“AXA” เซ็นสัญญาสนับสนุน “MOTOR EXPO” ต่อเนื่องปีที่ 3

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร และ โคลด เซนย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) เซ็นสัญญาบันทึกข้อตกลง เป็นผู้ร่วมอุปถัมภ์การจัดงานอย่างเป็นทางการ ด้านการประกันภัย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ความร่วมมือกันครั้งนี้ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้ร่วมอุปถัมภ์การจัดงานอย่างเป็นทางการ ที่พร้อมจะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในเรื่องของการประกันภัย อาทิ ประกันภัยรถยนต์ ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยการเดินทาง ฯลฯ รวมถึงมอบข้อเสนอพิเศษให้ผู้เข้าร่วมชมงาน และลูกค้าที่สนใจซื้อรถยนต์ภายในงานปีนี้

งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

GAC AION ขนทัพรถยนต์ไฟฟ้าเข้าร่วมงาน Motor Show 2024พร้อมเปิดตัว Hyper HT เอสยูวีไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ สุนทรียภาพทางศิลปะและเทคโนโลยี อย่างเป็นทางการในประเทศไทย



GAC AION ขนทัพรถยนต์ไฟฟ้า AION Y Plus และ AION ES เข้าร่วมงาน Motor Show 2024 พร้อมเปิดตัว Hyper HT เอสยูวีไฟฟ้าลักชัวรี่ระดับไฮเอนด์อย่างเป็นทางการ นำเสนอทางเลือกที่เหนือกว่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ด้วยความหรูหราระดับพรีเมียม ดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะ

นายโอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า GAC AION ถือเป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์รายแรกๆ ในโลกที่ประสบความสำเร็จในการวิจัยเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะ ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์เชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Connected Vehicles: ICV) อย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันเป็นที่ทราบกันดีว่า GAC AIONสามารถคิดค้น วิจัยและผลิตชิ้นส่วนที่เป็นหัวใจหลักของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้ทั้ง 3 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่, มอเตอร์, แผงควบคุมระบบไฟฟ้า หรือ ECU ทำให้ GAC AION กลายเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของโลก

สำหรับประเทศไทย GAC AION ได้นำ AION Y Plus เข้ามาทำตลาดเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีของชาวไทยมาโดยตลอด สะท้อนจากยอดจองรถยนต์เป็นจำนวนทั้งสิ้น 4,568 คัน และมียอดจองรถยนต์เป็นอันดับ 4 จากแบรนด์รถยนต์ที่เข้าร่วมงานทั้งหมด และยังมียอดจองเป็นอันดับที่ 2 ในแบรนด์รถไฟฟ้าภายในงาน Motor Expo 2023 ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในการทำตลาดในประเทศไทยของ GAC AION


ในปี 2023 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่ GAC AION เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 480,000 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 77% ครองตำแหน่งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 2 ของประเทศจีน
และ อันดับที่ 3 ของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของโลก และในวันที่ 28 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา GAC AION สร้างสถิติผลิตและขายรถยนต์ได้ครบ 1 ล้านคันเร็วที่สุดในโลกเป็นประวัติการณ์ โดยใช้เวลาเพียง 4 ปี 8 เดือน การันตีถึงความสามารถและความเหนือชั้นของ GAC AION ทั้งในแง่ของกระบวนการผลิต คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และการตลาดอันแข็งแกร่ง ปัจจุบัน GAC AION มีแบรนด์รถยนต์ภายในเครือทั้งหมด 2 แบรนด์ ได้แก่ AION แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับความคุ้มค่า ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ทันสมัย พร้อมด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์อัจฉริยะ และ Hyper แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ (Hi-End) ที่มาพร้อมกับความหรูหรา และเทคโนโลยีขั้นสูงสุด

ในปี 2024 นี้ GAC AION กำลังสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในช่วงเดือนสิงหาคมของปีนี้ ในขณะเดียวกันยังมีการสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทยอีกด้วย คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนเมษายนปีนี้เช่นกัน

เพื่อสานต่อความสำเร็จ และนำเสนอทางเลือกใหม่ที่เหนือกว่า ให้กับผู้บริโภคชาวไทย ล่าสุด GAC AION ได้เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 หรือ Motor Show 2024 ที่จัดขึ้นในวันพุธที่ 27 มี.ค. – วันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย. 2567 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี โดยความพิเศษภายในงาน ได้มีการแนะนำแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ Hyper อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว Hyper HT รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าลักชัวรี่ระดับไฮเอนด์ที่หลายคนรอคอย

Hyper (ไฮเปอร์) เป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ (Hi-End) ของ GAC AION ที่ตอบสนองความต้องการในกลุ่มลูกค้าผู้หลงใหลความเป็นที่สุด ทั้งความหรูหรา เทคโนโลยี และสมรรถนะขั้นสูง สะท้อนภาพลักษณ์ และรสนิยมอย่างเหนือชั้น โดยได้คิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เพื่อนำมาใช้ในรถยนต์หลากหลายรุ่นของ Hyper โลโก้ของแบรนด์สื่อถึงธนู AI ARROW เพื่อแสดงถึงศักยภาพในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยแนวคิดในการพัฒนาหลัก 4 ประการ คือ “ก้าวล้ำ (ADVANCE) ทันสมัย (TRENDY) สนุกสนาน (FUN) และ คุณภาพสูง (HIGH-GRADE)” ซึ่งสร้างความสมบูรณ์แบบ ทั้งนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ ผสมผสานในการผลิตรถยนต์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้าผู้ใช้งานได้รับ “ประสิทธิภาพสูงสุดที่มาพร้อมประสบการณ์ความหรูหรา และการบริการในระดับท็อปคลาส”

ในปัจจุบันแบรนด์ Hyper ของ GAC AION มีรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ทั้งหมด 3 รุ่นดังนี้
– Hyper HT รถเอสยูวีไฟฟ้าระดับพรีเมียม มอบความสะดวกสบายสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตัวรถมีขนาดใหญ่นั่งสบาย พร้อมฟังก์ชันและฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์ โดดเด่นด้วยประตูแบบปีกนก หรือ Gullwing Doors เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
– Hyper GT รถสปอร์ตซีดานไฟฟ้า มาพร้อมดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยว พร้อมการตกแต่งภายในที่ดูหรูหรา โดดเด่นด้วยประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) และออปชันระดับไฮเอนด์
–  Hyper SSR ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประเทศไทย มาพร้อมตัวถังแบบคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว (หน้า 1 หลัง 2) ให้พละกำลังรวมสูงสุด 1,224 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เร็วสูงสุดภายใน 1.9 วินาที และมีแรงกระชากในระดับ 1.7G

โลโก้ของแบรนด์ Hyper เป็นสัญลักษณ์ ลูกศร AI สื่อถึงภูมิปัญญาและความรัก ที่สุดแห่งเทคโนโลยีและความโรแมนติก มุ่งเน้นอัจฉริยภาพ ความหรูหรา ศิลปะ และรสนิยม รังสรรค์ศิลปกรรมทางเทคโนโลยี ปัจจุบัน บริษัทได้พัฒนาขีดความสามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำระดับโลกใน 6 มิติ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนา การผลิตอัจฉริยะ ห่วงโซ่อุตสาหกรรม การบริการด้านการตลาด วัฒนธรรมองค์กร และความเป็นสากล โดยวันนี้ เราได้นำรถรุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้แบรนด์ Hyper ที่พร้อมผลิตเพื่อส่งมอบสู่ตลาด “Hyper HT” นายโอเชี่ยน หม่า (Ocean Ma) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอออน ออโตโมบิล แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า Hyper HT ถือเป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าที่มาพร้อมกับความหรูหราและเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก เหนือระดับด้วยดีไซน์ภายนอกแบบโค้งมนที่เป็นเอกลักษณ์ (Liquid curved body) โดดเด่นด้วยประตูคู่หลังแบบปีกนก (Gullwing Doors) พร้อมเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ สะกดทุกสายตาที่ได้พบเห็น ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียมที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพิ่มความหรูหราระดับพรีเมียม รวมถึงฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น เบาะนวดไฟฟ้า ปรับระดับการนวดได้หลายรูปแบบ, เบาะหนังคุณภาพสูงให้สัมผัสการนั่งที่ดีเยี่ยมพร้อมฟังก์ชันระบายอากาศและอุ่นเบาะ เพิ่มความผ่อนคลายตลอดการเดินทาง เบาะที่นั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ถึง 143 องศา มากที่สุดในรถเอสยูวีระดับเดียวกัน, ระบบเครื่องเสียงคุณภาพสูง และฟีเจอร์อื่นๆมากมาย

จุดเด่นอันเหนือระดับของ Hyper HT มาพร้อมกับที่พักเท้าด้านหลังแบบพับได้ เพิ่มพื้นที่ยืดขาโอ่อ่าขั้นสูงสุด และ โต๊ะวางของอเนกประสงค์ สำหรับวางสิ่งของต่าง ๆ ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยกระจกกันเสียงแบบลามิเนต 2 ชั้น และพื้นที่สัมภาระขนาดใหญ่พิเศษ ความจุขนาด 670 ลิตรและเมื่อพับเบาะสามารถใช้พื้นที่ได้ถึง 1,802 ลิตร สามารถเก็บถุงกอล์ฟใบใหญ่ 2 ใบได้สบาย ๆ

Hyper HT ถูกพัฒนาด้วยแนวคิดหลัก 4 ประการได้แก่
• Hyper Design – ที่สุดแห่งการออกแบบเหนือระดับ เปรียบเสมือนงานศิลปะแห่งโลกยานยนต์ สะกดทุกสายตาด้วยประตูแบบปีกนก (Gullwing Doors), ไฟหน้าแบบ Diamond Cut และไฟท้ายแบบ Horizon
• Hyper Space – มอบความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่มากกว่า ด้วยพื้นที่ภายในสุดหรูหรา ตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม มอบประสบการณ์ในการขับขี่และการโดยสารระดับ “เฟิร์สคลาส” ด้วยฟังก์ชันเบาะนวด 10 จุด และเบาะโดยสารด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้ถึง 143 องศา
• Hyper Energy – ไปได้ไกลและรวดเร็วยิ่งกว่า ด้วยเทคโนโลยี Magazine Battery เจเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมระบบ Fast Charge ชาร์จเพียง 15 นาที ก็สามารถวิ่งได้ไกล 400 กิโลเมตร และหากชาร์จเต็มจะสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 600 กิโลเมตร
• Hyper Network – โครงข่ายสถานีชาร์จ Hyper Premium Charging Network เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า Hyper โดยในปี 2024 จะมีการสร้างสถานีชาร์จจำนวน 15 แห่ง ครอบคลุมรัศมี 15 กิโลเมตรในกรุงเทพมหานคร และในปี 2028 จะมีการขยายโครงข่ายสถานีชาร์จเป็น 100 แห่งทั่วประเทศ

ขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามาสัมผัส Hyper HT ยนตรกรรมแห่งความเหนือระดับ ที่จะเปิดประสบการณ์การเดินทางไปสู่โลกอนาคตครั้งใหม่ ที่บูท GAC AION (A20) ในงาน Motor Show 2024 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2567

วินฟาสต์ (VinFast) ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับ 15 ดีลเลอร์ในประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร, 27 มีนาคม 2567 – บริษัท วินฟาสต์ ออโต้ (ประเทศไทย) ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ
(Letter of Intent-LOI) กับ 15 ดีลเลอร์ชั้นนำ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายของวินฟาสต์ (VinFast) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเติบโตและตอกย้ำถึงสถานะและชื่อเสียงของบริษัทในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดยานยนต์ชั้นนำของเอเชีย
ตามข้อตกลงนี้วินฟาสต์ และดีลเลอร์จะร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อเปิดโชว์รูม 22 แห่ง โดยเน้นพื้นที่บนถนนสายหลัก
ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลที่เป็นจุดโฟกัสในกลยุทธ์การเติบโตของวินฟาสต์ในตลาดประเทศไทย
ที่มีอัตราการใช้รถยนต์ไฟฟ้าสูง และมีความพร้อมด้านสถานีชาร์จเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้วินฟาสต์สามารถนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าหลากหลายรุ่นเพื่อชีวิตคนเมือง
ดีลเลอร์พันธมิตรของวินฟาสต์ได้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากแนวโน้มการเติบโต และความสนใจของตลาดการขนส่งด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ยั่งยืน รวมถึงชื่อเสียงที่แข็งแกร่งของแบรนด์วินฟาสต์ และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายได้สร้าง
ความเชื่อมั่นในความสำเร็จของบริษัทฯ ในภูมิภาคเอเชียมากขึ้น
นอกเหนือจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑลแล้ว เครือข่ายดีลเลอร์ของวินฟาสต์จะขยายไปยังเมืองหลักอย่างเช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น อุบลราชธานี อยุธยา และชลบุรี ช่วยให้สามารถเข้าถึงตลาดการขนส่งแบบยั่งยืนที่มีศักยภาพทั่วประเทศสอดคล้องกับเป้าหมายของวินฟาสต์ในการขยายเครือข่ายการขายและการส่งมอบรถได้ทั่วโลก 
ภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดีลเลอร์พร้อมจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น VF e34, VF 5, VF 6 และ VF 7
รวมถึงสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของวินฟาสต์อีกด้วย ส่วนกำหนดเวลาเปิดรับจอง ราคารถ และนโยบายหลังการขายจะประกาศอย่างเป็นทางการภายในปี 2567
Ms. Vu Dang Yen Hang (ฮานา วู) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท วินฟาสต์ ออโต้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ด้วยความร่วมมือกับดีลเลอร์ เรามีเป้าหมายที่จะส่งมอบรถไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อการเดินทางอันทันสมัยแก่
ผู้ใช้รถชาวไทยให้ได้รับประสบการณ์ที่รื่นรมย์ และสนุกสนาน ข้อตกลงความร่วมมือนี้นอกจากจะเป็นสร้างการรับรู้ของบริษัท แต่ยังเป็นเสมือนสปริงบอร์ดที่ส่งให้เราเติบโตในตลาดเมืองไทยด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีจากยานยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลายให้ลูกค้าของเรา”  

การขยายเครือข่ายดีลเลอร์ตอกย้ำจุดยืน และความสามารถในการปักหมุดที่มั่นคงของวินฟาสต์ในประเทศไทย
เน้นย้ำศักยภาพการเติบโตและการพัฒนาระบบการขนส่งที่ยั่งยืนให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

วินฟาสต์ตั้งเป้าที่จะขยายตลาดไม่น้อยกว่า 50 ประเทศทั่วโลกภายในในปี 2567 นอกเหนือจากตลาดหลัก
เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรปแล้ว ยังได้ก้าวเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียที่รวมถึงอินเดีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ รวมถึงตะวันออกกลาง และแอฟริกา เพื่อเป็นสนับสนุนการเติบโตในตลาดทั่วโลกบริษัทกำลังเร่ง
การก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกาและอินเดีย และมีแผนสร้างโรงงานเพิ่มเติมในอินโดนีเซียอีกด้วย
###

VF Wild รถต้นแบบจากวินฟาสต์ ที่พร้อมปฏิวัติวงการรถกระบะไฟฟ้าของโลก

VF Wild กระบะไฟฟ้าต้นแบบจากวินฟาสต์ สัญลักษณ์แห่งการสร้างสรรค์จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือหนึ่งใน
ไฮไลต์สำคัญของงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (BIMS 2024) หลังจากสร้างกระแสความสนใจให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์มาแล้วทั่วโลก
VF Wild สะท้อนวิสัยทัศน์ของวินฟาสต์ในการพัฒนายานยนต์แห่งอนาคตที่ยั่งยืน ลุยได้ทุกสภาพภูมิประเทศ
การออกแบบที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมแสดงถึงความมุ่งมั่นของการสร้างยานยนต์ที่มีสมรรถนะอันโดดเด่น ตอบโจทย์
ผู้ใช้รถยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และทนทาน
หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดตัวที่งาน CES 2024  รถกระบะต้นแบบ VF Wild ได้รับกระแสความสนใจ
อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับคัดเลือกให้ติดอยู่ในการจัดอันดับต่างๆ ของสื่อ และหนังสือพิมพ์หลายฉบับ อาทิ
Inverse นิตยสารด้านเทคโนโลยีของอเมริกาที่ยกให้ VinFast VF Wild และ VF 3 ติด 8 อันดับแรกของรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบที่ดีที่สุดในงาน CES 2024 ด้วยเหตุผลที่ว่า รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้ “อาจกลายเป็น ‘ทางเลือก’ ของชาวอเมริกัน
ที่ต้องการหันมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV แต่ไม่สามารถหรือไม่พร้อมจ่ายเงิน 60,000 ดอลลาร์สำหรับความฝันของตนได้”
การปฏิวัติรถกระบะไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงการทำให้รถรุ่นที่มีอยู่กลายเป็นรถไฟฟ้า สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดนั้น
นี่คือการสร้างสุนทรียศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งสะท้อนไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว และผู้ผลิตรถยนต์จากเวียดนามอย่าง
วินฟาสต์มุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่เฉพาะของตนในตลาดอันน่าตื่นเต้นนี้

VinFast มุ่งเป้าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยที่กำลังเติบโต
อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เฟื่องฟูของประเทศไทยนั้นขับเคลื่อนโดยรถกระบะเป็นส่วนใหญ่ และคาดว่าแนวโน้มนี้
จะยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดย Statista Market Insights คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดรถกระบะจะอยู่ที่ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 และยอดขายจะสูงถึง 303,400 คันในปี 2028
ผู้ใช้รถชาวไทยชื่นชอบรถกระบะมาอย่างยาวนานด้วยสมรรถนะ ความทนทาน และความอเนกประสงค์ VF Wild มุ่งหวังปฏิวัติตลาดด้วยการนำเสนอประสบการณ์ใหม่หมดจด การออกแบบที่โดดเด่น ดูแข็งแกร่ง และคุณสมบัติต่างๆ ที่ล้ำสมัย วินฟาสต์กำลังสร้างนิยามใหม่ให้กับไลฟ์สไตล์การใช้รถกระบะสำหรับผู้ขับขี่ชาวไทย รถกระบะต้นแบบรุ่นนี้จึงไม่เพียงสะท้อนวิสัยทัศน์ด้านการออกแบบของวินฟาสต์ แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพการผลิตและความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีของผู้ผลิตรถไฟฟ้าจากเวียดนามรายนี้

มิติของ VF Wild จัดอยู่ในประเภทรถกระบะขนาดกลางมีความยาวโดยรวม 209 นิ้ว (5,324 มม.) และความกว้าง
79 นิ้ว (1,997 มม.) พัฒนาให้ใช้งานได้หลากหลาย เพิ่มความสะดวกด้วยประตูกลางไฟฟ้าแบบพับได้ ทำให้ขยายความยาวกระบะจาก 5 ฟุตเป็น 8 ฟุต เมื่อเบาะหลังที่พับลงอัตโนมัติ ทำให้ได้กระบะที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน ด้วยฟังก์ชันการทำงานของกระบะที่ขยายได้ จึงสามารถใช้งานในกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีสไตล์
และสะดวกสบาย การออกแบบยังผสานหลังคากระจกแบบพาโนรามา และกระจกมองข้างแบบดิจิทัลเพื่อให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในงาน BIMS 2024 วินฟาสต์จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครบไลน์เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง VF 3 รถยนต์ SUV ขนาดเล็ก VF 5, VF e34, VF 6, VF 7, VF 8 และ VF 9 ครอบคลุมกลุ่ม A-SUV ถึง E-SUV โดยเฉพาะอย่างยิ่ง VF 5, VF e34, VF 6, VF 7, VF 8 และ VF 9 ที่จัดแสดงจะเป็นรุ่นพวงมาลัยขวาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับตลาดประเทศไทย

ปรัชญาหลักที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง 
วินฟาสต์ไม่เพียงนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่ทรงพลังเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ไร้ความกังวลให้กับลูกค้า ด้วยปรัชญาธุรกิจที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ซึ่งดำเนินการอย่างจริงจังทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย
ในการเดินหน้าครั้งสำคัญเพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่ Pham Nhat Vuong ผู้ก่อตั้งวินฟาสต์ได้เปิดตัว V-Green บริษัทที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาเครือข่ายการชาร์จไฟ  โดย V-Green แยกตัวออกมาจากแผนกพัฒนาสถานีชาร์จของวินฟาสต์
V-Green มุ่งเน้นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน  ในขณะที่วินฟาสต์ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดและการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเป็นผู้นำในการสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จครบวงจร V-Green จึงวางตำแหน่งเป็นพันธมิตรระดับโลกในการปฏิวัติวงการรถยนต์ไฟฟ้า ในระยะเริ่มต้น V-Green จะสรรหาพื้นที่และพันธมิตรเพื่อสร้างและขยายเครือข่ายสถานีชาร์จในตลาดหลักทั่วโลก นอกจากนี้ ยังจะร่วมมือกับบริษัทชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าวินฟาสต์จะสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟฟ้าที่กว้างขวางขึ้น
ด้วยความมุ่งมั่นของวินฟาสต์ที่จะขยายธุรกิจทั่วโลกด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและนโยบายหลังการขายที่โดดเด่น การพิชิตตลาดประเทศไทยให้สำเร็จจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อตำแหน่งผู้นำของบริษัทในภูมิภาคและทั่วโลก
###

GAC AION เปิดตัว AION Y Plus 410 Premium ในงานMotor Show 2024 ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

(กรุงเทพฯ – 25 มีนาคม 2567) บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า GAC AION อย่างเป็นทางการ ขอแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด AION Y Plus 410 Premium ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 859,900 บาท ทางเลือกใหม่ของรถยนต์เอสยูวีไฟฟ้าสุดคุ้มค่า ที่มาพร้อมฟีเจอร์และฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะครบครัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย นอกจากนี้ AION Y Plus 490 Premium ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ยังมาพร้อมราคาพิเศษ และของสมนาคุณมากมาย เฉพาะในงาน Motor Show 2567 เท่านั้น

 

AION Y Plus 410 Premium รถเอสยูวีไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต มอบสุนทรียภาพในการขับขี่และการโดยสาร โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูล้ำสมัย พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งโดยสารสะดวกสบายในทุกตำแหน่ง มาพร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่ ด้วยความยาว 4,535 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,870 มิลลิเมตร ความสูง 1,650 มิลลิเมตร และมีความสูงใต้ท้องรถ 150 มิลลิเมตร

 

AION Y Plus 410 Premium ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 150kW ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิด 255 นิวตัน-เมตร พร้อมด้วยแบตเตอรี่เทคโนโลยี Magazine Battery ขนาด 50.66 kWh มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 410 กิโลเมตร

 

AION Y Plus 410 Premium มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่และฟีเจอร์ความปลอดภัยมากมาย อาทิ

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC with Stop&Go)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (ICA)
  • ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW)
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW)
  • ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (LKA)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EBP)
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ Auto Brake Hold
  • ภาพพาโนรามา 360 องศารอบตัวรถ
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า และม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง

 

นอกจากนี้ AION Y Plus 410 Premium ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ

  • ระบบจ่ายไฟฟ้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอก VTOL
  • เบาะนั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 6 ทิศทาง
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
  • ระบบนำทางและฟังเพลงผ่านอินเทอร์เน็ต
  • ระบบสั่งการด้วยเสียงรองรับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • ระบบควบคุมรถระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร 32 สี รองรับการเปลี่ยนแปลงตามจังหวะดนตรี

 

AION Y Plus 410 Premium มีสีภายนอก 7 สี ได้แก่ Lucky Gold, Vitality Green, Speedy Silver, Liberty Ash, Elegant Gray, Pure White, Glamour Black และสีทูโทนทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Lucky Gold with Black Roof, Vitality Green with Black Roof และ Pure White with Black Roof พร้อมด้วยสีภายในห้องโดยสาร 5 สี ได้แก่ Enchanted Forest, Fairy Wonderland, Rosy Coastline, Azure Ocean และ Subtle Lavender

 

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ไฟฟ้า AION Y Plus 410 Premium และ AION Y Plus 490 Premium ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึงวันที่ 7 เมษายน 2567 จะได้รับโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ ดังนี้

 

AION Y Plus 410 Premium ราคาจำหน่าย 859,900 บาท

  • ฟรี!! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • ฟรี!! Home Charger พร้อมค่าบริการติดตั้ง
  • ฟรี!! ฟิล์มรถยนต์รอบคัน
  • ฟรี!! พรมปูพื้น
  • ฟรี!! ค่าจดทะเบียน

 

AION Y Plus 490 Premium ราคาพิเศษ 949,900 บาท (โปรพิเศษ เฉพาะในงานมอเตอร์โขว์ 2024)

(เมื่อรับรถภายใน 30 เมษายน 2567 และขึ้นทะเบียนเปลี่ยนเป็นป้ายขาวภายใน 31 พฤษภาคม 2567)

  • ฟรี!! ชุดแคมป์ปิ้งสุดล้ำ ประกอบด้วย สายชาร์จ VTOL, เตียงเบาะลม, เต็นท์ และสายชาร์จฉุกเฉิน
  • ฟรี!! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • ฟรี!! Home Charger พร้อมค่าบริการติดตั้ง
  • ฟรี!! ฟิล์มรถยนต์รอบคัน
  • ฟรี!! พรมปูพื้น
  • ฟรี!! ค่าจดทะเบียน

 

ทั้งสองรุ่น รับเพิ่ม!!!

  • ฟรี!! รับประกันชิ้นส่วนไฟฟ้าหลัก (แบตเตอรี่ไฟฟ้า, มอเตอร์ไฟฟ้า, และอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า) 8 ปีหรือ 200,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี!! รับประกันคุณภาพตัวรถ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
  • ฟรี!! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี
  • พร้อมรับข้อเสนอสินเชื่อพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98% หรือเลือกผ่อนสบาย 84 เดือน หรือเลือกดาวน์น้อยเพียง 5% เท่านั้น

วินฟาสต์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้า 7 รุ่น พร้อมรถกระบะไฟฟ้าต้นแบบในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024



กรุงเทพฯ ประเทศไทย – วินฟาสต์ ออโต้ (VinFast Auto (Nasdaq: VFS)) ประกาศเข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 (BIMS 2024) และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย นับเป็นการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์
ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่คึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยผลักดันแผนการขยายตัวทั่วโลกของวินฟาสต์ และ
ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสีเขียว

ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2024 วินฟาสต์จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครบทุกรุ่นเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย VF 3 ซึ่งเป็นรถยนต์เอสยูวีขนาดเล็ก ตลอดจนรถยนต์นั่ง VF 5, VF e34, VF 6, VF 7, VF 8 และ VF 9 ที่ครอบคลุมกลุ่มรถยนต์ตั้งแต่ A-SUV ถึง E-SUV อย่างครบครัน นอกจากนี้บริษัทจะจัดแสดง VF Wild รถกระบะไฟฟ้าต้นแบบซึ่งได้สร้างกระแสความสนใจไปทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวที่งาน CES 2024 ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สำหรับรถยนต์รุ่น VF 5, VF e34, VF 6, VF 7, VF 8 และ VF 9 ที่วินฟาสต์นำมาจัดแสดงจะเป็นรุ่นพวงมาลัยขวาที่ออกแบบมาสำหรับตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ นับเป็นการเปิดตัวรถยนต์พวงมาลัยขวาครั้งที่สองต่อจากงาน Indonesia International Motor Show (IIMS) 2024 ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

การนำรถยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย และพรั่งพร้อมด้วยระบบอัจฉริยะทั้งหมดมาสู่งาน BIMS 2024 ครั้งนี้ นับเป็นความมุ่งมั่น
ของวินฟาสต์ที่จะส่งเสริมการนำรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้ทั่วโลก การเดินหน้ากลยุทธ์ครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างชื่อเสียง
และความสามารถในการแข่งขันของวินฟาสต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิต และส่งออกยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค หรือที่รู้จักกันดีว่าเป็น “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย” ด้วยชื่อเสียงในระดับโลก ประสบการณ์ และผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลาย วินฟาสต์มุ่งมั่นนำเสนอทางเลือกในการเดินทางที่ชาญฉลาด และน่าตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคชาวไทย นอกจากนี้ วินฟาสต์ยังมีนโยบายด้านบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ และแนวทางในการจำหน่ายที่ยืดหยุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนในประเทศไทยสามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้


มร. วู ดัง เยน ฮัง (Vu Dang Yen Hang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของวินฟาสต์ ประเทศไทย กล่าวว่า
“การเปิดตัวแบรนด์ของเราในประเทศไทยเป็นก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์การขยายธุรกิจสู่ทั่วโลกของวินฟาสต์ ซึ่งจะเสริมสร้างฐานธุรกิจในประเทศศูนย์กลางยานยนต์ที่คึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าครบทุกรุ่นของเราสะท้อนถึงบทบาทผู้นำของวินฟาสต์ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปฏิวัติการขนส่งสีเขียวของประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่อนาคต
ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน”

ประเทศไทยคือตลาดรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลในหลายด้าน จากข้อมูลของสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี 2567 นี้ วินฟาสต์มุ่งมั่นที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในตลาดประเทศไทย และเสริมสร้างความเป็นผู้นำในการบุกเบิกการพัฒนาการขับเคลื่อนสีเขียวและยั่งยืนทั่วโลก

งานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ของวินฟาสต์จะจัดขึ้นในวันที่ 26 มีนาคม 2024 เวลา 12:45 น. ที่บูธ A24 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 ศูนย์การจัดแสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ โดยบูธวินฟาสต์จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2024 ตั้งแต่เวลา 12:00 น. เป็นต้นไป

อีวี ไพรมัส เตรียมเปิดตัว WULING BINGUO (วู่หลิง บิงโก) ชิงเค้กรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่



• เน้นตลาดครอบครัวรุ่นใหม่ที่อยากลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นคันแรก
• WULING BINGUO ได้รับการยอมรับอย่างสูงในจีนกวาดยอดขายสะสมเกินกว่า 200,000 คัน
บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบบมัลติแบรนด์ (Multi-Brand EV Distributor) แห่งแรกของไทย และเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์โวลท์ (VOLT) และ วู่หลิง (WULING) แต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) เขย่าวงการรถยนต์ไฟฟ้าอีกรอบด้วยการเปิดตัว WULING BINGUO (วู่หลิง บิงโก) รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ ถือเป็นรุ่นที่ 2 ของแบรนด์วู่หลิงที่เปิดตัวในประเทศไทย
นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด เปิดเผยว่าจากความสำเร็จอย่างมากในการเปิดตัว WULING Air EV วู่หลิง แอร์ อีวี เมื่อกลางปีที่แล้ว ทำให้ อีวี ไพรมัส ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทแม่ วู่หลิง ในประเทศสาธารณะรัฐประชาชนจีน (SAIC-GM-Wuling Automobile : SGMW) ให้เร่งดำเนินการเปิดตัวรถ WULING BINGUO เพื่อรองรับกระแสรถยนต์อีวีในประเทศไทยที่กำลังเติบโตแบบพุ่งทะยาน
“หลังจากที่เราเปิดตัว WULING Air EV ในประเทศไทยและได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด มียอดจำหน่ายสะสมแล้วกว่า 1,400 คัน ทำให้บริษัทแม่ที่ประเทศจีนเชื่อมั่นใน อีวี ไพรมัส และการเติบโตของตลาดไทย จึงได้ร่วมกับ อีวี ไพรมัสในการเร่งสปีดนำรถยอดนิยมของวู่หลิงเข้าสู่ตลาดไทยให้เร็วขึ้น คือ WULING BINGUO ซึ่งเรามั่นใจอย่างมากว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด” นายพิทยา กล่าว
ทางด้าน นางสาวภัทร์ลดานันท์ ธนาวิชญะนันท์ กรรมการผู้จัดการ และ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด กล่าวว่า WULING BINGUO จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในต้นไตรมาสที่สอง โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมการเปิดตัว และเตรียมรถยนต์ชุดแรกเพื่อนำส่งผู้จำหน่าย พร้อมกันนี้บริษัทกำลังเร่งเพิ่มมาตรฐานของโชว์รูมผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้รองรับการขายและบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้าอีก 3-4 รุ่นของแบรนด์ WULING ในระยะ 2 ปีข้างหน้านี้
WULING BINGUO เปิดตัวครั้งแรกในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถทำยอดขายทะลุ 200,000 คัน ภายในเวลาไม่กี่เดือน และ ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีติดอันดับ 6 ของตลาดจีนในปีที่แล้ว ส่วนในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นฐานการผลิตรถพวงมาลัยขวาของวู่หลิง ได้เปิดตัว WULING BINGUO ในเดือนมีนาคมปีนี้ ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกัน โดยกวาดยอดขายมากกว่า 4,000 คันในเดือนแรกของการเปิดตัว
WULING BINGUO เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เหมาะกับครอบครัวคนรุ่นใหม่ เน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลัก ด้วยขนาดตัวรถ ความยาว 3,950 มม. ความกว้าง 1,708 มม. ความสูง 1,580 มม. ระยะฐานล้อ 2,560 มม. โดยจะเปิดตัว 2 รุ่นคือ Standard Range 333AC และ Standard Range 333DC
Standard Range 333AC และ Standard Range 333DC มาพร้อมกับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 31.9 kW หรือ 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 31.9 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 333 กม. ทำความเร็วสูงสุดที่ 120 กม./ชม. โดยในรุ่น Standard Range 333DC รองรับการชาร์จกระแสตรง DC ซึ่งใช้ระยะเวลาการชาร์จจากแบตเตอรี่จาก 30% ถึง 80% เพียง 30 นาที อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC ที่ 7kw ต่อชั่วโมง ที่จะชาร์จไฟเต็มในเวลา 4.5 ชม.
นางสาวภัทร์ลดานันท์ กล่าวว่า อีวี ไพรมัส มีความมั่นใจอย่างมากว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดประเทศไทย เพราะจะเป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้าแบบ B-Segment Sedan Hatchback ที่ตลาดบ้านเรานิยม มาพร้อมการออกแบบสไตล์ RETRO ทันสมัย มีเอกลักษณ์ ในฟังค์ชั่นการใช้งาน เช่น การชาร์จเร็ว DC และพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ตอบโจทย์ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว
“WULING Air EV ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยยอดขายทะลุ 1,000 คันในช่วงระยะเวลาเพียง 6 เดือน ด้วยคุณภาพและรูปลักษณ์ของรถ WULING Air EV นี้ ทำให้ลูกค้าที่ใช้รถกลายเป็นดาวเด่นบนท้องถนน และคุณภาพจากการใช้งานจริงได้สร้างภาพลักษณ์ที่เป็นบวกมาก ๆ ให้กับแบรนด์ WULING ทำให้การเปิดตัว WULING BINGUO ซึ่งเป็นรุ่นที่สอง จะทำให้เกิดการยอมรับจากตลาดได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี รถสองรุ่นนี้ จะเน้นตลาดที่แตกต่างกัน ส่วนราคาของ WULING BINGUO เราจะประกาศในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขอให้ทุกท่านรอคอยอีกอึดใจเดียว” นางสาวภัทร์ลดานันท์ กล่าว

Continental GT ครองใจชาวยุโรปต่อเนื่องคว้า 2 รางวัลใหญ่จากสื่อสายยานยนต์ชั้นนำในเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์

Continental GT ได้รับเลือกให้เป็นรถยนต์ยอดเยี่ยมกับ 2 รางวัลอันทรงเกียรติใน 2 ตลาดหลักของยุโรป
อัครยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้คว้ารางวัลในสาขารถยนต์หรูนำเข้าจากการสำรวจความคิดเห็นของนิตยสาร Auto Motor und Sport เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
ครั้งแรกกับอีกหนึ่งรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมในสาขารถยนต์หรูจากนิตยสาร Auto Illustrierte
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ยุโรปได้ปิดรับคำสั่งจอง Continental GT และ GTC V8 เมื่อปีที่ผ่านมาเพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ Beyond100 พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่รุ่นไฮบริดภายในปี 2568
สายการผลิตขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น W12 จะสิ้นสุดลงในปีนี้เพื่อเดินหน้าสู่ความเป็นผู้นำด้านการผลิตอัครยนตรกรรมที่ยั่งยืน

(มิวนิก 14 กุมภาพันธ์ 2567) Continental GT ยังคงครองใจชาวยุโรปอย่างต่อเนื่องด้วยการคว้า 2 รางวัลใหญ่ในสาขา ‘Best Car’ ในตลาดหลักของยุโรป โดยได้รับเลือกจากผู้อ่านนิตยสารด้านยานยนต์ชั้นนำในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนีเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

ตะลุยแดนอีสาน สัมผัสเสน่ห์เมืองไทย!โรยัล เอ็นฟีลด์ กลับมาอีกครั้งกับทริปสุดยิ่งใหญ่! ‘Tour of Thailand 2024’พาเหล่านักบิดตะลุย 6 จังหวัด ระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร

● Tour of Thailand 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567 โดยรวมระยะทางขับขี่ทั้งหมดกว่า 1,200 กิโลเมตร พานักขับขี่สัมผัสประสบการณ์แดนอีสาน ลัดเลาะเส้นทางเลียบน้ำโขง ชมอันซีนไทยแลนด์
● Tour of Thailand ในปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายประเทศกว่า 30 ชีวิต ไม่ว่าจะมาจาก ประเทศไทย มองโกเลีย เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย
กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 – Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกด้านรถจักรยานยนต์ขนาดกลาง (250cc – 750cc) ประสบความสำเร็จในการจัด ‘Tour of Thailand 2024’ ที่ในปีนี้ไม่ได้มีแต่ชาวไทย แต่ได้รับความสนใจจากสาวกโรยัล เอ็นฟีลด์ จากนานาประเทศเข้างานกว่า 30 ท่าน โดยกิจกรรมการขับขี่ในปีนี้นับเป็นทริปที่เป็นที่สุดของ Royal Enfield ในประเทศไทย ตามแนวคิด “Ride Pure” โดยมีระยะทางในการเดินทาง กว่า 1,200 กิโลเมตร โดยครั้งนี้นับเป็นการจัด Tour of Thailand เป็นครั้งที่ 4 แล้ว
Tour of Thailand คือหนึ่งในสุดยอดการผจญภัยที่ทุกคนจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่สุดของการขับขี่มอเตอไซค์ โรยัล
เอ็นฟีลด์ อย่างแท้จริง ผ่านเส้นทางธรรมชาติที่ชวนให้เพลิดเพลิน และสัมผัสเส้นทางชุมชนท้องถิ่นที่แตกต่างกันไปในแต่พื้นที่ของประเทศไทย
โดย Tour of Thailand 2024 ไม่เพียงแต่เป็นการรวมตัวของนักบิดเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมสร้างมิตรภาพอันแน่นแฟ้นแก่ผู้ที่รักการขับขี่อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น โรยัล เอ็นฟีลด์ยังเน้นย้ำและส่งเสริมการขับขี่อย่างรับผิดชอบ ส่งต่อแนวคิดนี้สู่ผู้ร่วมขับขี่ตลอดเส้นทาง                
        

คุณ อนุจ ดัว – หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ โรยัล เอ็นฟีลด์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (Head of Business, Royal Enfield-APAC) ได้กล่าวถึงงาน Tour of Thailand 2024 ว่า “Tour of Thailand 2024 ได้สร้างประสบการณ์อันไม่รู้ลืมให้กับผู้ร่วมทริป ผ่านเส้นทางจากเมืองเก่าเลอค่า ที่มาพร้อมตำแหน่งมรดกโลกอย่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สู่เมืองเพชรบูรณ์อันเงียบสงบ ลัดเลาะเส้นทางตามเหลี่ยมเขา เข้าสู่จังหวัดเลย พร้อมสัมผัสวิวธรรมชาติสบายตาระหว่างทาง เข้าสู่ดินแดนอีสานถิ่นวัฒนธรรม ร่วมสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตริมแม่น้ำโขงลัดเลาะจังหวัดหนองคายเข้าสู่บึงกาฬ ปิดท้ายทริปถิ่นอีสานเหนือด้วยจังหวัดอุดรธานี เมืองอารยธรรมเก่าแก่ โดยในปีนี้มีนักขับขี่จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงนักขับขี่ต่างชาติจากมองโกเลีย เกาหลีใต้และอินโดนีเซีย รวมจำนวนกว่า 30 คน นับว่าเป็นความอบอุ่นของสาวกโรยัล เอ็นฟีลด์นานาชาติ ที่ได้ขยายมิตรภาพร่วมกัน”

        
#RoyalEnfield #TourofThailand #PureMotorcycling

ยูดี ทรัคส์ สานต่อกิจกรรมฝึกอบรมปลูกฝังความปลอดภัยในการใช้ถนนร่วมกับรถบรรทุก

 

เมื่อเร็วๆนี้ ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย ร่วมกับศูนย์บริการธนะดี ออโต้ ทรัคฯ จังหวัดเชียงราย สานต่อกิจกรรมฝึกอบรมปลูกฝังความปลอดภัยในการใช้ถนนร่วมกับรถบรรทุก ภายใต้โครงการ “UD Road Safety for Children” ณ โรงเรียนชุมชนดอยช้าง จังหวัดเชียงราย

 

โดยในวันงาน ทางยูดี ทรัคส์ ได้มีอาจารย์ผู้ฝึกสอนการขับขี่รถบรรทุก มาให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ รวมทั้งยังให้เด็กๆในจำลองสถานการณ์จริง หากต้องเข้าใกล้ หรือต้องขับขี่รถจักรยานยนต์ร่วมถนนกับรถบรรทุก เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มีเด็กนักเรียนจากโรงเรียนร่วมกิจกรรมกว่า 150 คน

 

นอกจากนี้ ทางยูดี ทรัคส์ และศูนย์บริการธนะดี ออโต้ ทรัคฯ จังหวัดเชียงราย ยังได้ร่วมกันมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค อาทิเช่น ผ้าห่ม ชุดระบายสี ไอศครีม และมอบทุนร่วมสนับสนุนกิจกรรมวิ่งการกุศล เพื่อซื้อเครื่องกรองน้ำ และสร้างสาธารนูปโภคให้กับโรงเรียนและชุมชม

 

นางสาวนริศรา คุ้มไข่น้ำ รองประธานฝ่ายขายพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง และหัวหน้าฝ่ายการตลาด บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับกิจกรรมนี้เราได้ร่วมมือกับศูนย์บริการธนดีฯ ตัวแทนดีลเลอร์ จังหวัดเชียงราย เป็นการสานต่อกิจกรรมตอบแทนสังคมซึ่งที่ยูดี ทรัคส์ เราให้ความสำคัญเพื่อเป็นการแนะนำ และสร้างความตะหนักรู้ถึงจุดบอด หรือมุมอับ ข้อควรระวังขณะใช้ถนนร่วมกับรถบรรทุก เพื่อความปลอดภัยต่อต่อเด็ก เยาวชน และชุมชน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ‘Better Life’ ที่เราตั้งเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนสู่ระบบโลจิสติกส์ ธุรกิจงานขนส่ง ผู้คน และโลกใบนี้ และนอกจากที่นี่แล้ว เรายังมีแผนที่จะทำกิจกรรมตอบแทนสังคมในภูมิภาคอื่นๆอีกภายในปีนี้”

 

สำหรับโรงเรียนชุมชนดอยช้างตั้งอยู่ ในถิ่นทุรกันดาร ตำบลวาวี  อำเภอแม่ จังหวัดเชียงราย  ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูงประมาณ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล นักเรียนเป็นชาวไทยภูเขา ประกอบด้วยชนเผ่าอาช่า ลีซู ไทยใหญ่ และจีนยูนนาน จำนวนรวมกว่า 670 คน โดยเปิดสอน 3 ระดับชั้น ประกอบด้วย ระดับการศึกษาปฐมวัย ระดับประถมศึกษา  และ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น