus 490 Premium ราคา 999,900 บาท (ราคาเปิดตัว 1,099,900 บาท)

ทั้งนี้ ลูกค้าที่สั่งจอง AION Y Plus ทั้ง 2 รุ่นย่อยในงาน Motor Expo 2023 จะได้รับชุดของขวัญ Deliver Gift ประกอบด้วย สายชาร์จฉุกเฉิน, สาย VTOL, เบาะลม และเต็นท์ เฉพาะผู้ที่จองระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 และจดทะเบียนภายใน 31 มกราคม 2567

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เยี่ยมชมงาน MOTOR EXPO 2023

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เยี่ยมชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” โดยมี ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป ให้การต้อนรับ ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2566

ยามาฮ่ายกโปรโมชันสุดพิเศษ จัดเต็ม ในงาน MOTOR EXPO 2023

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดเต็มโปรโมชัน ทั้งรถจักรยานยนต์สแตนด์ดาร์ดไบค์ และรถบิ๊กไบค์ ในงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 40 (The 40th Thailand International Motor Expo 2023) ที่ บูธ YAMAHA Rev up for your style เติมเต็มสไตล์ในแบบคุณ ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

โปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 400 ซีซี

Yamaha WR155R : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก WR

Yamaha XSR155 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก XSR

Yamaha MT-15 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก MT

Yamaha R15 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 8,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก R-Series

Yamaha AEROX : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท พร้อมกระเป๋า Cooling Bag มูลค่า 1,000 บาท

Yamaha XMAX : รับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมกระเป๋า Cooling Bag มูลค่า 1,000 บาท

Yamaha NMAX : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 5,000 บาท พร้อมกระเป๋า Cooling Bag มูลค่า 1,000 บาท

Yamaha FAZZIO : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท พร้อม Gift set Fazzio คู่หูสุดเฟี้ยว ของคนวัยฟาซ พร้อมกระเป๋า Cooling Bag มูลค่า 1,000 บาท

Yamaha Grand Filano Hybrid : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 1,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก Grand Filano Hybrid และกระเป๋า Cooling Bag มูลค่า 1,000 บาท

Yamaha FINN : รับฟรี ตะกร้าหน้ารถ กันลาย หมวกกันน็อกฟินน์ พร้อมบัตร Lotus มูลค่า 500 บาท (จำนวนจำกัด)

โปรโมชันพิเศษเมื่อซื้อรถจักยานยนต์ยามาฮ่า Big Bike

Yamaha YZF-R7 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 41,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Yamaha MT-09 SP : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 65,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Yamaha MT-09 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 88,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Yamaha MT-07 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 40,500 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Yamaha Tracer9 GT+ : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Yamaha Tracer9 GT : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 55,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Yamaha Tenere700 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 20,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Yamaha XSR900 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 47,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1

Yamaha TMAX : รับฟรี ประกันภัยชั้น 1

Yamaha TMAX Tech Max : รับฟรี ประกันภัยชั้น 1

Yamaha SR400 : รับฟรี Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาท

โปรโมชันพิเศษ สำหรับเครื่องแต่งกาย และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE

ผลิตภัณฑ์ยามาลู้ป ลด 10% ทุกรายการ
หมวกกันน็อก *ลดสูงสุดถึง 20%

เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ยามาฮ่า *ลดสูงสุดถึง 20%

*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ของยามาฮ่าในช่วง 1-12 ธันวาคม 2566 เท่านั้น

‘สมาร์ทเทค มอเตอร์’ ประกาศเปิดจอง FELO FW03 SIC58 Limited Editionเผยราคา FELO รุ่น F5 ที่แรกในไทย! อวดโฉม FELO และ RAPID รวม 8 รุ่นพร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของ ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2023



29 พฤศจิกายน 2566, กรุงเทพมหานคร – สมาร์ทเทค มอเตอร์ จำกัด (Smartech Motor Co., Ltd.) ผู้พัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้านวัตกรรมแห่งอนาคต เดินหน้าอวดโฉมนวัตกรรมจักรยานยนต์ไฟฟ้าเทคโนโลยีสุดทันสมัยจากสนามแข่งรถระดับโลกสู่ท้องถนน แบรนด์ FELO และ RAPID รวม 8 รุ่น นำโดย นายพลวัฒน์ พวงศิริ ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส บริษัท สมาร์ทเทค มอเตอร์ จำกัด ประกาศเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นไฮไลท์ FELO FW03 SIC58 Limited Edition เป็นที่แรกในไทย พร้อมเผยราคา FELO F5 เป็นครั้งแรก ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2023 ณ บูธ FELO และ RAPID หมายเลข G02-02 ชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายพลวัฒน์ พวงศิริ ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส บริษัท สมาร์ทเทค มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “Smartech Motor มีความมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมจักรยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต เราพัฒนารถแต่ละรุ่นเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน โดยชูนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากสนามแข่งรถระดับโลก ต่อยอดเป็นรถใช้งานในท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวบริษัท สมาร์ทเทค มอเตอร์ อย่างเป็นทางการเพื่อตอกย้ำความมุ่งหมายที่ตั้งไว้ และในวันนี้เราพร้อมที่จะเปิดรับจอง FELO FW03 SIC58 Limited Edition ที่ได้รับแรงบันดาลใจของการออกแบบลวดลายตามแบบรถแข่งและชุดประจำตัว อีกทั้งหมายเลขประจำตัว 58 จาก Macro Simoncelli หรือ Sic อดีตแชมป์ Minimoto Championship คนแรกในปี 1999 ด้วยอายุเพียง 12 ปี และชนะเลิศรายการThe 250cc World Cup Championship ในปี 2008 ซึ่งเปิดรับจองเพียง 58 คันแรกเท่านั้น พร้อมเปิดราคารุ่น F5 ที่นี่ที่แรก อีกทั้งเรายังได้มีการจัดเตรียมรถจักรยานยนต์ไฟฟ้านวัตกรรมแห่งอนาคตจากแบรนด์ FELO และ RAPID รวม 8 รุ่น ให้สำหรับผู้ที่สนใจได้มาสัมผัสรถจักรยานยนต์ไฟฟ้านวัตกรรมที่ทันสมัย และสามารถจับจองเป็นเจ้าของรถได้ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2023”

ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2023 สมาร์ทเทค มอเตอร์ จัดแสดงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ FELO และ RAPID รวมทั้งหมด 8 รุ่น ได้แก่ FELO FW03 และ FELO FW03 SIC58 Limited Edition ราคาจำหน่าย 139,000 บาท, FELO FW07 ราคาจำหน่าย 179,000 บาท, FELO M1 ราคาจำหน่าย 59,000 บาท และ FELO FW06 นำมาจัดแสดง ยังไม่มีการเปิดให้จองภายในงาน ซึ่งความพิเศษภายในงานนี้ ยังได้มีการเปิดราคาเป็นครั้งแรกของรถ FELO F5 ราคาจำหน่ายเพียง 149,000 บาท และสำหรับราคาของรถแบรนด์ RAPID ที่จัดแสดงมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ RAPID SR09 ราคาจำหน่าย 86,000 บาท, RAPID SR108 ราคาเพียง 79,500 บาท และ RAPID SR208 ที่นำมาจัดแสดง ยังไม่มีการเปิดให้จองภายในงาน
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้านวัตกรรมแห่งอนาคต แบรนด์ FELO และ RAPID ทั้ง 8 รุ่น ถูกพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีที่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะสำหรับการขับขี่อย่างทรงประสิทธิภาพ ออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่เฉพาะตัว พร้อมด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ให้พลังงานสูงกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแบบธรรมดาในราคาที่คุ้มค่า ขับขี่ระยะไกลไม่ต้องชาร์จบ่อย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะกับการใช้งานในทุกรูปแบบ สมาร์ทเทค มอเตอร์ ให้ความมั่นใจแก่ผู้ที่สนใจสั่งจองรถ โดยมีนโยบายรับประกันสินค้าที่ยาวนาน สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า RAPID ให้การรับประกันแบตเตอรี 3 ปี หรือ 50,000 กม. และสำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า FELO ให้การรับประกันแบบจุใจถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม. โดยในด้านของมอเตอร์และคอนโทรลเลอร์ ทั้ง FELO และ RAPID ให้การรับประกันถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม. และพิเศษสำหรับการรับประกันโครงสร้าง ให้การรับประกันถึง 8 ปี โดยไม่จำกัดระยะทางขับขี่
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้านวัตกรรมแห่งอนาคต แบรนด์ FELO และ RAPID ทุกรุ่นที่จัดแสดงและเปิดจองในงาน Thailand International Motor Expo 2023 เพิ่มเติม ผ่านช่องทาง Facebook: FELO Thailand, Facebook: RAPID Thai และ Line OA: @smartechmotor หรือ Customer Service: 02-117-9258

#FELO #FELOThailand #RAPID #RAPIDThai #มอเตอร์ไซต์ไฟฟ้า #Smartechmotor


รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเปิดตัวและจัดแสดงภายในงาน 8 รุ่น
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มาโชว์ในงาน Motor Expo 2023 / เปิดจอง 6 รุ่น
***FELO FW06 และ RAPID SR208 ไม่เปิดจอง นำมาโชว์อย่างเดียว***

รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ FELO จำนวน 5 รุ่น


• FELO FW06 – รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย สมรรถนะเต็มเปี่ยมด้วยแบตเตอรี่ 72V58Ah กำลังมอเตอร์ขนาด 3,000 วัตต์ กำลังไฟฟ้ารวม 4.18Kwh ออกแบบด้วยโครงสร้างแบบ CTC และระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนที่แข็งแรงกับสไตล์ของตัวรถที่ควบคุมง่าย มาพร้อมกับชุดขับเคลื่อนที่ทนต่อทุกสภาวะการขับขี่ ช่วงล่างมาพร้อมกับระบบดิสเบรก CBS หน้าหลังครบ ซึ่งกระจายแรงเบรก ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัยแม้ในระยะกระชั้น โดยไม่ล้อล็อค ไม่ลื่นไถล ในส่วนของแผงควบคุมการใช้งาน ให้มาเป็นหน้าจอรูปแบบ TFT ขนาดกว้างถึง 5 นิ้ว แสดงสถานะต่าง ๆ ของรถ ข้อมูลแบตเตอรี และระยะทางได้อย่างแม่นยำ ชัดเจนแม้ในขณะขับขี่กลางแจ้ง รองรับการชาร์จโทรศัพท์แบบ fast charger สามารถพาคุณลุยทุกเส้นทางที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ (FELO FW06 ไม่เปิดจอง นำมาโชว์อย่างเดียว)


• FELO FW07 – รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเร็วแรงเป็นพิเศษ
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสายพันธุ์แชมป์ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA จากสนามแข่ง รูปลักษณ์แบบสปอร์ตแบตเตอรี่จัดเต็มถึง 96V58Ah กำลังไฟฟ้ารวม 5.56 Kwh กำลังมอเตอร์ขนาด 6,000 วัตต์ รีดพลังงานได้ peak สูงถึง 12,000 วัตต์ ให้แรงบิดกว่า 330 นิวตันเมตร และยังขับขี่ได้ไกลสุดถึง 140 กิโลเมตรต่อการชาร์จ มากับเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ CTC ที่รวมเซลล์แบตเตอรี่เข้ากับตัวถัง เสริมความแข็งแรงพร้อมผ่านการทดสอบการสั่นสะเทือนของโครงสร้างพร้อมแบตเตอรี่กว่า 1.6 ล้านครั้ง และรองรับการชาร์จแบบ Type2 เพื่อความปลอดภัย และมั่นใจทุกครั้งที่ขับขี่ เสริมด้วยความมั่นใจกับวงล้อขนาด 14 นิ้วยางแบบสปอร์ต คู่กับดิสเบรกหน้า-หลัง และที่สุดของความปลอดภัยด้วยระบบป้องกันล้อ ABS ทำงานร่วมกับระบบ Traction control ที่มีมาให้อย่างครบครัน


• FELO F5 – รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รูปทรงสปอร์ตมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ที่ยังคงได้รับการถ่ายทอด DNA พร้อมเทคโนโลยีจากสนามแข่ง มาพร้อมระบบ Keyless ที่ใช้งานได้จริง แบตเตอรี่ขนาด 72V58Ah กำลังมอเตอร์ขนาด 3,000 วัตต์  ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนที่สามารถทนทุกสภาวะการขับขี่ ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 135 องศาเซลเซียส หมดความกังวลเมื่อต้องขับขี่ต่อเนื่องในสภาวะอากาศร้อน ทั้งนี้ยังสามารถขับขี่ไปได้ไกลถึง 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และมีความสะดวกสบายและปลอดภัยในการใช้งาน


• FELO FW03 – รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย ลุยทุกเส้นทางที่ท้าทาย
ด้วยแบตเตอรี่ 72V58Ah กำลังมอเตอร์ขนาด 3,000 วัตต์ กำลังไฟฟ้ารวม 4.12Kwh มาพร้อมกับชุดขับเคลื่อนที่ทนต่อทุกสภาวะการขับขี่ โครงสร้างแบบ CTC และระบบรองรับแรงสั่นสะเทือนที่แข็งแรงกับสไตล์ของตัวรถที่ควบคุมง่าย มั่นใจได้เลยว่าสามารถพาคุณผจญภัยไปได้ในทุก ๆ เส้นทางที่คุณอยากไป ตัวรถรองรับการชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบ fast charger ด้วยช่องเสียบชาร์จ Type-C /อีกทั้งมีระบบหน้าจอ TFT ขนาดกว้างถึง 5 นิ้ว แสดงสถานะต่าง ๆ ของตัวรถ ทั้งข้อมูลแบตเตอรี่ ระยะทางได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ แม้ในขณะขับขี่กลางแจ้ง ช่วงล่างมาพร้อมกับเบรกแบบดิสเบรกในด้านหน้าและหลัง ทำงานร่วมกับระบบ CBS ที่ช่วยให้คุณเบรกได้อย่างปลอดภัย โดยการกระจายแรงเบรก หยุดได้ในระยะที่สั้นที่สุด โดยไม่เกิดการลื่นไถล หรือล้อล็อค


• FELO FW03 SIC58 Limited Edition – รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย และความคล่องตัวที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รุ่นนี้ให้คุณสมบัติภายในตัวรถมาราวกับเป็นฝาแฝด FELO F03 แต่ได้ความพิเศษมากกว่าด้วยเป็นรุ่น Limited Edition ตัวรถมาพร้อมกับสีขาว-แดง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Macro SimonCelli หรือ Sic อดีตแชมป์ Minimoto championship คนแรกในปี 1999 ด้วยอายุเพียง 12 ปี อีกทั้งยังชนะเลิศรายการ the 250cc World Cup Championship ในปี 2008 ความพิเศษนี้ได้จุดประกายในการออกแบบ FELO FW03 SIC58 Limited Edition ให้มีลวดลายตามแบบรถแข่งและชุดประจำตัวของ Sic กับหมายเลขประจำตัว 58 ซึ่งที่ผ่านมาได้เปิดตัวครั้งแรกที่งานแสดงรถมอเตอร์ไซต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก EICMA2023 ณ ประเทศอิตาลี และเราได้นำมาเปิดจองภายในงาน Thailand International Motor Expo 2023 เพียงแค่ 58 คันเท่านั้น

• FELO M1 – รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
อีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ถือว่าเป็น Gadget สุดล้ำ ที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เข้ากับฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยโครงสร้างหลักที่ทำจากอลูมิเนียม ขนาดรูปทรงกะทัดรัดเมื่อพับเก็บ และมีน้ำหนักเบาเพียง 45 กิโลกรัม ทำให้สามารถพกพาไปตามสถานที่ต่าง ๆ ตามที่คุณต้องการ และยังเหลือที่ว่างให้กับสัมภาระอื่น ๆ ด้วยแบตเตอรี่ 48V30Ah กำลังมอเตอร์ขนาด 700 วัตต์ ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันพิเศษ ระบบ Inverter ที่แปลงกระแสไฟจากแบตเตอรี่ เป็นกระแสไฟฟ้า AC แรงดันไฟฟ้า 220V สามารถรองรับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้สูงสุด 1,000 วัตต์

รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ RAPID จำนวน 3 รุ่น

• RAPID SR09 – รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวทันสมัย พร้อมให้คุณสนุกไปกับการขับขี่ในทุก ๆ เส้นทาง
ไม่ว่าการขับขี่คนเดียวหรือการเดินทางสำหรับครอบครัว ด้วยแบตเตอรี่ 72V24Ah จำนวน 2 ลูก
กำลังมอเตอร์ขนาด 3,000 วัตต์ หน้าจอแสดงผลสถานะได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสถานะ แบตเตอรี่ ความเร็ว ระยะทาง มองเห็นได้ชัดเจนขณะขับขี่ทั้งในเวลากลางวัน และยามค่ำคืน ได้รับมาตรฐาน IP67 ที่จะทำให้คุณมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพอากาศ เพิ่มความปลอดภัยด้วยชุดสัญญาณกันขโมย เพียงแค่ใช้รีโมทควบคุมการหารถในระยะไกลได้อีกด้วย

• RAPID SR108 – รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาในสไตล์คลาสสิก สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่าหลากหลายกิจกรรม
แบตเตอรี่ 72V24Ah จำนวน 2 ลูก กำลังมอเตอร์ขนาด 3,000 วัตต์ เหมาะสำหรับทุกเจนเนอเรชัน ให้ความคล่องตัว ควบคุมง่ายในทุกการขับขี่ สามารถเพิ่มกล่องบรรทุกสัมภาระด้านหลังเพื่อใช้ในการขนส่งและประกอบอาชีพได้ ระบบกันสะเทือนที่ให้ความนุ่นนวลด้วย มาตรฐานระบบเบรก CBS ที่ผสานดิสเบรกหน้า-หลัง เพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกให้ดียิ่งขึ้น ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทำให้คุณมองเห็นด้านหน้าได้อย่างชัดเจนแม้ขับขี่ในเส้นทางที่มืดสนิท

• RAPID SR208 – มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารูปแบบ Big Scooter
ที่มีฐานล้อยาวถึง 1,450 มิลลิเมตร มาพร้อมกับล้อขนาด 16 นิ้ว ทำให้มีความสูงจากพื้นถึง 130 มิลลิเมตร  พร้อม ขับขี่ใช้งานในทุกสภาพถนน แร็คท้ายขนาดใหญ่ ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบา และมีความแข็งแรง พร้อมรองรับการบรรทุกสัมภาระได้อย่างที่ต้องการ มาพร้อมกับกำลังมอเตอร์ขนาด 3000 วัตต์ แบตเตอรี่ 72V24Ah จำนวน 2 ลูก ที่ให้แรงบิดมากถึง 200 นิวตันเมตร ความเร็วสุงสุดถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ทำให้คุณสามารถเดินทางได้ไกลขึ้นไปอีกขั้น การชาร์จแบตเตอรี่มีให้เลือกทั้งแบบสามารถถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรถเพื่อนำไปชาร์จ หรือเลือกที่จะเสียบปลั๊กชาร์จเข้ากับตัวรถอย่างง่ายดายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีระบบไฟหน้า แบบ LED ที่ให้ความสว่างชัดเจน ทำให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัยในยามค่ำคืน มาพร้อมกับช่องเสียบชาร์จแบบ USB เพิ่มความสะดวกสบายในการชาร์จโทรศัพท์บริเวณช่องใส่ของด้านหน้า (RAPID SR208 ไม่เปิดจอง นำมาโชว์อย่างเดียว)

เด็กๆ ก็เที่ยวได้ รวมกิจกรรมเยาวชนใน MOTOR EXPO 2023

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชนมากมายเพลิดเพลินได้ทั้งครอบครัว ดังนี้

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR บริเวณ ลอบบี ชาลเลนเจอร์ เปิดโอกาสให้เด็กอายุ 4-6 ปี ความสูงไม่เกิน 120 ซม. น้ำหนักไม่เกิน 30 กก. ได้เรียนรู้กฎจราจรเบื้องต้น ชมวีดีทัศน์จราจร ขับรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเด็ก ในถนนจำลอง ที่ติดตั้งป้าย และเครื่องหมายจราจรประเภทต่างๆ

มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรม “ดนตรีเป็นพลังแห่งลมหายใจไร้มลทิน” ชมการแสดงของวงดนตรีจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็ก อาทิ วาดภาพระบายสี อ่านหนังสือ เล่านิทาน ฯลฯ เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต

F1 IN SCHOOLS นิทรรศการ และผลงานของนักแข่งทีมไทยที่ไปแข่งขันในต่างประเทศ รวมถึงเรียนรู้ และฝึกทักษะการขับรถ F1 แบบง่ายๆ

นิทรรศการนวัตกรรมสัมผัสอนาคต ชมผลงานสร้างสรรค์นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับยานยนต์ ของเยาวชนระดับอุดมศึกษา

HOT WHEELS 2023 นักสะสมรถเหล็กต้องไม่พลาด “HOT WHEELS BASIC CARS” หลากหลายรุ่นมากที่สุดในเมืองไทย ที่บูธ H13 ชาลเลนเจอร์ 3

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

เดินทาง ฟรี ! ไปชมงาน MOTOR EXPO 2023

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” บริการรถโดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง ฟรี ! 4 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.30 น. รถออกทุก 30 นาที หรือเมื่อผู้โดยสารเต็ม จาก 4 จุด ดังนี้

  • 1. รังสิต-IMPACT-รังสิต ประตูทางออกศูนย์การค้า G12 ฝั่งร้าน AIS (ถัดจากท่ารถตู้)
  • 2. หลักสี่-IMPACT-หลักสี่ จุดจอดรถรับ/ส่ง BTS ใต้ชานชาลาสถานีหลักสี่ EXIT 3 และ EXIT 4
  • 3. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต จุดจอดรับส่ง BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
  • 4. หัวลำโพง-IMPACT-หัวลำโพง ลานจอดรถของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) MRT สถานีหัวลำโพง EXIT 2

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th/shuttlebus หรือชมงานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน MOTOR EXPO Application motorexpo.co.th/applications/mobile

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

เอเอเอสฯ เปิดตัว ODYSSEAN EDITION เบนท์ลีย์รุ่นลิมิเต็ดที่ยั่งยืนที่สุดคันแรกในไทย

พร้อมจัดแสดง BENTAYGA AZURE HYRBID

กับข้อเสนอพิเศษเบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบส่งท้ายปี ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40

(กรุงเทพฯ 30 พฤศจิกายน 2566) เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว Flying Spur Hybrid Odyssean Edition อัครยนตรกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหราและความยั่งยืนคันแรกและคันเดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ภายใต้แนวคิด ‘EXTRAORDINARY MOBILITY FOR THE NEXT CENTURY’ ร่วมออกเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมจัดแสดง Bentayga Azure Hybrid พร้อมส่งมอบกับข้อเสนอพิเศษ ‘Bespoke Your Extraordinary Offers’ แคมเปญพิเศษสำหรับรถยนต์พร้อมส่งมอบส่งท้ายปีที่สามารถออกแบบได้ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกมูลค่าส่วนลดที่ยากจะปฏิเสธ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ หรือ การเพิ่มการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 Thailand International Motor Expo 2023 วันนี้ ถึง วันที่ 11 ธันวาคม 2566 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

AION Y Plus 490 Premium เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2023ด้วยราคา 1,099,900 บาท และยังมีเปิดตัว AION ES และรถสปอร์ตรุ่น Hyper อีกด้วย



วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 GAC AION ได้เปิดตัว AION Y Plus 490 Premium ที่งาน Thailand International Motor Expo 2023 ด้วยราคา 1,099,900 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย นอกจากนี้ยังได้เผยโฉม Hyper GT, Hyper HT และ Hyper SSR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ของ GAC AION รวมถึง AION ES รถยนต์ซีดานไฟฟ้ารุ่นแรกในอุตสาหกรรมรถโดยสารสาธารณะของประเทศไทย ที่ได้เปิดตัวพร้อมกันทั้งไทยและต่างประเทศ

“โดยงานครั้งนี้ ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ AION ในงาน Motor Expo ซึ่งเรามาพร้อมกับความจริงใจและเปี่ยมล้นด้วยความคาดหวัง วันนี้เรามีความพร้อมที่จะนำเอานวัตกรรมที่ล้ำสมัยและรถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นมาจัดแสดงภายในงาน Motor Expo 2023 ซึ่งถือเป็นการเล็งเห็นความสำคัญของตลาดรถในประเทศไทย และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดในอนาคต” นายหรรษา แซ่ซึ้ง Senior Regional Sales Manager บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

AION Y Plus 490 Premium โฉมใหม่ ได้รับการอัปเกรดออปชันอย่างเต็มรูปแบบทั้งหมด 24 รายการ ภายนอกมาพร้อมกับระบบไฟสูงอัจฉริยะ พร้อมประตูฝาท้ายระบบไฟฟ้า และฟังก์ชัน VTOL ภายใน มีการเพิ่มระบบระบายอากาศเบาะที่นั่งคนขับ เบาะผู้โดยสารตอนหน้าสามารถปรับได้ 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารสามารถปรับได้ตามจังหวะดนตรี เบาะหลังมีการติดตั้งพนักพิงศีรษะและที่วางแขนตรงกลาง  รวมถึงระบบการขับขี่อัจฉริยะและระบบความบันเทิง มีการอัปเกรดเพิ่มขึ้นถึง 12 รายการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ นอกจากนี้เรายังได้แถมสาย Emergency Charging ให้กับลูกค้าที่ซื้อ AION Y Plus 490 Premium อีกด้วย

ในส่วนของเทคโนโลยี AION Y Plus 490 Premium ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า AEP ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติที่โดดเด่นและทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง  มาพร้อมอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถได้อย่างมั่นใจและได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งตำแหน่งการวางแบตเตอรี่ไว้ที่จุดศูนย์กลางของตัวรถ ทำให้มีความปลอดภัยสูง ส่งผลให้ตัวรถทำงานควบคู่กับระบบอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ตัวแบตเตอรี่ขนาด 63.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดมากถึง 490 กม. พร้อมด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกอย่าง Magazine Battery ที่ผ่านการทดสอบโดยการใช้กระสุนปืนยิงทะลุแบตเตอรี่มากกว่า 980,000 ครั้ง ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางของรอยกระสุนที่ใหญ่กว่าการทดสอบแบบทั่วไปมากกว่า 7-8 เท่า ผลลัพธ์คือแบตเตอรี่ไม่มีการติดไฟหรือเกิดการระเบิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แนวคิดการออกแบบ AION Y Plus 490 Premium ได้คำนึงถึงความสะดวกสบายและการใช้งานจริงเป็นหลัก  ในขณะเดียวกันก็ได้รวมเอาความทันสมัย และฟังก์ชั่นการขับขี่อัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร AION Y Plus 490 Premium มีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,750 mm พร้อมด้วยพื้นที่วางขาด้านหลัง 1,022 mm ทำให้มั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสาร เบาะนั่งคู่หน้าสามารถพับราบเป็นเตียงขนาดใหญ่ได้ 1.8 เมตร มอบทางเลือกในการพักผ่อนที่มากกว่าและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางระยะไกล เบาะโดยสารด้านหลังสามารถพับลงกลายเป็นพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มากถึง 1,200 ลิตร สามารถรองรับสัมภาระจำนวนมากได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์ผู้ที่มีสัมภาระเป็นจำนวนมาก

AION Y Plus 490 Premium มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ACC with Stop & Go และระบบ ICA ที่ช่วยให้การขับขี่ในความเร็วสูงทั้งทางตรงและทางโค้งได้มีประสิทธิภาพ และฟังก์ชั่นช่วยขับขี่ในสภาพจราจรติดขัด  TJA (Traffic Jam Assist) ที่จะช่วยควบคุมเบรกและคันเร่งให้โดยอัตโนมัติ  ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่จากสถานการณ์รถติด ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดอีกต่อไป   และยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอื่นๆอีกมากมาย เช่น FCW, AEB, LDW และ LKA ซึ่งทำหน้าที่แจ้งเตือนการขับขี่และช่วยเหลือผู้ขับในสภาวะที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ตัวรถยังมาพร้อมกับระบบแสดงภาพพาโนรามา 540 องศา             กำจัดจุดบอดในการมองเห็น และมีระบบสั่งการด้วยเสียงสามารถรองรับได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อีกทั้งยังมีระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย ระบบนำทางและฟังก์ชั่นฟังเพลงแบบออนไลน์ รวมถึงระบบควบคุมรถระยะไกลผ่าน Application เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้รถ

ในขณะนี้ AION กำลังก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC จังหวัดระยอง ด้วยเงินลงทุนสูงถึง 2.3 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตมากกว่า 50,000 คันต่อปี โดยจะก่อสร้างเป็น 2 เฟส คาดว่าโครงการเฟสแรกจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2567 ปัจจุบัน AION ทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มตัวแทนจำหน่ายหลายกลุ่มในประเทศไทย และมีศูนย์บริการแล้ว 35 แห่ง โดย 27 แห่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภายในสิ้นปี 2566 นี้ AION มีแผนการที่จะขยายศูนย์จำหน่ายและศูนย์บริการให้ถึง 50 แห่ง

GAC AION มุ่งมั่นที่จะให้บริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันศูนย์สต๊อกอะไหล่ของเราได้เริ่มเปิดให้บริการแล้ว สามารถส่งอะไหล่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย และในวันที่ 15 ธันวาคม จะมีการเปิดตัวแอปพลิเคชันที่รวบรวมข้อมูลต่างๆของแบรนด์ สามารถค้นหาตัวแทนจำหน่ายและนัดหมายทดลองขับได้ภายในคลิ๊กเดียว รวมถึงบริการหลังการขาย นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบควบคุมรถจากระยะไกล  เช่น การล็อครถ และการเปิดแอร์  เป็นการมอบประสบการณ์การบริการดิจิทัลที่สะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้

ปัจจุบัน GAC AION กำลังเร่งดำเนินกลยุทธ์ในระดับโลก และกำหนดให้ประเทศไทยเป็นฐานการพัฒนาและการผลิตที่สำคัญในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ AION ได้ให้ประเทศไทยเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์สู่ตลาดระดับโลก การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ของ GAC AION ประเทศไทย ถือเป็นก้าวแรกที่มั่นคงในการพัฒนาสู่ระดับโลก และหลังจากการดำเนินการในประเทศไทย AION ได้วางแผนที่จะขยายขอบเขตธุรกิจและกำหนดเป้าหมายไปยังยุโรป อเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ โดยเฉพาะตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระดับโลกและความมุ่งมั่นในการขยายตลาด

นอกจากนี้ในงาน Motor Expo 2023 AION ยังได้นำแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ของ GAC AION มาโชว์ด้วย อย่างเช่น Hyper GT รถสปอร์ตซีดานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูดุดันและสง่างาม เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยราคาประมาณ 1,100,000 – 1,700,000 บาท (ในประเทศจีน) สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก และทำยอดขายไปได้มากถึง 2,000 คันในเดือนแรกของการเปิดตัว ถือเป็นรถสปอร์ตซีดานไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ที่ทำยอดขายได้เร็วที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ดีไซน์ภายนอกและภายในของ Hyper GT แฝงไว้ด้วยเส้นสายที่ดูสปอร์ต ผสานกับความหรูหราไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) ที่สามารถเปิด-ปิด ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว รวมถึงสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ ที่จะทำงานเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด หรือเลือกเปิด – ปิด ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่

ขุมพลังของ Hyper GT จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว มอบพละกำลังสูงสุด 340 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.9 วินาที ขับเคลื่อนล้อหลัง จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 80 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 710 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) นอกจากนี้ยังได้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ NDA ทำงานควบคู่กับกล้อง LIDAR 3 ตัวที่สามารถปรับโฟกัสสำหรับการตรวจหาวัตถุได้ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล พร้อมด้วยชิปประมวลผล AI คุณภาพสูงจาก Huawei มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย และปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับและผู้โดยสาร

และ Hyper HT เอสยูวีขุมพลังไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอนด์ รุ่นแรกจาก Hyper แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจาก GAC AION ที่มาพร้อมกับดีไซน์ สมรรถนะ และออปชั่น ที่เหนือกว่า โดยรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม AEP 3.0 ที่ทาง GAC AION วิจัยและพัฒนาขึ้นมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Xingling ซึ่งจะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์มากถึง 39 ตัว, ทำงานควบคู่กับกล้อง LIDAR 3 ตัว ให้ความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ขับและผู้โดยสาร

Hyper HT ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ในตลาดเอสยูวีไฟฟ้า 100% โดยได้ชูจุดเด่น 4 ประการได้แก่ ดีไซน์และการออกแบบที่หรูหรา, วัสดุและการตกแต่งระดับพรีเมียม, สมรรถนะการขับที่ยอดเยี่ยม และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ชาญฉลาด มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ขับและผู้โดยสาร สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ Hyper ได้แก่ Advanced , Trendy , Fun , High-grade

ปิดท้ายด้วย Hyper SSR ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100% ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ถือเป็นรถซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงระดับไฮเอนด์รุ่นแรก ภายใต้แบรนด์ Hyper จาก GAC AION บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับแถวหน้าจากประเทศจีน

Hyper SSR มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวและเป็นเอกลักษณ์ ตัวถังภายนอกผลิตขึ้นจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง 100% ให้ความแข็งแรงและมีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็กทั่วไปมากถึง 2.5 เท่า โดดเด่นด้วยประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) ที่สามารถเปิดหรือปิดเพียงแค่กดปุ่มบริเวณประตู, หรือเหยียบแป้นเบรกให้ลึกขึ้นในขณะจอดรถ ประตูก็จะเปิดโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Active Spoiler ซึ่งสามารถสร้างแรงกดบริเวณท้ายรถได้มากถึง 100 กิโลกรัม และไม่น่าเชื่อว่า Hyper SSR มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) เพียงแค่ 0.146 เท่านั้น

ขุมพลังของ Hyper SSR จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้พละกำลังสูงสุดมากถึง 1,225 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G

ตัวรถ Hyper SSR ถูกคิดค้น วิจัย และพัฒนา โดยทีมวิศวกรของ Hyper ทั้งหมด และถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับสูง ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์จีน และยังเป็นรถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นแรกๆ ที่เริ่มวางขายในประเทศจีนอีกด้วย

เสือดำผงาด! “สโกมาดิ” เปิดตัวสกู๊ตเตอร์โมเดิร์น คลาสสิก สัญชาติอังกฤษ รุ่นล่าสุด


“TURISMO ELECTRONICA” และ “TURISMO PICCOLO 125i”
ให้เหล่าไรเดอร์ยลโฉมครั้งแรกใน “มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023”

กรุงเทพฯ 29 พฤศจิกายน 2566 – สโกมาดิ ผู้จัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์สัญชาติอังกฤษ ตอกย้ำจุดยืนการเป็นแบรนด์สกู๊ตเตอร์สไตล์โมเดิร์น คลาสสิก ที่มีความโดดเด่นด้านดีไซน์แบบดั้งเดิมและนวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ด้วยการเปิดตัวสองโมเดลล่าสุด ได้แก่ “TURISMO ELECTRONICA” รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของสโกมาดิที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและสมรรถนะที่เหนือระดับ เปิดจำหน่ายแบบลิมิเต็ดเพียง 200 คัน เท่านั้น พร้อมพบความเอ็กซ์คลูซีฟของรถคันพิเศษเพียงหนึ่งเดียวที่สร้างสรรค์โดย “MR. KREME” ศิลปินอาร์ตทอยชื่อดังชาวไทย ควงคู่มากับการเปิดตัว “TURISMO PICCOLO 125i” สกู๊ตเตอร์โมเดิร์น คลาสสิก ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของนักขับขี่มือใหม่โดยเฉพาะ พร้อมให้ได้ร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิด ตลอดจนพบข้อเสนอและโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมกันที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” (มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023) ณ บูธสโกมาดิ G08 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566

นายจักรพงษ์ ศานติรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สโกมาดิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สโกมาดิ พร้อมสั่นสะเทือนวงการอีกครั้งในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “TURISMO ELECTRONICA” รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพรีเมียม โมเดิร์น คลาสสิก รุ่นแรกของสโกมาดิ ที่ผสานรูปลักษณ์อันสง่างามสไตล์วินเทจเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยกำลังมอเตอร์ 3,000 W ทำความเร็วได้สูงสุด 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมความจุแบตเตอรี 72 โวลต์ 40Ah ให้การขับระยะทางไกลถึง 101 กิโลเมตร ในระยะเวลาการชาร์จเต็มเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ Economy Normal และ Sport  พร้อมด้วยเกียร์ถอยหลัง มีโช้คหน้าและหลังแบบไฮดรอลิกปรับพรีโหลดได้ และระบบเบรก CBS เพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่ลอดภัย สะดวกและคล่องตัว รวมไปถึงฟีเจอร์หน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 ตารางนิ้ว รองรับการเชื่อมต่อและสั่งการผ่านแอปพลิเคชัน โดยวางจำหน่ายแบบลิมิเต็ดเพียง 200 คันเท่านั้น ซึ่งแต่ละคันจะมีหมายเลขกำกับ ไล่เรียงตั้งแต่หมายเลข 001 ไปจนถึง 200 และมาพร้อม 3 ตัวเลือกสีให้เลือก ได้แก่ สี Emerald Green สี Coal Pearl และสี Panther Black พร้อมให้เป็นเจ้าของในราคา 149,000 บาท

อีกทั้งความพิเศษของการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่น TURISMO ELECTRONICA ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะสโกมาดิได้มีการจับมือ “MR. KREME” แอนดี้-วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังชาวไทยเจ้าของคาแรคเตอร์อาร์ตทอยสุดฮิตอย่าง ROSADO MUSHKIN และ CORKIN ร่วมออกแบบสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวในรูปลักษณ์พิเศษสุดตราตรึงใจ คันแรกและคันเดียวของโลก โดยพร้อมให้เหล่าแฟน ๆ ได้ยลโฉมรถคันจริงแบบเอ็กซ์คลูซีฟเป็นครั้งแรกในงานนี้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ยังได้นำเสนอ “TURISMO PICCOLO 125i” สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่จัดเต็มดีเอ็นเอของรถสไตล์บริทิช โมเดิร์น คลาสสิก ด้วยดีไซน์พรีเมียมมีเอกลักษณ์บ่งบอกถึงความคลาสสิกโดดเด่นเฉพาะตัว
ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ให้การขับขี่ของเหล่าไรเดอร์หน้าใหม่และไรเดอร์นิวเจนผู้หลงใหลในสกู๊ตเตอร์คลาสสิกได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานในทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี กระบอกสูบเดียวที่ให้ความเร็วสูงสุด 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 7.25 แรงม้า ที่ 7,300 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 9.67 นิวตันเมตร ที่ 7,200 รอบต่อนาที พร้อมความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 11 ลิตร ความจุแบตเตอรี 12 โวลต์ มาตรฐาน Euro 4 รวมไปถึงระบบความปลอดภัย โช้คหน้าและหลังแบบไฮดรอลิกปรับพรีโหลดได้ ดิสก์เบรกล้อหน้ากว้าง 220 มิลลิเมตร และล้อหลัง 200 มิลลิเมตร ส่งมอบการขับขี่ที่สะดวกสบายและนุ่มนวลยิ่งกว่าเคย โดยมีให้เลือก 4 สี ประกอบด้วย สี Aetna Blue สี Lightning Yellow สี Panther Black และสี Crimson Red ในราคา 114,900 บาท

“นอกจากนี้ สโกมาดิพร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจ ด้วยลูกเล่นการตกแต่งบูธในธีม “Modern British” เนรมิตความหรูหรามีระดับฉบับผู้ดีอังกฤษในทุกโซน ไม่ว่าจะเป็นโซนจัดแสดงแอคเซสเซอรีและเครื่องแต่งกายที่ครบครัน ไปจนถึงมุมนั่งจิบกาแฟที่จำลองดีไซน์ของคาเฟ่หรูใจกลางกรุงลอนดอนให้ได้มาเพลิดเพลิน และห้ามพลาด! การโชว์ตัวสกู๊ตเตอร์ โมเดิร์น คลาสสิกทั้ง 17 คัน ที่ยกทัพมาให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมพบโปรโมชันพิเศษสำหรับงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป โดยเฉพาะ อาทิ Gift Voucher สูงสุด 7,000 บาท พร้อมรับ Roadside Assistance 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ตลอดจนรับฟรี! พ.ร.บ จดทะเบียน และหมวกกันน็อค พบกันที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” (มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023) ณ บูธสโกมาดิ G08 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน -11 ธันวาคม 2566 นี้เท่านั้น” นายจักรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มได้ทางเว็บไซต์ http://www.scomadithailand.com หรือผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Scomadi Thailand อินสตาแกรม @scomadithailand และ ยูทูป Scomadi Thailand

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น