MOTOR EXPO 2023 รวมยานยนต์ครบวงจรรถยนต์ 40 แบรนด์ จักรยานยนต์ 23 แบรนด์“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40”

ศูนย์รวมยานยนต์ประกาศความยิ่งใหญ่ พร้อมจัดแสดงรถยนต์ จักรยานยนต์ เรือ และอากาศยาน ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม นี้
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” เผยว่า “ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “ยานยนต์: ความหมายที่มากกว่า – Mobility: Imagination and Beyond” มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 40 แบรนด์ จาก 11 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 23 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ รวมถึงมีธุรกิจ เรือ และเพิ่มการจัดแสดงอากาศยาน ทำให้งานมีความสมบูรณ์แบบจากการแสดงยานยนต์ครบวงจรทั้ง ทางบก เรือ และอากาศเป็นครั้งแรก”
รถยนต์ 40 แบรนด์ ได้แก่ AION, AUDI, BENTLEY, BMW, BYD, CHANGAN, FORD, GWM, HONDA, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, KIA, LEXUS, LOTUS, MASERATI, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, MOKE, NETA, NEX, NISSAN, PEUGEOT, POCCO, PORSCHE, SMOGO, SUBARU, SUZUKI, TATA, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING รวมถึงชุดแต่ง และรถยนต์จากผู้นำเข้าอิสระ ได้แก่ BMW M PERFORMANCE, CARLSSON, M’Z SPEED และ SWIFT
รถจักรยานยนต์ 23 แบรนด์ ได้แก่ ALPHA VOLANTIS, BMW, CINECO, CYCLONE, EM EV BIKE THAILAND, FELO, HANWAY, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, I-MOTOR, KAWASAKI, LAMBRETTA, LYVA, RAPID, ROYAL ALLOY, ROYAL ENFIELD, SCOMADI, SMOGO, SOLAR, SUZUKI, TRIUMPH, YAMAHA และ ZEEHO 
นอกจากนี้ ยังมีรถมือสอง 4 แบรนด์ ได้แก่ BMW PREMIUM SELECTION, JUST CAR, MERCEDES-BENZ CERTIFIED, PRE-OWNED VEHICLES และ VOLVO SELEKT
พื้นที่ JOIN BOAT PLATFORM โดยงาน MOTOR EXPO 2023 ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจเรือจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเรือ และการท่องเที่ยวทางน้ำ อย่างต่อเนื่อง โดยจัดแสดงเรือมากกว่า 10 ลำ

ยิ่งกว่านั้น MOTOR EXPO 2023 เปิดพื้นที่จัดแสดงโซนอากาศยานเป็นครั้งแรก โดยร่วมกับ สถาบันการเรียนการสอน เทคโนโลยี นวัตกรรม บริการภาคพื้น และเช่าเหมาลำ รวม 14 องค์กร ได้แก่ โรงเรียนการบินไทยอินเตอร์ไฟลอิ้ง, สมาคม Blue Bird, สมาคมกีฬาทางอากาศ, สถาบันการบินพลเรือน, EASY 2018, PULSE SCIENCE, TOP Engineering, MU Space and Advanced Technology, YAMAHA, SIT, AAS, สยาม ซีเพลน, First Global Jet และ SAVIATION
สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อสินค้า…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล มีรายละเอียดดังนี้
1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” เมื่อจองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ NEW MG HS PHEV D มูลค่า 1,299,000 บาท
2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า NETA V มูลค่า 760,000 บาท
3. “ซื้อสินค้า…ชิงรถ” เมื่อซื้อสินค้าภายในงานจากร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป (ยกเว้นการจอง/ซื้อรถยนต์, รถจักรยานยนต์ และรถใช้แล้ว) มีสิทธิ์ชิงรางวัลใหญ่ รถยนต์ MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T ราคา 529,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
4. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” เมื่อจองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์  HONDA รุ่น XL750 TRANSALP 2023 มูลค่า 394,000 บาท จำนวน 1 รางวัล
5. “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ผู้ชิงโชคต้องลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 – 31 ธันวาคม 2566 มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์ ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300 มูลค่า 129,900 บาท จำนวน 1 รางวัล
พิเศษสำหรับผู้ชมงานมีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” เป็นแพคเกจชมงานแบบวีไอพี เพียง 700 บาท รับสิทธิพิเศษ ที่จอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 2 ใบ บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ และซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10%
พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

ลมหายใจไร้มลทิน รับรางวัล โครงการที่เป็นเลิศตามแผนปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาเยาวชนทั่วโลก

กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่งผู้แทนเยาวชนประเทศไทยที่ชนะโครงการที่เป็นเลิศตามแผนปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาเยาวชนทั่วโลก เข้ารับรางวัล และร่วมการประชุม World Youth Development Forum (WYDF) 2023 และร่วมกิจกรรม APGYD 2023 Youth Leadership Campus ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยมูลนิธิลมหายใจไร้มลทินเป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะ 100 Excellence Actions : Action Plan for Global Youth Development ได้ร่วมเดินทางไปร่วมรับรางวัลในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ทั้งนี้เยาวชนผู้แทนประเทศไทยยังได้ร่วมเรียนรู้แผนการการพัฒนาเยาวชนระดับโลก เพื่อนำประสบการณ์ความรู้มาพัฒนาต่อยอดกิจกรรมด้านเด็ก และเยาวชนในประเทศไทยต่อไป

“ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW”เชิญชมรถโบราณ รถคลาสสิค เรือ

สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” อวดโฉมรถโบราณทรงคุณค่า หาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค  ไอคอนสยาม 27 -29 ตุลาคม 2566

ดร. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการ สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม  จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” ภายใต้แนวคิด “Vintage Spirits are Timeless” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมฉลองครบรอบ 50 สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โดยจัดแสดงรถโบราณ รถคลาสสิค และเรือหลากหลายประเภท ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระหว่างวันที่ 27–29 ตุลาคม 2566 โดยสมาคมฯ จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้ได้ 25 ล้านคนร่วมกับคนไทยทุกคน”

สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “งาน ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW ครั้งแรกได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยมจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ปีนี้จึงจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ตอกย้ำแนวคิดการดำเนินธุรกิจ “Collaboration to Win” ที่พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรในทุกมิติ สร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้ลูกค้าทุกคนที่มาเยือน”
ไฮไลท์ในงาน ได้แก่ รถ BMW 503 Coupe ปี 1956 ผลิตขึ้นเพียง 412 คัน ปัจจุบันมีไม่เกิน 100 คัน และรถคันนี้เป็นคันเดียวในเอเชีย
Mercedes-Benz 300SL Gullwing ปี 1955 รถสปอร์ทที่พัฒนาจากรถแข่ง ประตูปีกนก กวาดแชมพ์รายการ CARRERA PANAMERICANA ในสหรัฐอเมริกา และ LE MANS ในยุโรป
Alfa Romeo Duetto ปี 1966 รถสปอร์ตเปิดประทุน จากประเทศอิตาลี รูปทรงเพรียวลม คล้ายเรือติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 1600 cc. พละกำลัง 109 แรงม้า เหมาะสำหรับขับกินลมชมวิวในยุคนั้น
Ferrari 550 Barchetta ปี 2001 รถโรดสเตอร์ ซูเปอร์คาร์ ที่พัฒนาโดย Michael Schumacher ผลิตทั้งหมดเพียง 448 คัน พวงมาลัยขวาเพียง 42 คัน และมีคันเดียวในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีรถโบราณ รถคลาสสิคที่น่าสนใจมากมาย รวมถึงเรือหลากหลายประเภท ที่ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK และงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40”
เชิญชมงานแสดงรถโบราณ “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” และร่วมสนุกกับกิจกรรมชิงรางวัลมากมาย ระหว่างวันที่ 27–29 ตุลาคม 2566 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM และ Facebook: Vintage Car Club of Thailand

ดับบลิวเอชเอ ปิดดีลเอฟดีไอครั้งใหญ่แห่งปี! กับฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชียด้วยสัญญาซื้อขายที่ดิน 250 ไร่ รุดตั้งฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งแรก


เพื่อส่งออกทั่วโลก ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4
ด้วยมูลค่าโครงการเฟสแรกกว่า 8,862 ลบ.

กรุงเทพฯ 26 ตุลาคม 2566 – บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในเครือดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งใหญ่กับบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำ 4 กลุ่มของจีน จำนวน 250 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น    ซีบอร์ด 4 ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป บนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อสร้างโรงงานผลิต        ยานยนต์ไฟฟ้า นับเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) ครั้งสำคัญแห่งปี 2566 สะท้อนถึงศักยภาพและการบูรณาการด้านการส่งเสริมการลงทุนอันโดดเด่นของประเทศไทย และมาตรฐานการจัดการ นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์อัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ที่มีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นอีกก้าวที่ยั่งยืนในการผลักดันให้ไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรชั้นนำของโลก

ในพิธีลงนามในสัญญาครั้งสำคัญนี้ ได้รับเกียรติจาก มิสจาง เซียว เซียว (Ms. Zhang Xiaoxiao) อัครราชทูตจีน ประจำแผนกพาณิชย์ สถานทูตจีนประจำประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมีนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ มร. เซิน ซิงหัว (Mr. Shen Xinghua) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด และกรรมการผู้จัดการและประธานกรรมการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงนามในสัญญา

มร.เซิน ซิงหัว  (Mr. Shen Xinghua) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด และกรรมผู้จัดการและประธานกรรมการ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย มีความยินดีที่ได้ลงนามซื้อขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 ภายใต้การสนับสนุนจากบีโอไอในการลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งนี้เหตุผลสำคัญในการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่นี้ เนื่องจากประเทศไทย และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ ด้วยทำเลที่ตั้งและชื่อเสียงของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของภูมิภาค  ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4  มีสิ่งที่เรามองหา ทั้งทำเลที่ตั้งอันโดดเด่นบนพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของอีอีซี ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ระบบสาธารณูปโภคและบริการระดับเวิลด์คลาส รวมไปถึงการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพสูง  นอกจากนั้นแล้ว ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ยังมีบทบาทสำคัญในการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ในอีอีซีด้วย  สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการลงทุนของฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย โดยเรามีแผนใช้เงินลงทุนในเฟสแรกกว่า 8,862 ล้านบาท เพื่อตั้งฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา ทั้งประเภท BEV, PHEV, REEV (Range Extended EV) สำหรับจำหน่ายในไทยและส่งออกสู่ภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และแอฟริกาใต้ ด้วยกำลังการผลิตรถยนต์ 100,000 คันต่อปี   รวมถึงจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะเริ่มผลิตรถยนต์ได้ในปี 2568 นอกจากนี้ เรายังเล็งเห็นถึงศักยภาพของไทยมากกว่าการเป็นฐานการผลิต จึงมีแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์ในไทยในระยะต่อไปอีกด้วย”

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ปขอขอบคุณ บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย จำกัด ที่ให้ความเชื่อมั่นและเลือกดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดตั้งฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในประเทศไทย การลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แห่งปีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ตลอดจนเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าประเทศไทยคือจุดหมายด้านการลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทคจากต่างประเทศที่สำคัญของเอเชีย”

นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 เป็นนิคมอุตสาหกรรมลำดับที่ 9 ของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในประเทศไทย มีพื้นที่ทั้งหมด 2,443 ไร่ (รวมพื้นที่ส่วนขยาย) ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ของอีอีซีที่เอื้อต่อการส่งออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ได้รับการออกแบบให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์อัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) โดยมีโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐานระดับโลก เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมล่าสุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การคมนาคมขนส่ง การรักษาความปลอดภัย การควบคุมด้านสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการผลิตและการบำบัดน้ำเสีย และมีการเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมส่วนกลางของดับบลิวเอชเอ (Unified Operation Center หรือ UOC) ที่สำนักงานใหญ่ ดับบลิวเอชเอ ทาวเวอร์ ย่านบางนา ทำให้บริษัทฯ สามารถตรวจสอบสภาวะด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ในการพัฒนาธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน The Ultimate Solution for Sustainable Growth

ทั้งนี้การเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการขยายคลัสเตอร์ยานยนต์ในอีอีซีอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยมีมูลค่าการลงทุนกว่า 1.44 พันล้านดอลล่าร์ ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าสำคัญของโลกต่อไป โดยที่ผ่านมาบีโอไอได้อนุมัติโครงการยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 23 โครงการจาก 16 บริษัท และภายในปี 2573 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะมีสัดส่วน 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย หรือ 725,000 คันต่อปี
“การตัดสินใจลงทุนในประเทศไทยของฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าบนเวทีโลก เพราะนอกจากแสดงถึงความเชื่อมั่นของฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย ที่มีต่อประเทศไทยทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพของตลาด นโยบายเชิงรุกในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่ครบวงจรพร้อมรองรับการผลิต ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป พร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะแผนยุทธศาสตร์ชาติในการผลักดันให้ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นฐานการผลิตยานต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่สำคัญของโลก ตลอดจนการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ และการผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร สู่การบรรลุเป้าหมายการใช้ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle) ภายในปี 2573 หรือ 2030 ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 (Net Zero Greenhouse Gas by 2050)” คุณจรีพรกล่าวทิ้งท้าย

ฉลองครั้งยิ่งใหญ่ 60 ปี แบรนด์แมคลาเรนพร้อมเปิดตัวแมคลาเรน 750S ครั้งแรกในกรุงเทพฯ

แมคลาเรน แบงคอก (McLaren Bangkok) นำโดย วิทวัส ชินบารมี (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้บริหาร McLaren Bangkok ร่วมฉลองแบรนด์แมคลาเรนครบรอบ 60 ปี ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุด แมคลาเรน 750S รุ่น Coupé ให้แขกผู้มีเกียรติในงานได้ยลโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงาน ประกอบด้วยนิทรรศการบอกเล่าความสำเร็จของแบรนด์แมคลาเรนตั้งแต่เริ่มต้นจวบจนปัจจุบัน ทั้งทางด้านการลงสนามแข่งหรือการพัฒนายนตรกรรมให้ล้ำหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากนี้ แมคลาเรน แบงคอก ยังได้จัดแสดงรถไฮเปอร์คาร์ อย่างแมคลาเรน สปีดเทล (McLaren Speedtail) ที่ผลิตเพียงแค่ 106 คันในโลกและมีเพียงคันเดียวในประเทศไทย มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท โดยมี แดน ฮอตชิน (ขวาสุด)  ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย,นิวซีเเลนด์ ร่วมอธิบายรายละเอียดของตัวรถตั้งแต่การออกแบบรวมถึงสมรรถนะ พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตีชื่อดังของเมืองไทยให้เกียรติมาร่วมงาน เพื่อยลโฉมสุดยอดยนตรกรรมระดับโลกอย่างคับคั่ง อาทิ ภาคภูมิ ร่มไทรทอง (ซ้ายสุด)  กฤษดา วิทยาขจรเดช (ที่ 2 จากขวา)  ณ ซัมเมอร์ เฮ้าส์ ปาร์ค นายเลิศ เมื่อเร็วๆ นี้

เอเอเอสฯ เปิดประสบการณ์ ‘Bentley Driving Experience’ 

นำลูกค้าสัมผัสสมรรถนะการขับขี่แบบเหนือชั้น ณ ปทุมธานีสปีดเวย์

(กรุงเทพฯ 4 ตุลาคม 2566) บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นำลูกค้าเปิดประสบการณ์การทดลองขับ 2 อัครยนตรกรรม Bentley Bentayga Hybrid และ Bentley Flying Spur Hybrid ในแบบ On-track Experience และ On-the-road Experience พร้อมเผยโฉม Bentley Flying Spur Azure Hybrid ในกิจกรรม ‘Bentley Driving Experience’ ณ สนามแข่งรถปทุมธานี สปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 27 กันยายน – 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

ยืนยัน แบตเตอรี่ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เอช เซม สุดประหยัด

จากภาพ  คุญมัญชรี สงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด (ที่ 2 จากขวา) รับโล่โครงการฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงาน (ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5) สำหรับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ แบตเตอรี่จักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบสับเปลี่ยนได้ จากคุณประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) (ที่ 2 จากซ้าย) และเป็นการรับโล่ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ณ อาคาร 9 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เอช เซม ลงนามความร่วมมือ ร่วมผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา

จากภาพ  นายวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด (ที่ 2 จากซ้าย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษากับวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ตามแนวนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อร่วมผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้เพิ่มพูนทักษะและศักยภาพให้กับนักศึกษาอาชีวะได้นำหลักสูตรที่ศึกษามาทำงานจริง ณ หอประชุมอร่ามเรืองรอง วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว ‘NAIM FOR MULLINER’ 

ที่สุดของระบบเครื่องเสียงของสุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์

  • ‘NAIM FOR MULLINER’ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์
  • ออปชันมูลค่ากว่า 25,000 ปอนด์* พัฒนาขึ้นสำหรับ Batur by Mulliner
  • การพัฒนากว่า 10,000 ชั่วโมง รังสรรค์ระบบที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล
  • การผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของกรอบลำโพงแบบสามมิติและกรวยตัวขับที่ได้รับการปรับแต่งเป็นอย่างดีเพื่อระบบเสียงที่ดีเยี่ยม
  • ฉลอง 15 ปีแห่งความร่วมมือระหว่างแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์และเครื่องเสียงเนมม์

(ครูว์ 31 สิงหาคม 2566) เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว ‘Naim for Mulliner’ ที่สุดของระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์สำหรับ Bentley Batur by Mulliner สุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์รุ่นพิเศษที่จะถูกรังสรรค์ขึ้น ณ Bentley’s Dream Factory เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ โดยระบบเครื่องเสียงภายในรถยนต์รุ่นพิเศษนี้ผ่านการพัฒนากว่า 10,000 ชั่วโมง พร้อมด้วยฮาร์ดแวร์ใหม่ที่โดดเด่นและการปรับแต่งระบบใหม่ทั้งหมด สำหรับออปชันระบบเสียง ‘Naim for Mulliner’ สนนราคาอยู่ที่ 25,000 ปอนด์* หรือ ประมาณ 1,104,689 บาท*

เอช เซม สุดปลื้ม รับรางวัลธรรมาภิบาลธุรกิจ ประจำปี 2566  

จากภาพ  คุณมัญชรี สงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด (ภาพซ้าย) และคุณรัตชนก หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอช เซม เทรดดิ้ง            คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ภาพขวา) รับโล่รางวัลและหนังสือรับรองธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์รับรองมาตรฐานธรรมา     ภิบาลธุรกิจ ประจำปี 2566 จาก นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมอบให้กับบริษัทฯ ที่มีการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งด้านนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่า และที่สำคัญไม่มุ่งแต่จะแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียว ณ ห้องพีโอนี่ ชั้น 6 อาคารล็อบบี้ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น