ปอร์เช่ ประเทศไทยเปิดตัว 911 Spirit 70 และ 911 GT3 สุดยิ่งใหญ่ในงาน Thailand International Motor Expo 2025

เปิดตัว 2 รุ่นใหม่สุดยิ่งใหญ่ ครั้งแรกในไทยกับ 911 Spirit 70 และ 911 GT3 ที่ผสานเอกลักษณ์ดั้งเดิม นวัตกรรม และความเร้าใจในการขับขี่
จัดแสดงคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในภูมิภาค คันจริงที่ร่วมเดินทางจากกรุงเทพฯ
สู่สตุ๊ทการ์ท ด้วยระยะทาง 22,000 กม. ตอกย้ำสมรรถนะที่ทรงพลัง พร้อมเผยรุ่นปรับโฉมปี 2026
นำเสนอ 963 รถแข่ง LMDh ที่ถ่ายทอดนวัตกรรมวิศวกรรม น้ำหนักเบา และแอโรไดนามิกใน
ไทคานน์และมาคันน์
โอกาสพิเศษในการสัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และการออกแบบของปอร์เช่อย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษหลายรุ่นเฉพาะภายในงาน

เริ่มต้นอย่างเป็นทางการกับ Thailand International Motor Expo 2025 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42) โดยปอร์เช่ ประเทศได้เปิดตัวยนตรกรรมระดับตำนาน 2 รุ่นอย่างยิ่งใหญ่ ทั้ง 911 Spirit 70 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ใน ตระกูล Heritage Design ที่สะท้อนกลิ่นอายยุค 1970 ผสานสมรรถนะไฮบริดอันทันสมัย และ 911 GT3 รุ่นใหม่ ที่เฉลิมฉลอง 25 ปีของตระกูล GT3 ด้วยแอโรไดนามิกที่เหนือระดับ พร้อมพละกำลังที่เฉียบคม และยกระดับความแม่นยำในการขับขี่ โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยจัดแสดงยนตรกรรมภายใต้แนวคิด “There is no substitute” พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณของปอร์เช่ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ Motorsport, Adventure, Urban และ Heritage และมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับหลากหลายรุ่นภายในงานและที่โชว์รูมปอร์เช่ทุกแห่ง ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568

กรุงเทพฯ. ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดฉากความยิ่งใหญ่ในงาน “Thailand International Motor Expo 2025” (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42) ณ บูธ A03 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม 2568 ด้วยการเปิดตัว 911 สปิริต 70 (911 Spirit 70) และ 911 จีที 3 (911 GT3) รุ่นใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือระดับทั้งในด้านการออกแบบและวิศวกรรมของปอร์เช่ โดยทั้ง 2 รุ่นได้ผสานเอกลักษณ์แห่งตำนานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ
พร้อมการจัดแสดงรถยนต์ไฮไลท์อย่าง คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบที่มาเลเซีย ที่เข้าร่วมภารกิจ Epic Road Trip การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท ในเวลา 61 วัน ผ่าน 17 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร และคาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้  รุ่นปรับโฉมปี 2026 ที่ประกอบในประเทศมาเลเซีย ที่แสดงให้เห็นถึงความทนทานและมาตรฐานทางวิศวกรรมที่แข็งแกร่งของคาเยนน์ รุ่นประกอบในภูมิภาค
ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่เชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนความมุ่งมั่น ความละเอียดในการสร้างสรรค์ รวมถึงความเป็นตำนานที่สร้างเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่เหมาะที่สุดในการถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์เหนือกาลเวลาของ 911 สปิริต 70 สมรรถนะพร้อมลงสนามของ 911 จีที 3 รุ่นใหม่ หรือความแข็งแกร่งของคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ ที่พิชิตการเดินทาง Epic Road Trip จากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท เราขอเชิญผู้หลงใหลทุกท่านมาสัมผัสความพิเศษที่ทำให้ปอร์เช่โดดเด่นอย่างแท้จริงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปปีนี้”
อิสระและความสุขในการใช้ชีวิตที่แตกต่างอย่างแท้จริง
911 สปิริต 70 รุ่นที่ 3 ในตระกูล Heritage Design สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงยุคสมัยสำคัญ ผ่านองค์ประกอบการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จากรถยนต์ในอดีต ภายนอกโดดเด่นด้วยสี Olive Neo สีเขียวเข้มที่ให้กลิ่นอายเรโทรอย่างชัดเจน โดยเป็นสีเฉพาะสำหรับใน 911 สปิริต 70 ตัดกับสี Bronzite ในส่วนกันชนหน้า–หลัง และบนล้อลาย Sport Classic ล้อหน้าขนาด 20 นิ้ว และล้อหลังขนาด 21 นิ้ว ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากล้อ Fuchsfelge® (Fuchs) ที่ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกสำหรับปอร์เช่ 911 เอส ในปี 1965
911 สปิริต 70 มาพร้อมหลังคาผ้าและกรอบกระจกหน้าสีดำ ลายสามแถบสีดำแบบกึ่งด้านบนฝากระโปรงหน้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสติกเกอร์ความปลอดภัยในยุค 1970 และหลังคาผ้าสีตัดกับตัวถัง พร้อมตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ที่ใช้การออกแบบใกล้เคียงกับสัญลักษณ์ดั้งเดิมในปี 1963 เสริมความพิเศษด้วยตัวอักษรสีทอง พร้อมอักษร “Porsche Exclusive Manufaktur” บนซุ้มล้อหน้า
การตกแต่งภายในโดดเด่นด้วยลาย Pasha สีดำตัดกับสีเขียว ลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธงตราหมากรุกที่กำลังโบกสะบัด ด้วยการจัดวางสี่เหลี่ยมหลายขนาดเพื่อสร้างมิติของการเคลื่อนไหว เพื่อให้ความรู้สึกถึงรถแข่งในยุค 70 และหนัง Club Leather สี Basalt Black พร้อมเดินตะเข็บด้ายสี Olive Neo รวมถึง
แพ็กเกจตกแต่งภายใน Basalt Black Club Leather ที่เป็นมาตรฐาน
ปอร์เช่ 911 สปิริต 70 เปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 25,500,000 บาท โดยผลิตขึ้นเพียง 1,500 คันทั่วโลก ซึ่งใช้พื้นฐานจาก 911 คาเรร่า จีทีเอส คาบริโอเลต์ (911 Carrera GTS Cabriolet) รุ่นล่าสุด ที่ติดตั้งเทคโนโลยีไฮบริดสมรรถนะสูง เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ใหม่ขนาด 3.6 ลิตร ผสานระบบแรงดันไฟฟ้าสูง eTurbo และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับเกียร์ PDK รุ่นใหม่ สร้างกำลังรวม 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิด 610 นิวตันเมตร
911 จีที 3 รุ่นใหม่ และ 911 จีที 3 พร้อม Touring Package
ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 ปอร์เช่ 911 จีที 3 สร้างบทบาทชัดเจนในฐานะยนตรกรรมสปอร์ตที่ผสมผสานจิตวิญญาณสนามแข่งเข้ากับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยในโอกาสครบรอบ 25 ปีแห่งตำนานตระกูล จีที 3 ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้เปิดตัว 911 จีที 3 รุ่นใหม่ พร้อมกัน 2 รุ่นได้แก่ รุ่นจีที 3 ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่งพร้อมสปอยเลอร์หลัง และ รุ่น Touring Package สำหรับผู้ที่หลงใหลความหรูหราแต่ยังคงความเร้าใจเหมือนบนสนามแข่ง โดยทั้ง 2 รุ่น รองรับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ด้วยแพ็กเกจและตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการและการใช้งานที่แตกต่างกัน
การออกแบบภายนอกของ 911 จีที 3 รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่ชัดขึ้น แอโรไดนามิกที่ใช้งานได้จริง และรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต กันชนหน้าที่ออกแบบใหม่พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้น และสปอยเลอร์ที่เด่นชัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนและแรงกด พร้อมฝากระโปรงน้ำหนักเบาที่เพิ่มเอกลักษณ์ด้วยช่องระบายอากาศดีไซน์เฉียบที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต
ด้านท้ายของรุ่นจีที 3 ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่งด้วยปีกหลังดีไซน์ใหม่ เป็นแบบคอหงส์รุ่นล่าสุดที่ผสานแผ่นปลายปีกมุมเอียงอย่างลงตัว พร้อมดิฟฟิวเซอร์ปรับจูนเพื่อเสริมทั้งสมดุลและดึงดูดสายตา โดยเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและเร้าอารมณ์การขับขี่ไปพร้อมกัน ในรุ่น Touring Package ให้ความรู้สึกที่สุภาพ เรียบหรู และใช้งานได้หลากหลาย โดยได้ติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายแบบยืดได้และครีบใต้ท้องรถเพื่อคงความงามของเส้นสาย 911 พร้อมกับมีตัวเลือกการติดตั้งเบาะหลังเป็นครั้งแรก
ด้วยการปรับแต่งดังกล่าวทำให้ 911 จีที 3 สามารถตอบโจทย์การขับขี่แบบสปอร์ตในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความแรงในแบบฉบับ จีที 3 อย่างครบถ้วน ปอร์เช่ยังมีแพ็กเกจพิเศษอย่าง Weissach และ Club Sport ให้เลือก เพื่อปรับรถให้เหมาะกับการใช้งานในสนามแข่งหรือสอดรับกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ทั้ง 2 รุ่นของ 911 จีที 3 มีพื้นฐานเทคนิคเดียวกัน ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4.0 ลิตร แบบไร้เทอร์โบ ส่งกำลัง 375 กิโลวัตต์ (510 แรงม้า) และแรงบิด 450 นิวตันเมตร โดยลดน้ำหนักรวมของรถด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบา ปรับอัตราทดเฟืองท้ายให้สั้นลงกว่าเดิม 8% และนำชิ้นส่วนช่วงล่างจาก 911 จีที 3 อาร์เอส และ 911 S/T รุ่นก่อนมาใช้ เพื่อสร้างการตอบสนองที่เฉียบคมขึ้นและเพิ่มแรงกดในทุกสถานการณ์ขับขี่ โดยเปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 26,290,000 บาท 
คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้: ไฮไลท์ประจำภูมิภาค ถ่ายทอดความแข็งแกร่งข้ามทวีป
คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ จากการเดินทาง Epic Road Trip กรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท พร้อมจัดแสดงให้ได้สัมผัสครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2025 หลังพิชิตระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร ผ่าน 17 ประเทศ ภายใน 61 วัน ซึ่งแสดงศักยภาพที่แข็งแกร่ง สะดวกสบายและประสิทธิภาพอย่างเต็มสมรรถนะ สะท้อนความยอดเยี่ยมของวิศวกรรมปอร์เช่และความสามารถของรุ่นประกอบในภูมิภาคที่ยึดมั่นคุณภาพและสมรรถนะที่ไม่ลดทอน
คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ ผลิตจากโรงงานประกอบของปอร์เช่ ที่กูลิม ประเทศมาเลเซีย โดยพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย สำหรับปี 2026 รุ่นประกอบในภูมิภาคนี้ได้รับปรับโฉมใหม่ โดยจะมีล้อ RS Spyder Design ขนาด 21 นิ้วที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
ระบบขับเคลื่อนผสานเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้พละกำลังรวม 382 กิโลวัตต์ (519 แรงม้า) และแรงบิด 750 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่เพิ่มระยะทางขับขี่ไฟฟ้าสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร (EAER City) และช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทำให้
คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ เป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล

คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 เปิดตัวในประเทศไทยในราคาจำหน่าย 6,690,000 บาท เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะไฮบริดเต็มพลัง ความแรง และความหรูหราที่ครบครัน โดยสามารถเลือกสีตัวถังได้สามสี ได้แก่ สีขาวคาร์ราร่า (Carrara White), สีดำโครไมท์ (Chromite Black) และ สีเงินโดโลไมท์ (Dolomite Silver) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง
“There is no substitute” ไม่มีอะไรแทนที่ปอร์เช่ได้
สำหรับบูธของปอร์เช่ ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 นี้ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่ง
ยนตรกรรมสปอร์ตเหนือระดับภายใต้แนวคิด “There is no substitute” ที่สะท้อนแก่นแท้ของความเป็น
ปอร์เช่ ที่ผสานสมรรถนะทางวิศวกรรมเข้ากับอารมณ์การขับขี่และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา  โดยนำเอามิติของตัวตนปอร์เช่ ทั้งด้าน Motorsport, Adventure, Urban และ Heritage มาให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสดีเอ็นเอของปอร์เช่กันอย่างครบทุกด้าน
ที่บูธปอร์เช่ยังมีการจัดแสดง Porsche 963 LMDh รถแข่งต้นแบบระดับเรือธง ที่สะท้อนดีเอ็นเอมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์และความก้าวล้ำด้านวิศวกรรม หลังจากคว้าแชมป์รวมรายการ IMSA และคว้าอันดับที่สองในศึกความอึดระดับตำนานอย่าง 24 Hours of Le Mans ในปีนี้
เทคโนโลยีที่พัฒนาจากสนามแข่งถูกถ่ายทอดโดยตรงสู่รถยนต์ปอร์เช่สำหรับถนนจริง อาทิ ไทคานน์ และ มาคันน์ เพื่อส่งมอบสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความเร้าใจในการขับขี่ให้กับผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแรงสูง 800 โวลต์ที่ใช้ในรถแข่ง 963 ซึ่งได้ถูกบูรณาการสู่รถปอร์เช่รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้รองรับการชาร์จพลังงานความเร็วสูงและรักษาสมรรถนะได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมยังจะได้สัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยของปอร์เช่ด้วยตัวเอง ผ่านกิจกรรมทดลองขับรุ่น คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ มาคันน์ และไทคานน์ ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันตลอดงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 ธันวาคม เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสสมรรถนะอันแม่นยำ พลังขับเคลื่อนไฟฟ้า และเทคโนโลยีการขับขี่ในรถปอร์เช่รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับไอคอน
ข้อเสนอพิเศษสำหรับงาน Thailand International Motor Expo 2025*
ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถในรุ่น ไทคานน์ (J1 II) และ มาคันน์ (H2) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษครั้งใหญ่แห่งปี รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับคาเยนน์ พานาเมร่า และรุ่นอื่น ๆ ทั้งในงาน Thailand International Motor Expo 2025 และที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกแห่ง*

นอกจากนี้ ผู้ที่จองรถยนต์ปอร์เช่ทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม ร่วมลุ้นรับสิทธิ์กิจกรรมขับรถสุดเร้าใจที่ Porsche Experience Centre Tokyo โดยจะได้เข้าร่วมกิจกรรมการขับรถปอร์เช่ในสนามแข่งแบบส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ปรับปรุงเทคนิคและขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมรถในสถานการณ์ต่าง ๆ การขับขี่ในสนามแข่ง การควบคุมรถขณะเข้าโค้ง และอื่น ๆ โดยจะประกาศผลผู้โชคดีทางเพจ Facebook Porsche Thailand ในวันที่ 26 มกราคม 2569
                                                                                                 

GPX เปิดตัว“DZ2” (ดีซีทู) สกู๊ตเตอร์คลาส 150 ดีไซน์เท่ ฟีเจอร์ครบ จบที่ราคา 73,500 บาท!

 

GPX (จีพีเอ็กซ์) แบรนด์มอเตอร์ไซค์สัญชาติไทย กับเส้นทางกว่า 18 ปี ที่ได้เติบโตขึ้นจากความหลงใหลและความมุ่งมั่นของคนไทยที่อยากสร้างรถมอเตอร์ไซค์ที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ชาวไทยอย่างแท้จริง จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในปี 2007 ด้วยการผลิตรถเอทีวีคันแรกของบริษัท จนวันนี้ GPX ได้กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไทยที่ประสบความสำเร็จ และเป็นแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไทยแบรนด์เดียวที่ยืนหยัดในตลาดได้อย่างยาวนานที่สุด!
ปัจจุบัน GPX ยังคงอยู่ในอันดับ Top 5 แบรนด์มอเตอร์ไซค์ยอดขายสูงสุดของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี และยังเดินหน้าโกอินเตอร์ ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปเกือบ 10 ประเทศทั่วโลก โดยมีฐานผู้ขับขี่สะสมในไทยและต่างประเทศรวมแล้วหลายแสนคน!
ล่าสุด GPX พร้อมก้าวสู่บทใหม่ของตลาดสกู๊ตเตอร์ คลาส 150  ด้วยการเปิดตัว GPX DZ2 (ดีซีทู) รุ่นใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด “Hyper-Trex พุ่งไปข้างหน้า กับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง” รถรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนเมืองยุคใหม่ ที่ต้องการรถขี่ใช้งานได้จริงในทุกวัน แต่ยังคงความเท่ และมีเทคโนโลยีครบในราคาที่เข้าถึงง่าย
GPX DZ2 มาในรูปลักษณ์สปอร์ตล้ำสมัยที่ผสมผสานความดุดันกับความหรูหราได้ลงตัว เส้นสายตัวถังเฉียบคม สัดส่วนกระชับ ขณะที่ไฟหน้าแบบโปรเจกเตอร์และระบบไฟ Full LED รอบคัน ช่วยเพิ่มมิติให้ตัวรถดูมีพลังและโดดเด่นทั้งกลางวันและกลางคืน โครงสร้างตัวรถเปล่าน้ำหนักเพียง 130 กิโลกรัม ทำให้ง่ายต่อการขับขี่และให้ความคล่องตัวสูงในเมือง และยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ HYPER-i ขนาด 149.6 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้ฟีลการขี่ที่สนุกและมั่นใจทุกจังหวะ เสริมด้วยระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม กับดิสก์เบรกหน้าขนาด 260 มม. และหลัง ขนาด 220 มม. พร้อมระบบเบรก ABS ทั้งหน้าและหลัง ที่มาพร้อม ปั๊มเบรกแบบเรเดียลเมาท์ แบบเดียวกับรถสปอร์ตระดับพรีเมียม ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการหยุดทุกสถานการณ์  พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction Control System) ที่ช่วยเสริมความปลอดภัยไปอีกขั้น และยังสามารถเปิด-ปิดฟังก์ชันนี้ได้
ในด้านเทคโนโลยี GPX DZ2 ก็จัดเต็ม! เริ่มจากหน้าจอ TFT Full Color Display ขนาด 6 นิ้ว ที่เชื่อมต่อกับ
สมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Carbit Ride พร้อมฟังก์ชัน Mirror Screen Sharing  ที่สามารถแชร์หน้าจอมือถือเข้ามายังหน้าจอของรถได้โดยตรง พร้อมช่องชาร์จแบบพอร์ตคู่ ทั้ง USB-A และ USB-C ที่อยู่บริเวณช่องเก็บของด้านซ้าย อีกทั้งยังสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน ด้วยกุญแจแบบ Smart Key (มาตรฐาน IP67) ทนต่อน้ำและฝุ่น พร้อมฟังก์ชันกันขโมยในตัว อีกทั้งยังสะดวกไปอีกขั้น ด้วยถังน้ำมันด้านหน้า
ความจุ 8 ลิตร ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตให้ความรู้สึกกระชับ ที่มาพร้อมกับพักเท้าผู้ซ้อนแบบพับเก็บได้ ช่วยให้การเดินทางร่วมกันในทุกวันสะดวกและลงตัวมากขึ้น

สำหรับ GPX DZ2 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นสกู๊ตเตอร์ คลาส 150 ที่ “ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์  ให้ฟีเจอร์ระดับรถพรีเมียมในราคาที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ชาวไทยอย่างแท้จริง กับฟีเจอร์ครบจบในคลาส 150 ที่เปิดตัวมาในราคาสะเทือนวงการ กับราคาเปิดตัวที่  73,500 บาท!  มีให้เลือกด้วยกันถึง 4 เฉดสี ได้แก่  1.Crayon Grey (เทา-ดำ)  , 2. Super Black (ดำ) ,
3. Matte Brown (น้ำตาล-ดำ)  4. Lava Red (แดง-ดำ)  พร้อมด้วยโปรแกรมรับประกันเครื่องยนต์ นานถึง 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สามารถชมรถตัวจริงได้ที่ตัวแทนจำหน่าย GPX กว่า 113 สาขาทั่วประเทศ หรือ จองรถได้ทางเว็บไซต์​ https://www.gpxthailand.com
ติดตามข่าวสารจากทาง GPX เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/gpxthailandofficial
#GPX #DZ2

“คนไทยไม่เคยทิ้งกัน”MOTOR EXPO รวมใจ Thai PBS ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่

“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” เปิดพื้นที่รับบริจาค สิ่งของเครื่องใช้ และอาหารแห้ง ส่งต่อให้ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) เพื่อนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ผู้เข้าชมงาน และประชาชนทั่วไปสามารถนำของมาบริจาคได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ด้านหลัง EASE Café บริเวณลอบบี้ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2568

ดุดันที่สุดในรุ่น – ‘Continental GT Supersports’ การกลับมาอีกครั้งของยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ในตำนาน 100 ปี

(ครูว์ 14 พฤศจิกายน 2568) ดุดันที่สุดในรุ่น – ‘Continental GT Supersports’ การกลับมาอีกครั้งของยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ในตำนาน Supersports รุ่นใหม่ เปิดตัวพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และเครื่องยนต์รุ่น V8 เทอร์โบคู่ (Non-hybrid) พละกำลัง 666 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะที่น่าทึ่งให้กับสุดยอดยนตรกรรม ห้องโดยสารมีการจัดวางแบบสองที่นั่งสไตล์สปอร์ตผนวกกับน้ำหนักที่เบากว่าสองตัน มอบการมีส่วนร่วมในการขับขี่สูงสุด ตัวรถยังมากับล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้วใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Manthey Racing และท่อไอเสียไทเทเนียมจาก Akrapovič พร้อมด้วยยาง Pirelli Trofeo RS พร้อมทวงบัลลังก์ยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี Continental GT Supersports ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน พร้อมการระบุหมายเลขประจำตัวรถ

***การเปิดรับคำสั่งจอง Continental GT Supersports ใหม่ มีเฉพาะในประเทศดังต่อไปนี้: สหราชอาณาจักร ประเทศในยุโรป (EU27 สวิตเซอร์แลนด์และตุรกี) สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย โอมาน บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และคูเวต***

“IMC สื่อสากล” พร้อมจัดงานMOTOR EXPO 2025 เริ่ม 29 พย. นี้“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

ปรับรูปแบบกิจกรรม คุมโทนในงานให้เหมาะสม ค่ายรถยนต์ 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ ร่วมแสดงนวัตกรรม พร้อมจัดโปรโมชั่นมากมาย ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม นี้

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เผยว่า “ปีนี้จัดตามแนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” โดยขอความร่วมมือผู้ออกงานให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
MOTOR EXPO 2025 มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมงานทั้งหมด 42 แบรนด์ จาก 8 ประเทศ ได้แก่ AION, AUDI, AVATR, BMW, BYD, CARRYBOY, CHERY, DEEPAL, DENZA, DFSK, FARIZON, FORD, GAC, GEELY, GEELY RIDDARA, GWM, HONDA, HYPTEC, HYUNDAI, ISUZU, JEEP, KIA, LEAPMOTOR, LEXUS, MAXUS, MAZDA, MERCEDES-BENZ, MG, MINI, MITSUBISHI, NEX, NISSAN, OMODA & JAECOO, POCCO, PORSCHE, SUZUKI, TESLA, TOYOTA, VOLVO, WULING, XPENG และ ZEEKR รวมทั้ง ชุดแต่งจากผู้นำเข้าอิสระ M’Z SPEED
รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ จาก 7 ประเทศ ได้แก่ BMW MOTORRAD, DECO, DUCATI, EM MOTOR, HARLEY-DAVIDSON, HONDA, LAMBRETTA, NIU, ROYAL ALLOY, ROYALENFIELD, SLEEK EV, SUZUKI, TRIUMPH, TROMOX, YAMAHA และ ZONTES
รถมือสอง 3 แบรนด์ ได้แก่ BMW PREMIUM SELECTION, MERCEDES-BENZ CERTIFIED PRE-OWNED VEHICLES, และ VOLVO SELEKT
สำหรับกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ…ชิงรถ / ซื้อบัตร…ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์ / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ มีรายละเอียดดังนี้
1. “ซื้อรถ…ชิงรถ” ผู้จองหรือซื้อรถยนต์ใหม่ภายในงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE มูลค่า 2,099,000 บาท

2. “ซื้อบัตร…ชิงรถ” ผู้ซื้อบัตรชมงาน มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE มูลค่า 1,059,000 บาท
3. “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” ผู้จองหรือซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในงาน มีสิทธิ์ชิงรถจักรยานยนต์  SUZUKI รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท
4. “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ” ผู้ลงทะเบียนใน MOTOR EXPO APPLICATION พร้อมตอบแบบสอบถามครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 มีสิทธิ์ชิงรถยนต์ WULING BINGUO รุ่น DC ICON มูลค่า 429,000 บาท
ยิ่งกว่านั้นยังมีบริการ “MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR” เพียง 1,000 บาท รับ บัตรเข้าชมงาน ULTIMATE VIP 3 ใบ ช่องจอดรถ VIP ณ ลานจอดรถ P1 (1 คัน/1 สิทธิ์) ฟรีค่าจอด 3 ชม. พื้นที่รับรองพิเศษ EXCLUSIVE VISITOR LOUNGE บริการนำชมรถโดยพนักงานขายของแบรนด์ที่ลูกค้าสนใจ ซื้อสินค้าที่ระลึก MOTOR EXPO ลด 10% และสิทธิ์เข้าร่วมชิงโชครายการ “ซื้อบัตร ชิงรถ”
นอกจากนี้ งาน MOTOR EXPO 2025 ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Skill Driving Experience Junior จัดอบรมปลูกฝังวินัยจราจรเด็ก / Skill Driving Experience จัดกิจกรรมขับรถแข่งเครื่อง Simulator / Spirit of the 4×4 Driving School ชมสนามรถบังคับจำลองสถานการณ์ในพื้นที่ทุรกันดาร และสนามจำลอง ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ / นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย แสดงรถโบราณทรงคุณค่า หาชมยาก / มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” จัดกิจกรรมสำหรับเด็ก และเยาวชน / ชุมนุมรถสวย ชมรถยนต์ และบิกไบค์ รุ่นดังหลากหลายค่าย จากสมาชิกคาร์คลับทั่วประเทศ / Join Boat Platform จัดแสดงเรือสำหรับคนรักเรือ ฯลฯ
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล” และสามารถซื้อบัตรชมงานได้ทาง https://www.motorexpo.co.th/onlineticket/
###

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเยี่ยม เอช เซม มอเตอร์ เปิดประสบการณ์เรียนรู้นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า  

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด เปิดโรงงานต้อนรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 และ 3 สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จำนวน 60 นาย พร้อมคณะอาจารย์ 6 ท่าน เข้าศึกษาดูงานและเรียนรู้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด

โดยมีคุณวันชัย ลี้นะวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด พร้อมทีมวิศวกรและทีมงานจากสำนักงานใหญ่ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พาชมกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีภายในโรงงาน รวมถึงการสาธิตระบบสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ MOVE EV X ที่เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของบริษัท

การเยี่ยมชมในครั้งนี้ มุ่งหวังให้นักศึกษาได้เห็นภาพจริงของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติจริงในอนาคต
ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

“คาราวานชานกรุง 2025”นำขบวนรถโบราณ ชื่นชมงานศิลป์อยุธยา



สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา จัดกิจกรรมท่องเที่ยวด้วยรถโบราณ และรถคลาสสิค เยือนถิ่นศิลปวัฒนธรรมไทย บนเส้นทางกรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า งาน “คาราวานชานกรุง 2025” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ชมศิลป์แผ่นดิน…เยือนถิ่นพระราม” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีรถโบราณ และรถคลาสสิคทรงคุณค่าเข้าร่วมงานกว่า 30 คัน
ด้านผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา เป็นโครงการมิกซ์ยูสสปอตไลท์ระดับโลก แลนด์มาร์คของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เน้นสถาปัตยกรรมการตกแต่งตามแนวคิด “อัศจรรย์อยุธยา” โดยเฉพาะฟาซาดสีขาว และสีทอง ที่สะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของจังหวัด พร้อมใช้เป็นสถานที่จัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค ให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมเสน่ห์ของยานยนต์ที่ทรงคุณค่า
ขบวนคาราวานรถโบราณ เริ่มเดินทางจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ มุ่งหน้าสู่ พิพิธภัณฑ์โขน ภายในศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมเรื่องราวความเป็นมาของโขน การออกแบบเครื่องแต่งกาย หัวโขน ฉากประกอบการแสดง รวมถึงประติมากรรมขนาดใหญ่ หนุมานอมพลับพลา
หลังจากทานอาหารกลางวันที่พิพิธภัณฑ์แล้ว ช่วงบ่าย เคลื่อนขบวนไปยัง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา อวดโฉมรถโบราณ และรถคลาสสิค ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ก่อนไปเที่ยวชมความงามของ บึงพระราม ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมถ่ายภาพร่วมกันในบรรยากาศยามเย็น และรับมอบเกียรติบัตรขอบคุณที่เข้าร่วมงานครั้งนี้
ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมของสมาคมรถโบราณฯ ได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/vintagecarclub

MOTOR EXPO 2025  รวมใจสานสายสัมพันธ์สื่อมวลชน ครั้งที่ 15

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดกิจกรรม “รวมใจสานสายสัมพันธ์สื่อมวลชน – MOTOR EXPO ครั้งที่ 15” เพื่อกระชับสัมพันธ์ และขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง ณ เดอะ แบงเควท ฮอลล์ แอท นาทอง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ชวนเด็กๆ อบรมฟรี! ที่ฟิวเจอร์ พาร์ค และสเปลล์  

กิจกรรม “โตไป…ขับเป็น”  SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ส่วนหนึ่งของโครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” ร่วมสร้างพื้นฐานให้เด็กๆ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ช่วงปิดภาคเรียน เรียนรู้กฎจราจร ฝึกขับขี่บนถนนจำลองที่ปลอดภัย และรับใบขับขี่จำลองเป็นที่ระลึก  

โดยกิจกรรม แบ่งเป็นภาคทฤษฎี โดยมีวิทยากรจากกองบังคับการตำรวจจราจรมาให้ความรู้ ส่วนภาคปฏิบัติน้องๆ จะได้ฝึกขับขี่รถบังคับขนาดเล็กในสนามจำลอง เพื่อเรียนรู้เครื่องหมายจราจร ปลูกฝังการขับขี่ปลอดภัยขั้นพื้นฐาน และช่วยลดอุบัติเหตุได้ในอนาคต

ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานของท่านที่มีอายุ 3-8 ปี ความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม ไปเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ที่ลาน Zpotlight ฟิวเจอร์ พาร์ค และ สเปลล์ ชั้น G ระหว่างวันที่ 2-5 ตุลาคม 2568 และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/skilldriving

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศ ในฐานะองค์กรด้านการพัฒนาสังคม เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2568

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ กรรมการ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เข้ารับโล่พระราชทาน ในฐานะองค์กรด้านการพัฒนาสังคม ที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็ก และเยาวชน ในงานวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568

ผู้สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ http://www.dcy.go.th หรือ lomhaijai.org และ facebook.com/LomhaijaiFoundation

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น