เด็กๆ ก็เที่ยวได้ รวมกิจกรรมเยาวชนใน MOTOR EXPO 2023

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชนมากมายเพลิดเพลินได้ทั้งครอบครัว ดังนี้

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR บริเวณ ลอบบี ชาลเลนเจอร์ เปิดโอกาสให้เด็กอายุ 4-6 ปี ความสูงไม่เกิน 120 ซม. น้ำหนักไม่เกิน 30 กก. ได้เรียนรู้กฎจราจรเบื้องต้น ชมวีดีทัศน์จราจร ขับรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับเด็ก ในถนนจำลอง ที่ติดตั้งป้าย และเครื่องหมายจราจรประเภทต่างๆ

มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรม “ดนตรีเป็นพลังแห่งลมหายใจไร้มลทิน” ชมการแสดงของวงดนตรีจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็ก อาทิ วาดภาพระบายสี อ่านหนังสือ เล่านิทาน ฯลฯ เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต

F1 IN SCHOOLS นิทรรศการ และผลงานของนักแข่งทีมไทยที่ไปแข่งขันในต่างประเทศ รวมถึงเรียนรู้ และฝึกทักษะการขับรถ F1 แบบง่ายๆ

นิทรรศการนวัตกรรมสัมผัสอนาคต ชมผลงานสร้างสรรค์นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับยานยนต์ ของเยาวชนระดับอุดมศึกษา

HOT WHEELS 2023 นักสะสมรถเหล็กต้องไม่พลาด “HOT WHEELS BASIC CARS” หลากหลายรุ่นมากที่สุดในเมืองไทย ที่บูธ H13 ชาลเลนเจอร์ 3

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

เดินทาง ฟรี ! ไปชมงาน MOTOR EXPO 2023

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” บริการรถโดยสารปรับอากาศ รับ-ส่ง ฟรี ! 4 เส้นทาง ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.30 น. รถออกทุก 30 นาที หรือเมื่อผู้โดยสารเต็ม จาก 4 จุด ดังนี้

  • 1. รังสิต-IMPACT-รังสิต ประตูทางออกศูนย์การค้า G12 ฝั่งร้าน AIS (ถัดจากท่ารถตู้)
  • 2. หลักสี่-IMPACT-หลักสี่ จุดจอดรถรับ/ส่ง BTS ใต้ชานชาลาสถานีหลักสี่ EXIT 3 และ EXIT 4
  • 3. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต จุดจอดรับส่ง BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
  • 4. หัวลำโพง-IMPACT-หัวลำโพง ลานจอดรถของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) MRT สถานีหัวลำโพง EXIT 2

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th/shuttlebus หรือชมงานตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน MOTOR EXPO Application motorexpo.co.th/applications/mobile

พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

เอเอเอสฯ เปิดตัว ODYSSEAN EDITION เบนท์ลีย์รุ่นลิมิเต็ดที่ยั่งยืนที่สุดคันแรกในไทย

พร้อมจัดแสดง BENTAYGA AZURE HYRBID

กับข้อเสนอพิเศษเบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบส่งท้ายปี ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40

(กรุงเทพฯ 30 พฤศจิกายน 2566) เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว Flying Spur Hybrid Odyssean Edition อัครยนตรกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหรูหราและความยั่งยืนคันแรกและคันเดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก ภายใต้แนวคิด ‘EXTRAORDINARY MOBILITY FOR THE NEXT CENTURY’ ร่วมออกเดินทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมจัดแสดง Bentayga Azure Hybrid พร้อมส่งมอบกับข้อเสนอพิเศษ ‘Bespoke Your Extraordinary Offers’ แคมเปญพิเศษสำหรับรถยนต์พร้อมส่งมอบส่งท้ายปีที่สามารถออกแบบได้ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกมูลค่าส่วนลดที่ยากจะปฏิเสธ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ หรือ การเพิ่มการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 Thailand International Motor Expo 2023 วันนี้ ถึง วันที่ 11 ธันวาคม 2566 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

AION Y Plus 490 Premium เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการในงาน Motor Expo 2023ด้วยราคา 1,099,900 บาท และยังมีเปิดตัว AION ES และรถสปอร์ตรุ่น Hyper อีกด้วย



วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 GAC AION ได้เปิดตัว AION Y Plus 490 Premium ที่งาน Thailand International Motor Expo 2023 ด้วยราคา 1,099,900 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย นอกจากนี้ยังได้เผยโฉม Hyper GT, Hyper HT และ Hyper SSR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ของ GAC AION รวมถึง AION ES รถยนต์ซีดานไฟฟ้ารุ่นแรกในอุตสาหกรรมรถโดยสารสาธารณะของประเทศไทย ที่ได้เปิดตัวพร้อมกันทั้งไทยและต่างประเทศ

“โดยงานครั้งนี้ ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ AION ในงาน Motor Expo ซึ่งเรามาพร้อมกับความจริงใจและเปี่ยมล้นด้วยความคาดหวัง วันนี้เรามีความพร้อมที่จะนำเอานวัตกรรมที่ล้ำสมัยและรถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นมาจัดแสดงภายในงาน Motor Expo 2023 ซึ่งถือเป็นการเล็งเห็นความสำคัญของตลาดรถในประเทศไทย และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดในอนาคต” นายหรรษา แซ่ซึ้ง Senior Regional Sales Manager บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

AION Y Plus 490 Premium โฉมใหม่ ได้รับการอัปเกรดออปชันอย่างเต็มรูปแบบทั้งหมด 24 รายการ ภายนอกมาพร้อมกับระบบไฟสูงอัจฉริยะ พร้อมประตูฝาท้ายระบบไฟฟ้า และฟังก์ชัน VTOL ภายใน มีการเพิ่มระบบระบายอากาศเบาะที่นั่งคนขับ เบาะผู้โดยสารตอนหน้าสามารถปรับได้ 4 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารสามารถปรับได้ตามจังหวะดนตรี เบาะหลังมีการติดตั้งพนักพิงศีรษะและที่วางแขนตรงกลาง  รวมถึงระบบการขับขี่อัจฉริยะและระบบความบันเทิง มีการอัปเกรดเพิ่มขึ้นถึง 12 รายการ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ นอกจากนี้เรายังได้แถมสาย Emergency Charging ให้กับลูกค้าที่ซื้อ AION Y Plus 490 Premium อีกด้วย

ในส่วนของเทคโนโลยี AION Y Plus 490 Premium ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า AEP ซึ่งมาพร้อมกับคุณสมบัติที่โดดเด่นและทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง  มาพร้อมอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถได้อย่างมั่นใจและได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งตำแหน่งการวางแบตเตอรี่ไว้ที่จุดศูนย์กลางของตัวรถ ทำให้มีความปลอดภัยสูง ส่งผลให้ตัวรถทำงานควบคู่กับระบบอัจฉริยะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ตัวแบตเตอรี่ขนาด 63.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดมากถึง 490 กม. พร้อมด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลกอย่าง Magazine Battery ที่ผ่านการทดสอบโดยการใช้กระสุนปืนยิงทะลุแบตเตอรี่มากกว่า 980,000 ครั้ง ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางของรอยกระสุนที่ใหญ่กว่าการทดสอบแบบทั่วไปมากกว่า 7-8 เท่า ผลลัพธ์คือแบตเตอรี่ไม่มีการติดไฟหรือเกิดการระเบิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แนวคิดการออกแบบ AION Y Plus 490 Premium ได้คำนึงถึงความสะดวกสบายและการใช้งานจริงเป็นหลัก  ในขณะเดียวกันก็ได้รวมเอาความทันสมัย และฟังก์ชั่นการขับขี่อัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร AION Y Plus 490 Premium มีระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,750 mm พร้อมด้วยพื้นที่วางขาด้านหลัง 1,022 mm ทำให้มั่นใจได้ถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสาร เบาะนั่งคู่หน้าสามารถพับราบเป็นเตียงขนาดใหญ่ได้ 1.8 เมตร มอบทางเลือกในการพักผ่อนที่มากกว่าและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางระยะไกล เบาะโดยสารด้านหลังสามารถพับลงกลายเป็นพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายที่มากถึง 1,200 ลิตร สามารถรองรับสัมภาระจำนวนมากได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์ผู้ที่มีสัมภาระเป็นจำนวนมาก

AION Y Plus 490 Premium มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ACC with Stop & Go และระบบ ICA ที่ช่วยให้การขับขี่ในความเร็วสูงทั้งทางตรงและทางโค้งได้มีประสิทธิภาพ และฟังก์ชั่นช่วยขับขี่ในสภาพจราจรติดขัด  TJA (Traffic Jam Assist) ที่จะช่วยควบคุมเบรกและคันเร่งให้โดยอัตโนมัติ  ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่จากสถานการณ์รถติด ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องรถติดอีกต่อไป   และยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอื่นๆอีกมากมาย เช่น FCW, AEB, LDW และ LKA ซึ่งทำหน้าที่แจ้งเตือนการขับขี่และช่วยเหลือผู้ขับในสภาวะที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ตัวรถยังมาพร้อมกับระบบแสดงภาพพาโนรามา 540 องศา             กำจัดจุดบอดในการมองเห็น และมีระบบสั่งการด้วยเสียงสามารถรองรับได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อีกทั้งยังมีระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย ระบบนำทางและฟังก์ชั่นฟังเพลงแบบออนไลน์ รวมถึงระบบควบคุมรถระยะไกลผ่าน Application เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้รถ

ในขณะนี้ AION กำลังก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC จังหวัดระยอง ด้วยเงินลงทุนสูงถึง 2.3 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะมีกำลังการผลิตมากกว่า 50,000 คันต่อปี โดยจะก่อสร้างเป็น 2 เฟส คาดว่าโครงการเฟสแรกจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2567 ปัจจุบัน AION ทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มตัวแทนจำหน่ายหลายกลุ่มในประเทศไทย และมีศูนย์บริการแล้ว 35 แห่ง โดย 27 แห่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และภายในสิ้นปี 2566 นี้ AION มีแผนการที่จะขยายศูนย์จำหน่ายและศูนย์บริการให้ถึง 50 แห่ง

GAC AION มุ่งมั่นที่จะให้บริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันศูนย์สต๊อกอะไหล่ของเราได้เริ่มเปิดให้บริการแล้ว สามารถส่งอะไหล่ได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศไทย ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย และในวันที่ 15 ธันวาคม จะมีการเปิดตัวแอปพลิเคชันที่รวบรวมข้อมูลต่างๆของแบรนด์ สามารถค้นหาตัวแทนจำหน่ายและนัดหมายทดลองขับได้ภายในคลิ๊กเดียว รวมถึงบริการหลังการขาย นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบควบคุมรถจากระยะไกล  เช่น การล็อครถ และการเปิดแอร์  เป็นการมอบประสบการณ์การบริการดิจิทัลที่สะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้

ปัจจุบัน GAC AION กำลังเร่งดำเนินกลยุทธ์ในระดับโลก และกำหนดให้ประเทศไทยเป็นฐานการพัฒนาและการผลิตที่สำคัญในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ AION ได้ให้ประเทศไทยเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นศูนย์กลางทางยุทธศาสตร์สู่ตลาดระดับโลก การเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ของ GAC AION ประเทศไทย ถือเป็นก้าวแรกที่มั่นคงในการพัฒนาสู่ระดับโลก และหลังจากการดำเนินการในประเทศไทย AION ได้วางแผนที่จะขยายขอบเขตธุรกิจและกำหนดเป้าหมายไปยังยุโรป อเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ โดยเฉพาะตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระดับโลกและความมุ่งมั่นในการขยายตลาด

นอกจากนี้ในงาน Motor Expo 2023 AION ยังได้นำแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ของ GAC AION มาโชว์ด้วย อย่างเช่น Hyper GT รถสปอร์ตซีดานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูดุดันและสง่างาม เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยราคาประมาณ 1,100,000 – 1,700,000 บาท (ในประเทศจีน) สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก และทำยอดขายไปได้มากถึง 2,000 คันในเดือนแรกของการเปิดตัว ถือเป็นรถสปอร์ตซีดานไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ที่ทำยอดขายได้เร็วที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว ดีไซน์ภายนอกและภายในของ Hyper GT แฝงไว้ด้วยเส้นสายที่ดูสปอร์ต ผสานกับความหรูหราไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) ที่สามารถเปิด-ปิด ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว รวมถึงสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ ที่จะทำงานเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด หรือเลือกเปิด – ปิด ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่

ขุมพลังของ Hyper GT จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว มอบพละกำลังสูงสุด 340 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.9 วินาที ขับเคลื่อนล้อหลัง จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 80 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 710 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) นอกจากนี้ยังได้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ NDA ทำงานควบคู่กับกล้อง LIDAR 3 ตัวที่สามารถปรับโฟกัสสำหรับการตรวจหาวัตถุได้ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล พร้อมด้วยชิปประมวลผล AI คุณภาพสูงจาก Huawei มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย และปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับและผู้โดยสาร

และ Hyper HT เอสยูวีขุมพลังไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอนด์ รุ่นแรกจาก Hyper แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจาก GAC AION ที่มาพร้อมกับดีไซน์ สมรรถนะ และออปชั่น ที่เหนือกว่า โดยรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม AEP 3.0 ที่ทาง GAC AION วิจัยและพัฒนาขึ้นมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Xingling ซึ่งจะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์มากถึง 39 ตัว, ทำงานควบคู่กับกล้อง LIDAR 3 ตัว ให้ความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ขับและผู้โดยสาร

Hyper HT ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ในตลาดเอสยูวีไฟฟ้า 100% โดยได้ชูจุดเด่น 4 ประการได้แก่ ดีไซน์และการออกแบบที่หรูหรา, วัสดุและการตกแต่งระดับพรีเมียม, สมรรถนะการขับที่ยอดเยี่ยม และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ชาญฉลาด มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ขับและผู้โดยสาร สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ Hyper ได้แก่ Advanced , Trendy , Fun , High-grade

ปิดท้ายด้วย Hyper SSR ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100% ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ถือเป็นรถซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงระดับไฮเอนด์รุ่นแรก ภายใต้แบรนด์ Hyper จาก GAC AION บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับแถวหน้าจากประเทศจีน

Hyper SSR มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวและเป็นเอกลักษณ์ ตัวถังภายนอกผลิตขึ้นจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง 100% ให้ความแข็งแรงและมีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็กทั่วไปมากถึง 2.5 เท่า โดดเด่นด้วยประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) ที่สามารถเปิดหรือปิดเพียงแค่กดปุ่มบริเวณประตู, หรือเหยียบแป้นเบรกให้ลึกขึ้นในขณะจอดรถ ประตูก็จะเปิดโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Active Spoiler ซึ่งสามารถสร้างแรงกดบริเวณท้ายรถได้มากถึง 100 กิโลกรัม และไม่น่าเชื่อว่า Hyper SSR มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) เพียงแค่ 0.146 เท่านั้น

ขุมพลังของ Hyper SSR จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้พละกำลังสูงสุดมากถึง 1,225 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G

ตัวรถ Hyper SSR ถูกคิดค้น วิจัย และพัฒนา โดยทีมวิศวกรของ Hyper ทั้งหมด และถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับสูง ถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์จีน และยังเป็นรถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นแรกๆ ที่เริ่มวางขายในประเทศจีนอีกด้วย

เสือดำผงาด! “สโกมาดิ” เปิดตัวสกู๊ตเตอร์โมเดิร์น คลาสสิก สัญชาติอังกฤษ รุ่นล่าสุด


“TURISMO ELECTRONICA” และ “TURISMO PICCOLO 125i”
ให้เหล่าไรเดอร์ยลโฉมครั้งแรกใน “มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023”

กรุงเทพฯ 29 พฤศจิกายน 2566 – สโกมาดิ ผู้จัดจำหน่ายรถสกู๊ตเตอร์สัญชาติอังกฤษ ตอกย้ำจุดยืนการเป็นแบรนด์สกู๊ตเตอร์สไตล์โมเดิร์น คลาสสิก ที่มีความโดดเด่นด้านดีไซน์แบบดั้งเดิมและนวัตกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ด้วยการเปิดตัวสองโมเดลล่าสุด ได้แก่ “TURISMO ELECTRONICA” รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นแรกของสโกมาดิที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยและสมรรถนะที่เหนือระดับ เปิดจำหน่ายแบบลิมิเต็ดเพียง 200 คัน เท่านั้น พร้อมพบความเอ็กซ์คลูซีฟของรถคันพิเศษเพียงหนึ่งเดียวที่สร้างสรรค์โดย “MR. KREME” ศิลปินอาร์ตทอยชื่อดังชาวไทย ควงคู่มากับการเปิดตัว “TURISMO PICCOLO 125i” สกู๊ตเตอร์โมเดิร์น คลาสสิก ที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของนักขับขี่มือใหม่โดยเฉพาะ พร้อมให้ได้ร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิด ตลอดจนพบข้อเสนอและโปรโมชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมกันที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” (มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023) ณ บูธสโกมาดิ G08 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566

นายจักรพงษ์ ศานติรัตน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สโกมาดิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สโกมาดิ พร้อมสั่นสะเทือนวงการอีกครั้งในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023 ด้วยการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ “TURISMO ELECTRONICA” รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพรีเมียม โมเดิร์น คลาสสิก รุ่นแรกของสโกมาดิ ที่ผสานรูปลักษณ์อันสง่างามสไตล์วินเทจเข้ากับนวัตกรรมล้ำสมัยได้อย่างลงตัว ด้วยกำลังมอเตอร์ 3,000 W ทำความเร็วได้สูงสุด 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมความจุแบตเตอรี 72 โวลต์ 40Ah ให้การขับระยะทางไกลถึง 101 กิโลเมตร ในระยะเวลาการชาร์จเต็มเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ Economy Normal และ Sport  พร้อมด้วยเกียร์ถอยหลัง มีโช้คหน้าและหลังแบบไฮดรอลิกปรับพรีโหลดได้ และระบบเบรก CBS เพื่อประสบการณ์ขับขี่ที่ลอดภัย สะดวกและคล่องตัว รวมไปถึงฟีเจอร์หน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 ตารางนิ้ว รองรับการเชื่อมต่อและสั่งการผ่านแอปพลิเคชัน โดยวางจำหน่ายแบบลิมิเต็ดเพียง 200 คันเท่านั้น ซึ่งแต่ละคันจะมีหมายเลขกำกับ ไล่เรียงตั้งแต่หมายเลข 001 ไปจนถึง 200 และมาพร้อม 3 ตัวเลือกสีให้เลือก ได้แก่ สี Emerald Green สี Coal Pearl และสี Panther Black พร้อมให้เป็นเจ้าของในราคา 149,000 บาท

อีกทั้งความพิเศษของการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่น TURISMO ELECTRONICA ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะสโกมาดิได้มีการจับมือ “MR. KREME” แอนดี้-วรกันต์ จงธนพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดังชาวไทยเจ้าของคาแรคเตอร์อาร์ตทอยสุดฮิตอย่าง ROSADO MUSHKIN และ CORKIN ร่วมออกแบบสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวในรูปลักษณ์พิเศษสุดตราตรึงใจ คันแรกและคันเดียวของโลก โดยพร้อมให้เหล่าแฟน ๆ ได้ยลโฉมรถคันจริงแบบเอ็กซ์คลูซีฟเป็นครั้งแรกในงานนี้อีกด้วย

พร้อมกันนี้ยังได้นำเสนอ “TURISMO PICCOLO 125i” สกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่จัดเต็มดีเอ็นเอของรถสไตล์บริทิช โมเดิร์น คลาสสิก ด้วยดีไซน์พรีเมียมมีเอกลักษณ์บ่งบอกถึงความคลาสสิกโดดเด่นเฉพาะตัว
ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ให้การขับขี่ของเหล่าไรเดอร์หน้าใหม่และไรเดอร์นิวเจนผู้หลงใหลในสกู๊ตเตอร์คลาสสิกได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานในทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี กระบอกสูบเดียวที่ให้ความเร็วสูงสุด 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 7.25 แรงม้า ที่ 7,300 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 9.67 นิวตันเมตร ที่ 7,200 รอบต่อนาที พร้อมความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 11 ลิตร ความจุแบตเตอรี 12 โวลต์ มาตรฐาน Euro 4 รวมไปถึงระบบความปลอดภัย โช้คหน้าและหลังแบบไฮดรอลิกปรับพรีโหลดได้ ดิสก์เบรกล้อหน้ากว้าง 220 มิลลิเมตร และล้อหลัง 200 มิลลิเมตร ส่งมอบการขับขี่ที่สะดวกสบายและนุ่มนวลยิ่งกว่าเคย โดยมีให้เลือก 4 สี ประกอบด้วย สี Aetna Blue สี Lightning Yellow สี Panther Black และสี Crimson Red ในราคา 114,900 บาท

“นอกจากนี้ สโกมาดิพร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจ ด้วยลูกเล่นการตกแต่งบูธในธีม “Modern British” เนรมิตความหรูหรามีระดับฉบับผู้ดีอังกฤษในทุกโซน ไม่ว่าจะเป็นโซนจัดแสดงแอคเซสเซอรีและเครื่องแต่งกายที่ครบครัน ไปจนถึงมุมนั่งจิบกาแฟที่จำลองดีไซน์ของคาเฟ่หรูใจกลางกรุงลอนดอนให้ได้มาเพลิดเพลิน และห้ามพลาด! การโชว์ตัวสกู๊ตเตอร์ โมเดิร์น คลาสสิกทั้ง 17 คัน ที่ยกทัพมาให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมพบโปรโมชันพิเศษสำหรับงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป โดยเฉพาะ อาทิ Gift Voucher สูงสุด 7,000 บาท พร้อมรับ Roadside Assistance 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ตลอดจนรับฟรี! พ.ร.บ จดทะเบียน และหมวกกันน็อค พบกันที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” (มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2023) ณ บูธสโกมาดิ G08 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน -11 ธันวาคม 2566 นี้เท่านั้น” นายจักรพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มได้ทางเว็บไซต์ http://www.scomadithailand.com หรือผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Scomadi Thailand อินสตาแกรม @scomadithailand และ ยูทูป Scomadi Thailand

เริ่มแล้ว MOTOR EXPO 2023ฉลอง 40 ปี รวมยานยนต์ครบวงจร“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” รถ เรือ อากาศยาน เปิดฉากยิ่งใหญ่ ตื่นตาตื่นใจกับรถต้นแบบ

รถรุ่นล่าสุด 40 แบรนด์ จักรยานยนต์ 23 แบรนด์ พร้อมเรือ และอากศยาน เชิญชมได้ตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม นี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นโอกาสครบรอบ 40 ปีของการจัดงาน โดยมีแนวคิด “ยานยนต์: ความหมายที่มากกว่า – Mobility: Imagination and Beyond” จัดแสดงรถยนต์ 40 แบรนด์ จาก 11 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 23 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ คาดจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10-15 % ยิ่งกว่านั้น ยังมีพื้นที่แสดงยานยนต์ที่กำลังได้รับความนิยมอีก 2 ประเภท นั่นคือ เรือ และอากาศยาน 
ไฮไลท์ในงาน ได้แก่ รถต้นแบบ IONIQ SEVEN CONCEPT รถไฟฟ้าอเนกประสงค์ ประตูรถแบบไร้เสาด้านผู้โดยสาร พร้อมระบบ VISION ROOF DISPLAY วัสดุตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุที่ปลอดภัย MINERAL PLASTER ไม้ไผ่ และพรมไบโอเรซิน สีตัวรถผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
HYUNDAI N VISION 74 ได้แรงบันดาลใจจาก PONY COUPE สัญลักษณ์แห่งดีไซจ์นคลาสสิคเหนือกาลเวลา ห้องโดยสารสไตล์ห้องนักบินทรงลูกสูบที่มีคนขับเป็นศูนย์กลาง
HYUNDAI I20 WRC 2020 รถแข่งแรลลี คว้าตำแหน่งผู้ผลิต WRC ยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยชัยชนะจาก 3 สนาม ทั้งที่มนเต การ์โล เอสโตเนีย และซาร์ดินีอา
รถที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ HYUNDAI ELANTRA N รถที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ได้แก่ HYUNDAI SANTA FE และยังมีรถรุ่นใหม่มากมาย อาทิ AUDI A7 SPORTBACK 55 TFSI E QUATTRO, BENTLEY FLYING SPUR HYBRID ODYSSEAN EDITION, BMW XM LABEL RED, YANGWANG U8 PLUG-IN HYBRID SUV, FORD RANGER, HONDA ACCORD, ISUZU D-MAX, JEEP GRAND CHEROKEE, KIA SORENTO, LEXUS RX, MASERATI GRECALE, MAZDA CX-3, MERCEDES-BENZ GLC 220 D 4MATIC AVANTGARDE, MINI CLUBMAN COOPER S FINAL EDITION, MITSUBISHI TRITON ATHLETE, MOKE, NISSAN GT-R, PEUGEOT 2008 SUV, PORSCHE CAYENNE, SUBARU FORESTER, SUZUKI SWIFT, TATA SUPER ACE MINT, TOYOTA YARIS CROSS ฯลฯ

ส่วนรถอีวีรุ่นล่าสุด ได้แก่ AION Y PLUS, CHANGAN L07, ORA 07, LOTUS ELETRE R, MG4 ELECTRIC ICON, NETA GT, NEX BEV PICKUP TRUCK DOUBLE CAB, POCCO, TESLA MODEL 3, VOLVO EX30 PURE ELECTRIC, WULING MINI EV ฯลฯ
ผู้จอง / ซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และสินค้าในงาน  มีสิทธิ์ลุ้นชิงรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง NEW MG HS PHEV D / ซื้อบัตร…ชิง NETA V / ซื้อสินค้า…ชิง MITSUBISHI ATTRAGE 1.2 ACTIVE CVT A/T / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ HONDA รุ่น XL750 TRANSALP 2023 / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถจักรยานยนต์ ALPHA VOLANTIS รุ่น HORIZON300
บริการพิเศษ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR แพคเกจชมงานแบบวีไอพี เพียง 700 บาท รับสิทธิพิเศษ ที่จอดรถ ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 2 ใบ บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ และซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10 %
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงยานยนต์อีก 2 ประเภท ได้แก่ 
JOIN BOAT PLATFORM จัดแสดงเรือยอชท์ เรือยนต์ สปีดโบท สกูเตอร์ และธุรกิจทางน้ำ
AVIATION ZONE จัดแสดงอากาศยานประเภทต่างๆ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. นวัตกรรม และเทคโนโลยีการบิน 2. สถาบันฝึกอบรมด้านการบิน 3. งานบริการภาคพื้น และธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ
ส่วนการแสดง และกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ภายในอาคาร มีดังนี้
SKILL DRIVING EXPERIENCE พื้นที่เล่นเกม และทดสอบทักษะการขับขี่
PHOTO SHOOTING จุดถ่ายภาพสวยงาม กับ THEME CONCEPT ของงาน
มุมมอเตอร์สปอร์ท จัดแสดงรถแข่งหลากหลายสไตล์ สามารถถ่ายภาพได้อย่างใกล้ชิด
นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค พร้อมเปิดให้ร่วมโหวทรางวัล PEOPLE’S CHOICE AWARD 2023
กิจกรรมภายนอกอาคาร 
ลานทดลองขับ พื้นที่ทดลองขับรถรุ่นที่ผู้ชมสนใจ
TEST TRACK FOR AUTOMATED DRIVER ASSIST SYSTEM พื้นที่สำหรับทดลองใช้งานระบบช่วยเหลือ ที่ติดตั้งมากับรถ เช่น ระบบถอยจอดอัตโนมัติ ระบบเบรคอัตโนมัติ ฯลฯ 
SPIRIT OF THE 4×4 DRIVING SCHOOL โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ พบกับทีมครูฝึกมากประสบการณ์ ที่จะแนะนำหลักสูตรสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมทั้งมีสนามจำลองสถานการณ์ต่างๆ ให้ทดลองนั่งรถ 4X4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ 

ชุมนุมรถสวย ชมรถยนต์รุ่นดัง หลากหลายค่าย จากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ
ชมผลงานจากเยาวชนที่หลากหลาย และร่วมกิจกรรมมากมาย ได้แก่ นิทรรศการศิลปินน้อย MOTOR EXPO, SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR, F1 IN SCHOOLS, HOT WHEELS 2023, มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” โครงการนวัตกรรมยานยนต์ 
การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 4 เส้นทาง ดังนี้
1. รังสิต-IMPACT-รังสิต ประตูทางออก G12 ฝั่งร้าน AIS (ถัดจากท่ารถตู้)
2. หลักสี่-IMPACT-หลักสี่ จุดจอดรถรับ/ส่ง BTS รถไฟฟ้าสายสีเเดง สถานีหลักสี่ EXIT 3 และ EXIT 4
3. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต MRT สถานี BTS EXIT 2, MRT EXIT 4
4. หัวลำโพง-IMPACT-หัวลำโพง ลานจอดรถของสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)
พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี วันที่ 30 พฤศจิกายน-11 ธันวาคม 2566 ติดตามข้อมูล MOTOR EXPO ได้ทาง motorexpo.co.th, FB : MotorExpo,  IG : Motorexpoth, Youtube : IMCOnlineTH,   Line : Motorexpo และ Twitter : MotorExpoTH

อีวี ไพรมัส อวดโฉม WULING เพิ่มอีก 2 รุ่น WULING BAOJUN YEP และ รถไฟฟ้าแบรนด์ WULING MINI EV CONVERTIBLE ในงาน Motor EXPO ครั้งที่ 40



• ตอกย้ำ DNA แบรนด์ WULING ที่เน้นความวัยรุ่น โดดเด่น มีเอกลักษณ์ ตามคอนเซ็ปต์ “Young at Heart”
• โชว์นวัตกรรมภายใต้แบรนด์ WULING ที่มีหลากหลายรูปแบบของ City EV ให้คนไทยได้เลือกใช้หลังผลตอบรับ WULING AIR EV ดีเกินคาด
บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบบมัลติแบรนด์ (Multi-Brand EV Distributor) แห่งแรกของไทย และเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์วู่หลิง (WULING) แต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) เปิดตัว City EV ภายใต้แบรนด์ WULING เพิ่มอีก 2 รุ่นคือ WULING BAOJUN YEP และ  WULING MINI EV CONVERTIBLE ในงาน Motor EXPO โดยภายในงานยังได้นำเสนอ WULING AIR EV พร้อมแพ็กเกจโปรโมชั่น ดอกเบี้ย 0% พร้อมประกันภัย ชั้น 1 รวมมูลค่า กว่า 50,000 บาท
นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้เข้าร่วมงาน Motor EXPO โดยภายในงาน อีวี ไพรมัส ได้นำเสนอรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ 2 รุ่นภายใต้แบรนด์ WULING คือ WULING BAOJUN YEP และ WULING  MINI EV CONVERTIBLE ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้เป็นรถ City EV ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งผู้บริโภคชาวไทยจะได้สัมผัสรถทั้ง 2 รุ่นอย่างใกล้ชิดที่บูธในงาน
“ที่เราเอารถ 2 รุ่นนี้มาภายใต้คอนเซ็ปต์บูธ ‘Young at Heart’ ในงาน Motor EXPO เพื่อตอกย้ำแนวคิดที่มุ่งเน้น City EV มาตอบโจทย์ Lifestyle คนเมือง ซึ่งภายใต้จุดยืน เราจะนำเสนอ รถไฟฟ้า WULING ในหลากหลายรุ่น หลากหลายราคาภายในโชว์รูมทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่จากประสบการณ์ของเราที่ได้เปิดตัวรถอีวีไปแล้ว 2 รุ่นคือ VOLT CITY EV และ WULING AIR EV ผลลัพธ์คือเราได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างล้นหลาม เราจึงมั่นใจว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแบบซิตี้อีวีจะได้รับความนิยมจากตลาด เช่นเดียวกันกับประเทศจีนที่ซิตี้ อีวี เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตในเมืองหรืออยากจะเริ่มใช้รถอีวีเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะขยับไปใช้รถอีวีขนาดที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต” นายพิทยา กล่าว
WULING BAOJUN YEP ได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนองผู้ที่ชื่นชอบรถที่มีรูปลักษณ์แบบย้อนยุคที่เป็นเอสยูวีไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่มีความยาวตัวถัง 3,381 มม. ความกว้าง 1,685 มม. ความสูง 1,721 มม. และความยาวฐานล้อ 2,110 มม. ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบทันสมัยไม่ตกเทรนด์ด้วยหน้าจอ 2 จอขนาด 10.25 นิ้วเพื่อแสดงข้อมูล  ขับขี่และระบบอินโฟเทนเมนท์ต่าง ๆ รวมทั้งคอนโซลฝั่งผู้โดยสารสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ เช่น ที่วางโทรศัพท์ เป็นต้น
WULING BAOJUN YEP ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 50 กิโลวัตต์ (68 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 100 กม./ชม. พร้อมแบตเตอรี่ขนาดความจุ 28.1 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางสูงสุด 303 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC) และยังรองรับการชาร์จ แบบ DC จาก 30 – 80% ในเวลา 35 นาที
สำหรับ WULING MINI EV CONVERTIBLE เป็นรถไฟฟ้าเปิดประทุนขนาดเล็ก ขนาดตัวรถยาว 3,059 มม. กว้าง 1,521 มม. และสูง 1,614 มม. ออกแบบสำหรับโดยสาร 2 คน ซึ่งพื้นที่เบาะหลังถูกพัฒนาเป็นพื้นที่สำหรับเก็บหลังคาอ่อนของรถ รถไฟฟ้าเปิดประทุนขนาดเล็กรุ่นนี้ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังขับเคลื่อน 41 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุด 110 นิวตัน-เมตร สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 100 กม./ชม. ด้วยขนาดแบตเตอรี 26.5 kWh สามารถให้ระยะการเดินทางต่อการชาร์จได้ 280 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC
“วันนี้เราจัดแสดงรถทั้ง 2 รุ่น ในงานโดยที่เรายังไม่ได้เปิดราคาเพื่อตรวจเช็คความสนใจ และการตอบรับของทั้ง 2 รุ่น ก่อนนำมาจำหน่าย โดยทาง SGMW หรือ บริษัทแม่ มีความมั่นใจในตลาดประเทศไทยอย่างมากด้วยยอดจองที่ทะลุพันคันในเวลาสั้น ๆ ของ WULING AIR EV ตอนนี้เราได้ส่งมอบไปแล้ว 100% ของยอดจอง และทุกวันนี้ยอดจองยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่หากลูกค้าท่านใดสนใจจะจอง WULING รุ่นใหม่ที่เราเอามาโชว์ เราก็ยินดีให้ลงทะเบียนไว้เพื่อรับสิทธิ์พิเศษในการรับรถก่อนพร้อมข้อเสนอพิเศษภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง” นายพิทยา กล่าว
นายพิทยา กล่าวว่าภายในงาน Motor EXPO อีวี ไพรมัส ยังได้นำเสนอ WULING AIR EV ทุกรุ่นพร้อมโปรโมชั่นพิเศษภายในงาน คือ ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 36 เดือน พร้อมทั้งประกันภัยชั้น 1 ทุกรุ่นรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท
นายพิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่าขณะนี้ทั้ง VOLT CITY EV และ WULING AIR EV ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก โดยทั้งสองรุ่นสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคภายใต้แนวคิด “Young at Heart” ที่ลูกค้าได้เปิดใจใช้รถอีวีแบบซิตี้ที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง โดย VOLT CITY EV ผู้ใช้รถรุ่นนี้ นิยมใช้รถในลักษณะเป็นรถเสริมคันพิเศษภายในบ้านสำหรับสมาชิกทุกคนของบ้าน ส่วน WULING AIR EV จะเป็นรถที่ลูกค้านำออกมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อสะท้อนบุคลิกของคนยุคใหม่ที่ทันสมัยไม่ตกเทรนด์ด้วยเทคโนโลยีที่จัดเต็มมาพร้อมกับรถรุ่นนี้ อีกทั้งเป็นรถที่เหมาะกับแต่งตามสไตล์ของตนเองและเหมาะกับการใช้งานภายในเมืองที่แท้จริง เพราะเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไม่ก่อมลพิษและขนาดกระทัดรัด หาที่จอดได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งรูปลักษณ์ของตัวรถเป็นที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนที่สัญจรมาพบ

“จากการที่บริษัท ฯ เข้าร่วมงานพบปะผู้ใช้รถจริง ทั้ง 2 ครั้ง ซึ่งมีลูกค้าจริงเข้าร่วมกว่า 100 คัน ในกิจกรรมเราได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงที่เขาใช้ WULNG AIR EV แล้ว เขาเป็นจุดเด่นบนท้องถนนมาก ขับไปไหนก็มีแต่คนมองแล้วยิ้มให้ อีกทั้งยังใช้งานสะดวกขับขี่ดี ทำให้เขารู้สึกได้เลยว่าเขาตัดสินใจไม่ผิดเลยที่ซื้อรถคันนี้ด้วยราคาที่จับต้องได้จริง ๆ และลูกค้าบางท่านยังย้ำกับผมอีกว่าเขาแทบไม่ได้จ่ายอะไรเพิ่มสำหรับรถคันนี้ในแต่ละเดือน เพราะเขาเอาเงินที่ประหยัดจากการเติมน้ำมันมาเป็นค่าผ่อนรถของเขา เขาจ่ายแค่เงินดาวน์เพิ่มเท่านั้นเอง” นายพิทยา กล่าว
WULING AIR EV ปัจจุบันมี 2 รุ่น คือ Standard Range และ Long Range เป็นรถซิตี้ อีวี 4 ที่นั่ง 3 ประตู ซึ่งบริษัท อีวี ไพรมัส จะเปิดตัวรถทั้ง 2 รุ่น โดยตัวรถมีขนาดความยาว 2,974 มม. ความกว้าง 1,505 มม. และความสูง 1,631 มม. ความจุของแบตเตอรี่สำหรับรุ่น Standard Range 17.3 kWh สามารถวิ่งได้ 200 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 8 ชั่วโมง และรุ่น Long Range ความจุของแบตเตอรี่ 26.7 kWh สามารถวิ่งได้ 300 กม. ต่อการชาร์จแบบ AC 6.6 kw 1 ครั้ง 4 ชั่วโมง ในรุ่น Long Range มีแอพพลิเคชั่นควบคุมการทำงานของรถได้จากระยะไกล อาทิ ล็อค-ปลดล็อครถ ปรับกระจก ขึ้น-ลง เปิด-ปิดแอร์ เช็คสถานะแบตเตอรี่ ระยะทางที่วิ่งได้ และ ตำแหน่งรถ โดยผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/WulingThai และ https://www.instagram.com/wulingthai และ  http://www.wulingthai.com

“เบนซ์ไพรม์มัส” เปิดจอง 3 รุ่นใหม่ กระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้าย ในงาน Primus Auto Show 2023

กรุงเทพฯ, 24 พ.ย.2566 : “เบนซ์ไพรม์มัส” เปิด 3 รุ่นใหม่ Mercedes-Benz GLE 300 d AMG Dynamic, Mercedes-Benz C 220 d AMG Line และ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Avantgarde ในงาน Primus Auto Show 2023 มุ่งกระตุ้นยอดขายรับ Motor Expo นำทัพรถหรู พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ฟรี! ดอกเบี้ย นาน 48 ด., MBSP สูงสุด 8 ปี, MB Protection นาน 2 ปี เริ่ม 27 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค.นี้ ที่โชว์รูมเบนซ์ไพรม์มัส สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา และสาขาพัทยา

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนสุดท้ายปี 2566 ถือเป็นช่วง Hi-Season ของการจำหน่ายรถยนต์ ทำให้ตลาดมีความคักคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2023 ที่อิมแพคเมืองทองธานี บริษัทรถยนต์ต่างๆ ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งสงครามด้านราคา และการโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เพื่อเร่งสร้างยอดในช่วงโค้งสุดท้าย

ขณะที่บริษัทแม่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)” ได้มีการเปิดรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง  ล่าสุดได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ Mercedes-Benz C 220 d AMG Line ยนตรกรรมล้ำสมัยสไตล์สปอร์ต กับรถยนต์ SUV ระดับลักชัวรี่ ในรุ่น Mercedes-Benz GLE 300 d AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 220 d 4MATIC Avantgarde เสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์และกระตุ้นยอดขายของดีลเลอร์รถยนต์ Mercedes-Benz ด้วย

ดังนั้น ทาง “เบนซ์ไพรม์มัส” จึงได้จัดงานแสดงรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่น พร้อมทัพรถหรูอีกมากมาย ภายใต้ชื่องาน Primus Auto Show2023  ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค.2566 ที่โชว์รูม “เบนซ์ไพรม์มัส” สาขาเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา และสาขาพัทยาโดยทั้ง 2 สาขา จะนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ Mercedes-Benz C 220 d AMG Line,  Mercedes-Benz GLE 300 d AMG Dynamicและ Mercedes-

Benz GLC 220 d 4MATIC  Avantgarde ให้ผู้ที่สนใจได้ชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดรับจองอย่างเป็นทางการในช่วงวันดังกล่าวอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าระดับ Luxury อาทิ The New EQB 250 AMG Line, EQS 500 4MATIC AMG Premium และ The New EQE 350 4MATIC SUV พร้อมทัพรถยนต์รุ่นปัจจุบัน และรถยนต์ Mercedes Certified Used Car ให้เลือกชมและเป็นเจ้าของได้อย่างสะดวกสบาย กับข้อเสนอสุดพิเศษ อาทิ ฟรี! MBSP Extra Guarantee สูงสุด 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือเลือก ฟรี! ดอกเบี้ย ผ่อนนานสูงสุด 4 ปี หรือเลือก ฟรี! MBSP Extra Guarantee) นาน 5 ปี ‘ไม่จำกัดระยะทาง พร้อม MB Protection นาน 2 ปี (เฉพาะรุ่นที่กำหนด) 

รถยนต์ Mercedes-Benz ที่เป็น ในงาน Primus Auto Show 2023  ได้แก่ 

1.Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic ราคา 2,540,000 บาท  ฟรี! ดอกเบี้ย นาน 4ปี หรือเลือกรับ MBSP Extra Guarantee 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พิเศษ! ดาวน์ 23,300 บาท/เดือน ฟรี! MP Protection นาน 1 ปี

2.Mercedes-Benz C 220d Avantgarde ราคา 2,730,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 24,100 บาท/เดือน ฟรี! MBSP Extra Guarantee นาน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ ฟรี! MB Protection นาน 1 ปี

3.Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic ราคา 4,020,000 บาท ดอกเบี้ย 0% นาน 4ปี ฟรี! MBSP Easy 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อม ฟรี! MBSP Extra Guarantee 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือ ฟรี! MBSP Ultimate 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และฟรี! MB Protection นาน 1 ปี

4.Mercedes-Benz EQB 250 AMG Line ราคา 3,020,000 บาท ฟรี! Wallbox 2.0 พร้อมติดตั้ง รับประกันแบตเตอรี่ นาน 8 ปี หรือ 160,000 km

5. Mercedes-Benz GLC 220 d ราคา 3,390,000 บาท รับฟรี! MBSP Extra Guarantee นาน 5 ปี พร้อม MB Protection นาน 2 ปี

อย่าพลาด! โอกาสพิเศษเฉพาะในงาน Primus Auto Show เท่านั้น เริ่มวันที่ 27 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค.ศกนี้ ที่โชว์รูมเบนซ์ไพรม์มัส สาขาเลียบด่วนเอกมัยรามอินทรา โทร. 02 095 5555 และสาขาพัทยา ถนนสุขุมวิท-นาจอมเทียน โทร.038 051 555

 

 

 

 

 

 

 

เอเอเอสฯ เตรียมเผยโฉม ODYSSEAN EDITION

เบนท์ลีย์รุ่นลิมิเต็ดที่ยั่งยืนที่สุดของแบรนด์คันแรกและคันเดียวในไทย

พร้อมจัดข้อเสนอเด็ดรถยนต์พร้อมส่งมอบส่งท้ายปี ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมเปิดตัวอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ที่ได้ขึ้นชื่อว่ายั่งยืนที่สุดของแบรนด์คันแรกและคันเดียวในประเทศไทยกับ Flying Spur Hybrid Odyssean Edition และ Bentayga Hybrid Odyssean Edition อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมจัดข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบกับ ‘Bespoke Your Extraordinary Offers’ แคมเปญพิเศษส่งท้ายปีที่สามารถออกแบบได้ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกมูลค่าส่วนลดที่ยากจะปฏิเสธ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ หรือ การเพิ่มการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 40 วันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

สมาคมรถโบราณฯ และ ดุสิตธานี หัวหินเชิญชม “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21”

สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน พร้อมหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และ ททท. ร่วมกันจัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21” ตามแนวคิด “ต่างกันแค่วันเวลา” วันที่ 15 – 17 ธันวาคม 2566

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “งานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 โดยปีนี้สมาคมฯ ร่วมจัดกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจาก หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)”

“สมาคมฯ หวังสร้างความคึกคัก กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค ตลอดเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “ต่างกันแค่วันเวลา – Differing only in Day and Time” เพื่อให้เจ้าของได้ขับรถคันเก่ง ไปเที่ยวเส้นทางที่คุ้นเคย สร้างสรรค์เรื่องเล่า และความทรงจำอันทรงคุณค่า อีกครั้ง”
นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ งานกาลาดินเนอร์ ในคืนวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 ซึ่งจะมีเวทีลีลาศ กับวงดนตรี Sensation (ติดต่อจองบัตรได้ที่ ครูเกิร์ล โทรศัพท์ 08-9130-6150)
พิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 21” จะเริ่มต้นที่ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น