SPIRIT 4×4 ชวนขับรถบังคับจิ๋วในสนามจำลองและลองนั่งรถลุยทางวิบาก ในงาน MOTOR EXPO 2025

โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดกิจกรรมในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” นำทีมครูฝึกมากประสบการณ์ ร่วมพูดคุยกับผู้สนใจรถขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมแนะนำหลักสูตรสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ขั้นพื้นฐาน Part Time และหลักสูตรใหม่ “Spirit Plus” แบบ Full Time 
นอกจากนี้ ภายในบูธ ยังเปิดให้ผู้สนใจได้ทดลองขับรถบังคับลุยสนามจำลอง และเส้นทางทุรกันดาร หลากหลายรูปแบบ 
ส่วนภายนอกอาคาร มีสนามจำลองสถานการณ์วิบาก ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้สนใจสามารถสอบถาม และลงทะเบียนได้ที่บูธ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ
ผู้สนใจการขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เชิญเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่บูธ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2568

Bridgestone x Top Secret x Carnival สร้างปรากฏการณ์แห่งแฟชั่นเปิดตัวคอลเลคชั่นสุดลิมิเต็ดพร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตใจกลางสยามสแควร์

คุณโชทาโร่ คิตะมุระ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด 
(ที่ 1 จากขวา) และคุณจุติพงศ์ บุญสูง ประธานกรรมการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด (ที่ 2 จากขวา) พร้อมด้วยคุณเบียร์ ใบหยก 
เจ้าของสำนักแต่งรถยนต์ Top Secret Thailand (ที่ 1 จากซ้าย) และคุณ Smoky Nagata ผู้ก่อตั้ง Top Secret 
สำนักแต่งรถชื่อดังระดับตำนานจากญี่ปุ่น (ที่ 2 จากซ้าย)

[กรุงเทพฯ] (4 ธันวาคม 2568) – บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตและคนรักสตรีทแฟชั่น ด้วยการเปิดตัวเสื้อแจ็คเก็ตลิมิเต็ด “Bridgestone x Top Secret x Carnival” คอลเลคชั่นสุดพิเศษที่มาพร้อมดีไซน์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยโลโก้ของ BRIDGESTONE และ POTENZA ซึ่งสะท้อนถึงพลังและความเร็วในแบบฉบับมอเตอร์สปอร์ต อย่างชัดเจน โดยได้เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ณ ใจกลางสยามสแควร์ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
งานเปิดตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคักจากเหล่าแฟนมอเตอร์สปอร์ตและคนรุ่นใหม่สายแฟชั่นที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น คอลแลบครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ พาร์ทเนอร์ระดับท็อป และ Top Secret Thailand สำนักแต่งรถยนต์ชื่อดัง ที่นำทีมโดยคุณเบียร์ ใบหยก และ Carnival แบรนด์ไลฟ์สไตล์สตรีทแฟชั่นชั้นนำของไทย นำโดยคุณอนุพงศ์ คุตติกุล ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง

คุณเบียร์ ใบหยก และคุณ Smoky Nagata พร้อมด้วยคุณอนุพงศ์ คุตติกุล ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง Carnival (กลาง)

ภายในงานอัดแน่นด้วยความมันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งการจัดแสดงรถซิ่งสุดเท่ Top Secret Thailand 
มาพร้อมแก๊งร่างทองที่ติดยาง BRIDGESTONE POTENZA เรียกความสนใจจากเหล่าแฟนคลับ
อย่างล้นหลาม ไฮไลต์ของงานกับการแจกลายเซ็นบนเสื้อแจ็คเก็ตจากคุณเบียร์ ใบหยก พร้อมด้วย
คุณ Smoky Nagata ผู้ก่อตั้ง Top Secret สำนักแต่งรถชื่อดังระดับตำนานจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ บริดจสโตนยังนำเสนอ BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005 ยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ต และยังจัดเต็มความสนุกด้วยกิจกรรม
แจกของที่ระลึก อาทิ กระป๋องน้ำดื่มสีทองสุดลิมิเต็ด Bridgestone x Top Secret ส่วนลดยางบริดจสโตน 15% และอื่นๆ อีกมากมาย

คุณจุติพงศ์ บุญสูง ประธานกรรมการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวว่า “บริดจสโตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นพิเศษครั้งนี้ ขอขอบคุณ Top Secret และ Carnival ที่ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์แฟชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตพร้อมถ่ายทอดตัวตนของทั้งสาม
พาร์ทเนอร์ได้อย่างโดดเด่นและลงตัว งานครั้งนี้ยังสะท้อนถึงพลังของคอมมูนิตี้และความร่วมมือ
ที่แข็งแกร่งซึ่งบริดจสโตนภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วม”

คุณโชทาโร่ คิตะมุระ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง Bridgestone x Top Secret x Carnival ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวที่ทำให้บริดจสโตนได้ถ่ายทอดความเป็นมอเตอร์สปอร์ตผ่านยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมBRIDGESTONE POTENZA บนคอลเลคชั่นแจ็คเก็ตลิมิเต็ดสุดเท่ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้าน

รถยนต์สมรรถนะสูงจาก Top Secret Thailand เข้ากับสตรีทแฟชั่นจาก Carnival ทำให้คอลเลคชั่นนี้เข้าถึง
คนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ผมหวังว่าทุกคนจะได้เห็นอีกมุมหนึ่งของบริดจสโตน ไม่เพียงแค่แบรนด์
ยางรถยนต์ที่ผูกพันกับการเดินทางของคนไทย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้อย่างสนุกและใกล้ชิดยิ่งขึ้น”
                                          
เสื้อแจ็คเก็ตคอลเลคชั่นลิมิเต็ด “Bridgestone x Top Secret x Carnival”

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ชวนเด็กๆ อบรมฟรี ! ในงาน MOTOR EXPO 2025

โครงการ “โตไป…ขับเป็น” SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR จัดกิจกรรมในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้กฎจราจร ฝึกขับขี่บนถนนจำลองที่ปลอดภัย และรับใบขับขี่จำลองเป็นที่ระลึก

กิจกรรม มีทั้งภาคทฤษฎี โดยวิทยากรจากกองบังคับการตำรวจจราจร และภาคปฏิบัติ ฝึกขับขี่รถบังคับขนาดเล็กในสนามจำลอง เพื่อเรียนรู้เครื่องหมายจราจร ปลูกฝังการขับขี่ปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ในอนาคต

บูธ “โตไป…ขับเป็น” SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” ซึ่งสนับสนุนโดย บริษัท เอเนออส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด

ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานอายุ 3-8 ปี ความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม เข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ที่บูธ SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR บริเวณลอบบี้ฮอลล์ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ -10 ธันวาคม 2568

สนุก และสร้างสรรค์กับ MOTOR EXPO PHOTO SHOOTING X TAM:DA

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” สร้างสรรค์มุม PHOTO SHOOTING โดย ธนวัต มณีนาวา หรือ “เป๋ TAM:DA” ศิลปิน นักประดิษฐ์ และนักออกแบบ ที่เปลี่ยนสิ่งธรรมดาๆ ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ ถ่ายทอดผ่านวัสดุเหลือใช้ และของที่ถูกทอดทิ้ง

ผลงาน “อลังการงานสร้างสรรค์” ของ “เป๋ TAM:DA” ณ มุม PHOTO SHOOTING เกิดจากไอเดียง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยนำถุงพลาสติคใช้แล้วมาหลอมรวมกันเป็นรูปรถ ตามแบบภาพสัญลักษณ์งานในสไตล์ของ TAM:DA ซึ่งมักจะมองสิ่งธรรมดาในมุมใหม่ และเปลี่ยนสิ่งที่ดูไร้ค่าให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

เชิญผู้สนใจถ่ายภาพร่วมกับผลงานของ “เป๋ TAM:DA” ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแทก #MotorExpoArt2025 และรับของที่ระลึกได้ที่มุม PHOTO SHOOTING ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” บริเวณลอบบี้ฮอลล์ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2568

“ลมหายใจไร้มลทิน”เปิดพื้นที่ “ฮีลใจ” ครอบครัว ในงาน MOTOR EXPO 2025

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมกับ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล เชิญชวนทุกครอบครัว “สร้างภูมิคุ้มกันใจ เด็กไทยเข้มแข็ง” ภายใต้แนวคิด “Inner Growth Playground: Smart Mind – Safe Heart – Nature Balance”
มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เปิดพื้นที่ “ฮีลใจ” ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” พบกับ 4 กิจกรรมไฮไลท์ เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจลูกหลานแบบรอบด้าน และฟื้นฟูสมดุลใจทั้งครอบครัว ดังนี้
1. Scan Me Smart Kid: คัดกรองเพื่อเข้าใจเด็ก บริการประเมินพัฒนาการครบวงจร (ปฐมวัย-วัยรุ่น) ทั้งพัฒนาการพื้นฐาน, M-CHAT, EQ, Self-esteem, ซึมเศร้า/ติดเกม เพื่อให้ผู้ปกครองเห็นภาพรวมพัฒนาการลูก และนำข้อมูลไปต่อยอดที่บ้านได้ทันที
2. Plug into Nature Kits: พื้นที่เชื่อมต่อพลังธรรมชาติ กิจกรรมเปิดประสาทสัมผัส ผ่อนคลาย สงบ มีสมาธิ ลดความฟุ้งซ่านจากโลกดิจิทอล เพื่อฟื้นฟูสมดุลทางอารมณ์ของเด็กยุคใหม่
3. Smart Family Safe Zone: โซนครอบครัวปลอดภัย คิดเป็น เรียนรู้ร่วมกันผ่านบอร์ดเกม “8 ทักษะความปลอดภัย” และกิจกรรมสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงในบ้าน เพื่อฝึกทักษะการตัดสินใจ และสร้างคุณภาพเวลาร่วมกัน
4. ชุดกิจกรรมเสริมทักษะสมอง EF และการตัดสินใจ เกม “คิดส่ะดี ธรรมได้” ฝึกยั้งคิด ควบคุมอารมณ์ และมีผู้เชี่ยวชาญช่วยแปลผลคัดกรอง EF เพื่อให้เด็กมีทักษะคิดเป็น วางแผนเป็น และควบคุมตนเองได้อย่างเหมาะสม
ภายในบูธ “ลมหายใจไร้มลทิน” ยังมีบริการพิเศษ ให้คำปรึกษาออนไลน์ฟรี ครอบคลุมเรื่องการเลี้ยงดู ปัญหาพฤติกรรม และพัฒนาการล่าช้า โดยนักจิตวิทยาคลินิก และนักพัฒนาการ ในช่วงเวลา 17.00–18.00 น.
พร้อมกันนี้ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานมูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน บริจาคสนับสนุน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบกองทุนรากฐานปัญญาแผ่นดิน จำนวน 236,000 บาท เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568
เชิญทุกครอบครัวมา “ฮีลใจ” ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” บูธมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน บริเวณลอบบี้ฮอลล์ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ -10 ธันวาคม 2568 

เปิดฉากอลังการ MOTOR EXPO 2025รวมนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมโปรแรงส่งท้ายปี

เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ชมรถยนต์รุ่นล่าสุด 42 แบรนด์ จักรยานยนต์ 16 แบรนด์ รับโปรโมชั่นเร้าใจ ตั้งแต่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” จัดแสดงรถยนต์ 42 แบรนด์ รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ โดยคาดว่า งานนี้จะสร้างยอดขาย กระตุ้นตลาด และอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ GAC GOVY AIRCAB รถบินได้ พลังไฟฟ้า 100 % หรือที่เรียกว่า eVTOL พัฒนาโดย eVTOL ของ GAC GROUP เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ติดตั้งใบพัด 6 แกน 12 ใบ บนหลังคา ประตูแบบปีกนก ระยะทางบิน 20-30 กม. ความเร็วสูงสุด (ขณะบิน) 120 กม./ชม. ชาร์จเร็วเต็มได้ใน 25 นาที แพลทฟอร์มขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L4 มีเครือข่ายดิจิทอลไร้คนขับ 3 มิติ ช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของการปฏิบัติการแบบไดนามิคได้อย่างเต็มที่
CHERY QQ3 EV เป็นรุ่นใหม่ที่ใหญ่ และทันสมัยกว่า QQ ICE CREAM มาก เปิดตัวครั้งแรกในงาน 2025 CHENGDU AUTO SHOW สร้างบนแพลทฟอร์ม T12 ของ CHERY มีความยาวกว่า 4,200 มม. และฐานล้อกว้างกว่า 2,700 มม. ภายในหรูหรา เทคโนโลยีสูง จอแสดงผลดิจิทอล และจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ใช้ชิพ QUALCOMM SNAPDRAGON 8155 มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง ให้กำลัง 90 กิโลวัตต์/121 แรงม้า
HONDA STEP WGN e:HEV รุ่น SPADA ใหม่ เอมพีวี 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ มิติตัวรถ 4,830 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,845 มม. ฐานล้อ 2,890 มม. ขับเคลื่อนระบบฟูลล์ไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า มอเตอร์แรงบิด 315 นิวทันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 19.5-20 กม./ลิตร
HYUNDAI XRT CONCEPT รถยนต์แนวคิดที่เน้นการลุยทางวิบาก โดยใช้พื้นฐานจาก HYUNDAI SANTA FE มาออกแบบรูปทรงเหลี่ยมใหม่ บึกบึน เน้นการใช้งานจริงนอกถนน ยางแบบ ALL-TERRAIN ดอกยางใหญ่ ช่วงล่างยกสูง
OMODA 4 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นล่าสุดจาก CHERY ส่งออกในนาม OMODA รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ เป็นเอสยูวีที่มีขนาดเล็กที่สุด ในตระกูล OMODA โดยวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า OMODA 5 เดิมทีเคยใช้ชื่อว่า OMODA 3 แต่ได้เปลี่ยนมาเป็น OMODA 4

WULING STARLIGHT เอมพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระยะวิ่งไกลถึง 540 กม. ที่นั่งเรียงแถวแบบ CAPTAIN SEAT เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวขนาดกลาง ที่มีเด็ก และผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลีมูซีน VIP TAXI และกลุ่ม RIDE HAILING ที่ต้องการรถหรูหราที่กว้างขวาง และสะดวกสบาย
ZEEKR MIX จากบริษัทแม่ GEELY มิติตัวถังยาว 4,688 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,755 มม. ฐานล้อ 3,008 มม. ออกแบบไร้เสากลาง เมื่อเปิดประตู เบาะนั่งคู่หน้าหมุนได้ 270 องศา แบทเตอรีพัฒนาร่วมกับ CATL มีความจุกระแสไฟ 86 กิโลวัตต์ชั่วโมง เหมือนกับ 001 ขนาด 800 โวลท์ รับกระแสชาร์จได้ถึง 360 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางสูงสุด 702 กม. (CLTC)
นอกจากนี้ มีรถยนต์เปิดตัวครั้งแรกในโลก ได้แก่ TOYOTA HILUX TRAVO 
เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ AVATR 07, BYD Ti7, DENZA B5, GEELY EX2, LEXUS LX 500D 
เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ BMW iX LCI, DFSK E5 PLUS, GWM WEY G9 Hi4, MAXUS eDELIVER 5, MG IM5, NEX CARGO VANTASTIC, NISSAN X-TRAIL e-POWER e-4ORCE และ VOLVO XC60
สำหรับผู้ชมงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับฟรีรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในรายการ ซื้อรถ…ชิง AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE / ซื้อบัตร…ชิง MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE / ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิง SUZUKI รุ่น GSX-8R / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิง WULING BINGUO รุ่น DC ICON
ยิ่งกว่านั้น สามารถชมงานผ่าน MOTOR EXPO APPLICATION อัดแน่นข้อมูลของงาน ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จาก Influencer ชื่อดัง พร้อมฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย อาทิ ข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน  โปรโมชั่น แคมเปญพิเศษ ช่วยในการเลือกซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ จำหน่ายบัตรชมงานทั่วไป และบัตรชมงานแบบวีไอพี MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ฯลฯ
การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 2 เส้นทาง ดังนี้
1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4
2. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C
ส่วนผู้ต้องการมาเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025 แบบไม่ต้องวนหาที่จอดในอาคาร เรามีบริการ  SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

สะดวก ประหยัด นั่ง Shuttle Bus ฟรี !  ไปเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” อำนวยความสะดวก ให้ผู้สนใจไปเที่ยวงาน ด้วยบริการ Shuttle Bus รับ-ส่ง ฟรี 2 เส้นทาง ดังนี้

  • 1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4

รอบแรกจากหมอชิต 11.00 น. และรอบสุดท้ายจาก IMPACT 22.30 น.

  • 2. รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C

รอบแรกจากรังสิต 11.00 น. และรอบสุดท้ายจาก IMPACT 22.30 น.

รถออกทุก 30 นาที หรือออกเมื่อผู้โดยสารเต็ม เวลาเดินรถอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพจราจร

นอกจากนี้ ยังมีบริการ  SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3 สำหรับผู้ขับรถไปชมงานที่ไม่อยากเสียเวลาวนหาที่จอดในอาคาร

เชิญเที่ยวงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”  

เอดิสัน อีวี เปิดตัว “DFSK E5 Plus” ในงาน Motor Expo 2025



EDISON EV LAUNCHES DFSK E5 PLUS AT MOTOR EXPO 2025
• สร้างมาตรฐานใหม่รถไฟฟ้าของครอบครัว ชูจุดเด่น SUV Plug-in Hybrid ระดับพรีเมียม 7 ที่นั่ง
• เคาะราคาเริ่มต้นเร้าใจ 799,999 บาท พร้อมโปรโมชั่นพรีออเดอร์สุดพิเศษเฉพาะในงาน

กรุงเทพฯ – 28 พฤศจิกายน 2568 – บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด (Edison EV Co., Ltd.) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ DFSK อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว “DFSK E5 Plus” อย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) โดยเปิดราคาเริ่มต้นเพียง 799,999 บาท พร้อมมอบข้อเสนอพรีออเดอร์และสิทธิพิเศษมากมาย ณ บูธ B08

นายอี้ จั้ว เถียน (Mr. Yi Zhou Tian) ผู้ก่อตั้ง บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งมอบคุณภาพที่พิสูจน์ได้สู่ผู้บริโภคชาวไทยว่า “เอดิสัน อีวี ภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการจาก SERES Group ในประเทศไทย ความร่วมมือของเราได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วจากการจำหน่าย SERES 3 ที่หมดโควต้าล็อตแรกอย่างรวดเร็วในปีนี้ ยืนยันได้ว่าประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ทุกคนเข้าถึงได้”

ราคาที่แข่งขันได้ในสเปคที่เหนือกว่า
นายเถียน กล่าวถึงนัยยะของการเปิดตัวครั้งนี้ว่า “DFSK E5 Plus ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ DFSK ในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการขยายตลาดทั่วโลก E5 Plus มีความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะรถยนต์พลังงานใหม่รุ่นแรกของแบรนด์ ภายใต้กลยุทธ์การขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มสายการผลิตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงของ DFSK จากผู้ส่งออกรถยนต์สันดาปแบบดั้งเดิม สู่แบรนด์ยานยนต์อัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ของกลยุทธ์พลังงานใหม่มาตรฐานสากลของ DFSK”

นายเถียน ย้ำว่าความสำเร็จนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์หลักของ เอดิสัน อีวี คือ “Deliver Simple Technology for Everyone” หรือการส่งมอบเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน “เราเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้าควรเป็นเทคโนโลยีกระแสหลักที่ทุกครอบครัวเข้าถึงได้ ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม จากการวิจัยความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย เรามั่นใจว่า DFSK E5 Plus คือคำตอบที่ใช่สำหรับครอบครัวไทยยุคใหม่”

ด้วยตำแหน่งทางการตลาดในกลุ่ม Mid-size SUV รถรุ่น E5 Plus ถูกออกแบบมาเพื่อเคียงข้างครอบครัวในทุกการเดินทาง ตั้งแต่การใช้งานในเมือง ทริปพักผ่อนในวันหยุด ไปจนถึงการเดินทางไกลในช่วงเทศกาล เอดิสัน อีวี ได้ประกาศกลยุทธ์ราคาสำหรับตลาดประเทศไทย ดังนี้:

• รุ่น Comfort ขนาดแบตเตอรี่ 18.4 kWh เริ่มต้น 799,999 บาท*
• รุ่น Smart ขนาดแบตเตอรี่ 25.3 kWh เริ่มต้น 859,999 บาท*
*ราคาเปลี่ยนแปลงตามจำนวนที่นั่งและขนาดแบตเตอรี่ที่เลือก มอบอิสระให้แต่ละครอบครัวได้เลือกตามไลฟ์สไตล์ที่เหมาะสม

“ลูกค้าที่พรีออเดอร์ DFSK E5 Plus ภายในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม นี้ จะได้รับแพ็กเกจพิเศษรวมถึงประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี ซึ่งเป็นข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะช่วงงานนี้เท่านั้น” นายเถียน กล่าวเสริม

รถครอบครัวอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้าตัวจริงเทียบมาตรฐานยุโรป
นางสาวธันย์จิรา ภูริชพุฒิพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด ให้ข้อมูลเจาะลึกถึงจุดเด่นที่ทำให้ DFSK E5 Plus แตกต่างในตลาดรถไฟฟ้าที่มีการแข่งขันสูงของไทย “DFSK E5 Plus คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรถครอบครัวอเนกประสงค์ ยกระดับตลาดด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สมรรถนะการขับขี่ และความปลอดภัย สร้างมาตรฐานใหม่ของ ‘รถไฟฟ้าจีนที่ได้มาตรฐานคุณภาพยุโรป’ เป็นข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างชัดเจน”

เทคโนโลยี PHEV ขั้นสูง
E5 Plus มาพร้อมระบบปลั๊กอินไฮบริดอัจฉริยะที่มีโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Pure Electric Priority, Fuel Priority, Smart Mode และ Mandatory Pure Electric Mode
• แบตเตอรี่ LFP รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 129 กม. (มาตรฐาน WLTP)
• เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร สามารถขับขี่ได้ระยะทางรวมสูงสุดถึง 1,200 กม. ซึ่งเหนือกว่ารถรุ่นอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน

สมรรถนะที่เหนือชั้น
• มอเตอร์ขับเคลื่อนรุ่น TZ220XY008 ให้กำลังสูงสุด 160 กิโลวัตต์ (kW) และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร
• อัตราเร่ง: 0-100 กม./ชม. ภายใน 8 วินาที และ 0-50 กม./ชม. เพียง 3.3 วินาที
• ช่วงล่าง: ด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท (MacPherson strut) และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ (Multi-link) พร้อมระบบโช้คอัพปรับความหนืดอัตโนมัติ FSD (Frequency Selective Damping)
• ระบบเบรก: ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ชม. เพียง 39.5 เมตร

การออกแบบพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง
• มิติตัวถัง: ยาว 4,760 มม. x กว้าง 1,865 มม. x สูง 1,710 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,785 มม.
• พื้นที่สัมภาระ: ในรูปแบบ 5 ที่นั่ง มีพื้นที่จุสัมภาระมากถึง 465 ลิตร พร้อมเบาะพื้นปรับได้ระนาบ
• ทางเลือกจำนวนที่นั่ง: รองรับทั้งแบบ 6 และ 7 ที่นั่ง เพื่อครอบครัวขยาย โดยยังคงพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านหลังได้อีก 187 ลิตร

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อระดับพรีเมียม
• หน้าจอสัมผัส Full HD ขนาด 15.6 นิ้ว และมาตรวัดดิจิทัลขนาด 8.8 นิ้ว
• ระบบเสียงพรีเมียมด้วยลำโพง 13 ตำแหน่ง พร้อมลำโพงเพดานและแอมพลิฟายเออร์แยกอิสระ
• การเชื่อมต่อ: รองรับ Apple CarPlay, Android Auto, Petal Maps, Spotify และ YouTube
• แท่นชาร์จไร้สาย 50W และพอร์ต USB ที่จ่ายไฟสูงสุดถึง 66W

ระบบความปลอดภัยขั้นสูง
E5 Plus สร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ที่เหนือกว่าในรถรุ่นเดียวกัน
• ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง เป็นมาตรฐานเพื่อปกป้องผู้โดยสาร
• เรดาร์ Millimeter-wave, เซ็นเซอร์อัลตราโซนิก และระบบกล้อง 5 ตัวรอบคัน
• ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (ADAS) อาทิ ACC, AEB, LKA และ Traffic Jam Assist
• กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมฟังก์ชัน Transparent Chassis (มองทะลุใต้ท้องรถ)
• ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitoring), ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist), ระบบเตือนการเปิดประตู (Door Opening Warning) และระบบเตือนขณะถอยหลัง (Rear Cross-Traffic Alert)

โซลูชันการชาร์จที่สะดวก ไร้กังวลใด ๆ ตลอดการขับขี่
• รองรับ DC Fast Charging: ชาร์จ 30-80% ภายใน 20-28 นาที
• รองรับ AC Charging: ชาร์จ 20-90% ภายใน 3-4 ชั่วโมง
• ระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอก (V2L): กำลังไฟ 3.3 kW
• Netlink T-Box: รองรับการตรวจสอบสถานะรถและการตั้งเวลาชาร์จผ่านรีโมท

“DFSK E5 Plus คือรถรุ่นเรือธงที่ออกแบบสร้างสรรค์มาอย่างรอบคอบ ให้เป็นรถ PHEV สำหรับครอบครัว พร้อมให้ทุกท่านได้สัมผัสคันจริงและจับจองเป็นเจ้าของแล้วที่บูธ B08 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อสายด่วน เอดิสัน อีวี ที่ 064-656-2283” นางสาวธันย์จิรา กล่าวทิ้งท้าย

ฮุนได จัดแสดงรถต้นแบบ The SANTA FE XRT Conceptโชว์เคสนวัตกรรมยานยนต์เพื่ออนาคต ในคอนเซปต์ ‘Hyundai: Sense of SEOUL’ตอกย้ำผู้นำ Mobility Solutions จากเกาหลีใต้ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42



พร้อมแคมเปญพิเศษ “Hyundai Deal SEOUL Good”
ทางเลือกดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% หรือ ผ่อนสบายเริ่ม 5,024 บาทต่อเดือน พร้อมส่วนลดออนท็อปอีก 20,000 บาท*
กรุงเทพฯ 28 พฤศจิกายน 2568 — บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏการณ์ส่งท้ายปีในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025)” ยกทัพยนตรกรรมครบทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Mobility Solutions ภายใต้คอนเซปต์ “Hyundai: Sense of SEOUL” ถ่ายทอดเสน่ห์ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจจากประเทศเกาหลีใต้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านบูธดีไซน์ล้ำที่สะท้อนเอกลักษณ์ของฮุนไดในทุกมิติ พร้อมสัมผัสกิจกรรมและกลิ่นน้ำหอมพิเศษ ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง Hyundai x Sulwhasoo พบโซนถ่ายรูปกับชุด “ฮันบก” ชุดประจำชาติของเกาหลี และโซน Hyundai x Asphalt Legends Unite ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสมรรถนะอันทรงพลังของ IONIQ 5 N ผ่านเกมแข่งรถสุดมันส์ พร้อมข้อเสนอพิเศษจากแคมเปญ “Hyundai Deal SEOUL Good” ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี มอบทางเลือกดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% หรือ ผ่อนสบายเพียง 5,024 บาทต่อเดือน และส่วนลดพิเศษออนท็อปข้อเสนอรายรุ่นเพิ่มอีก 20,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดรุ่นที่ร่วมรายการ ภายในงาน Motor Expo และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 และรับรถยนต์ภายใน 31 ธันวาคม 2568

นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในอุตสาหกรรมยานยนต์เมืองไทย ทั้งจากผู้เล่นรายใหม่ สงครามราคา และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ฮุนไดเชื่อว่า นี่คือ ช่วงเวลาแห่งโอกาสในการกำหนดทิศทางอนาคตของแบรนด์ฮุนได เราไม่เคยมองการเติบโตระยะสั้น เราขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ตั้งอยู่บนรากฐานของคุณภาพ นวัตกรรม และความยั่งยืน เรามุ่งมั่นส่งมอบยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในคุณภาพสูง พร้อมยกระดับเทคโนโลยีความปลอดภัยในรถทุกรุ่นภายใต้มาตรฐานระดับโลก เพื่อยกระดับบทบาทของฮุนไดจากผู้ผลิตรถยนต์ สู่ผู้นำด้านโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะ ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับคนไทย”
นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้ ในบูธฮุนไดใช้แนวคิด “Hyundai: Sense of SEOUL” ชูนวัตกรรมแห่งอนาคตที่มาบรรจบกับไลฟ์สไตล์ความเป็นเกาหลี พร้อมจัดแสดง The SANTA FE XRT Concept ครั้งแรกในประเทศไทย ที่สะท้อนดีไซน์แข็งแกร่งและสมบุกสมบัน พร้อมลุยสำหรับสายผจญภัยอย่างแท้จริง ควบคู่กับการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Staria Essence สำหรับลูกค้าองค์กรเท่านั้น ที่ต้องการความคุ้มค่าแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและความสบายในแบบฮุนได และในปีนี้เรายังได้ร่วมมือกับ Sulwhasoo เพื่อยกระดับประสบการณ์ภายในบูธ ด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมเกาหลีที่ผสานเข้ากับยนตรกรรมได้อย่างกลมกลืน ทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของฮุนไดในการพัฒนาโซลูชันการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนไทยมากยิ่งขึ้น”
ภายในงาน ฮุนไดยกทัพยนตรกรรมครบทุกไลน์อัปมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ นำเสนอความหลากหลายของยนตรกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ไปจนถึงรถยนต์สันดาป (ICE) ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคนรุ่นใหม่อย่างครบถ้วน สะท้อนความมุ่งมั่นของฮุนไดในการพัฒนา “ยนตรกรรมเพื่อทุกการเดินทาง”
เริ่มด้วยไลน์อัประดับโลกจากตระกูล IONIQ ที่สะท้อนความก้าวล้ำของเทคโนโลยี EV บนแพลตฟอร์ม E-GMP (Electric Global Modular Platform) มอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจ ผสานประสิทธิภาพพลังงานเหนือระดับ ครบครันด้วย IONIQ 5 เอสยูวีไฟฟ้าดีไซน์ไอคอนิกเจ้าของรางวัลระดับโลก, IONIQ 5 N Line รุ่นตกแต่งสปอร์ตที่เพิ่มความเร้าใจ, IONIQ 6 ซีดานไฟฟ้าพรีเมียมดีไซน์ล้ำยุคที่โดดเด่นทั้งความหรูและอากาศพลศาสตร์เหนือชั้น และ IONIQ 5 N รถสมรรถนะสูงในตระกูล N ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตสู่โลก EV อย่างแท้จริง
ฮุนไดยังเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัปด้วยกลุ่มนวัตกรรมยานยนต์ไฮบริดด้วยกลุ่ม SUV Hybrid ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Parallel Hybrid System สุดล้ำ สร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดพลังงานได้อย่างเหนือระดับ โดยเฉพาะ The all-new SANTA FE Hybrid พรีเมียม SUV เจเนอเรชันใหม่แบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรง BOXY แข็งแกร่งทันสมัย ผสานขุมพลังไฮบริดสมรรถนะสูง ให้กำลังรวม 232 แรงม้า พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันถึง 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร สะท้อนแนวคิดแห่งการขับเคลื่อนที่ทรงพลังแต่ยั่งยืนในแบบฉบับฮุนได ขณะที่ Hyundai PALISADE Diesel SUV 7 ที่นั่งระดับแฟลกชิปของแบรนด์ ถ่ายทอดความหรูหรา แข็งแกร่ง และความปลอดภัยเหนือระดับ ผสานความสะดวกสบายล้ำสมัยในทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มองหายานยนต์พรีเมียมสำหรับทุกการเดินทางอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ฮุนไดยังนำเสนอไลน์อัปรถยนต์ยอดนิยมในกลุ่มครอบครัวและอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง ได้แก่ STARIA EURO 5 รถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม 11 ที่นั่ง MPV นำเข้าทั้งคันจากเกาหลี  ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลสะอาดมาตรฐาน Euro 5 แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันดีเซล B20 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 12 กิโลเมตรต่อลิตร อีกทั้งยังมาพร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 75 ลิตร ที่ให้ระยะทางวิ่งกว่า 900 กิโลเมตรต่อการเติมเต็มหนึ่งถัง พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงอย่าง Hyundai SmartSense อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยขับขี่ล้ำสมัยกว่า 12 ฟังก์ชัน ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้สนุก ขับง่าย และปลอดภัยขึ้น ผสานกับความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นประตูไฟฟ้าทั้งสองด้านและประตูท้ายไฟฟ้า ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ Hyundai CRETA Alpha SUV ขนาดกลางที่มาพร้อมสมรรถนะคล่องตัวและดีไซน์สปอร์ตสะท้อนพลังแห่งความมั่นใจ STARGAZER X7 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยความคุ้มค่า ฟังก์ชันครบครัน และการออกแบบที่รองรับทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่
โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการจัดแสดง “The SANTA FE XRT Concept” ครั้งแรกในประเทศไทย แนวคิดของรถต้นแบบ The SANTA FE XRT Concept ได้รับการยกย่องในการตอบโจทย์ที่หลากหลายของกลุ่มผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และจุดประกายจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสมบุกสมบัน สามารถรับมือกับภูมิประเทศที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจและง่ายดาย และมุ่งเน้นที่การมอบประโยชน์ใช้สอย ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เช่น ล้อและยางออฟโรดขนาดใหญ่, แร็คบรรทุกสัมภาระบนหลังคาที่แข็งแกร่ง และพื้นที่เก็บของภายนอกที่เพิ่มขึ้น ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความอเนกประสงค์ในสไตล์ SUV ผสานสมรรถนะที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกกับดีไซน์ที่เสริมความโดดเด่นให้ผู้ขับขี่ ภายใต้แนวคิด “Open for More Inspiration” การตีความใหม่ของจิตวิญญาณแห่งอิสระ แรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่ต้องการดีไซน์อันแข็งแกร่ง และเทคโนโลยีสำหรับทุกเส้นทาง
นอกจากนี้ ภายในบูธฮุนไดยังถ่ายทอดเสน่ห์และกลิ่นอายของเกาหลีผ่านประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แนวคิด “Hyundai: Sense of Seoul” ด้วยกิจกรรม Hyundai x Sulwhasoo ที่ร่วมกันรังสรรค์กลิ่นหอมเอกลักษณ์ สะท้อนจิตวิญญาณความเป็นเกาหลีที่ผสานดีไซน์ ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษจาก Sulwhasoo ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สร้าง “กลิ่นแห่งแรงบันดาลใจ” ในแบบของตนเอง ภายในบูธยังออกแบบให้ถ่ายทอดบรรยากาศของกรุงโซลผ่านทุกโสตสัมผัส พร้อมเพิ่มความเร้าใจด้วยโซน Hyundai x Asphalt Legends Unite
ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสมรรถนะอันทรงพลังของ IONIQ 5 N ผ่านเกมแข่งรถสุดมันส์ เติมเต็มประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นในสไตล์มอเตอร์สปอร์ตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เปิดดีลสุดท้ายของปี! ด้วยแคมเปญพิเศษ “Hyundai Deal SEOUL Good” ข้อเสนอที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ พร้อมรับส่วนลดพิเศษเพิ่มอีก 20,000 บาท* และพิเศษรับเซ็ทผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจาก Sulwhasoo สำหรับผู้ที่จองรถยนต์ฮุนไดรุ่นที่ร่วมรายการ ภายในงาน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 และรับรถภายใน 31 ธันวาคม 2568
• Hyundai STARIA เปิดตัวรุ่นย่อย Staria Essence สำหรับลูกค้าองค์กรเท่านั้น ที่ราคาเริ่มต้น 1,499,000 บาท ข้อเสนอสำหรับรุ่นอื่นเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด มูลค่า 400,000 บาท ในรุ่น Staria Premium
• Hyundai STARGAZER X7 รับราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,024 บาท
• Hyundai PALISADE DIESEL เลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด มูลค่า 300,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน
• Hyundai SANTA FE HYBRID รับราคาพิเศษเริ่มต้น 1,599,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.99% นานสูงสุด 48 เดือน
• Hyundai CRETA Alpha รับราคาพิเศษเริ่มต้น 779,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 72 เดือน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,731 บาท
• IONIQ 5 ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,239,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 84 เดือน หรือเลือกผ่อนต่ำ เริ่มต้นเพียง 15,170 บาท
• IONIQ 6 ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,729,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกผ่อนต่ำ เริ่มต้นเพียง 19,062 บาท
พบกันที่ บูธฮุนได ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025)” ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคตที่สะท้อนตัวตนของฮุนไดอย่างแท้จริง ฮุนได ใช้เวที “Motor Expo” ครั้งนี้ ประกาศวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการก้าวสู่ผู้นำด้านนวัตกรรมการขับเคลื่อนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมและแรงบันดาลใจจากเกาหลี เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคไทยในทุกมิติ ภายใต้คำมั่นสัญญาของฮุนได  “Progress for Humanity”

OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO J6T EV พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

กรุงเทพฯ (28 พฤศจิกายน 2568) – OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เปิดตัว JAECOO 6T EV ยานยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต (Sport SUV) รุ่นล่าสุดของตระกูล JAECOO เปิดให้จองในราคาพิเศษ 1,049,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท จำกัดเพียง 250 คันเท่านั้น พร้อมจัดแสดงรถต้นแบบรุ่นอื่น ๆ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

JAECOO 6T EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังแบบ Wide Body พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่สะท้อนความสปอร์ตทรงพลัง ตัวถังผลิตจากอลูมิเนียมคุณภาพสูงที่ให้ทั้งความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ H-ARM Suspension ที่มอบประสิทธิภาพการควบคุมและการทรงตัวที่เหนือชั้น ด้านสมรรถนะ JAECOO 6T EV สามารถพิชิตทางลาดชันได้สูงถึง 29 องศา พร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่มีให้เลือกถึง 9 โหมดการขับขี่ รองรับทุกสภาพถนน ล้อขนาด 245/55 R19 มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และสามารถลุยน้ำท่วมขังได้ลึกถึง 625 มิลลิเมตร

คุณเซดริก ชุย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “OMODA & JAECOO ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 286,966 คันในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ของเรา สำหรับแผนการดำเนินงานในประเทศไทย เรามีแผนเริ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่โรงงานในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 80,000 คันต่อปี การเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเราในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ Chery Automobile Group (Thailand) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเคียงข้างพี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยเจ้าของรถ OMODA & JAECOO ทุกคันได้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ในครั้งนี้ 1 คัน = 100 บาท รวมกว่า 1,300,000 บาท เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่

ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะมุ่งเน้นการพัฒนาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle) 5 รุ่น โดยผลิตในประเทศ 2 รุ่นและนำเข้า 3 รุ่น, REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 1 รุ่น, HEV (Hybrid Electric Vehicle) 1 รุ่น และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric

Vehicle) 2 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการใช้งานของลูกค้า อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบความปลอดภัยขั้นสูง และระบบความบันเทิงล้ำสมัย ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันที่มีกว่า 80 แห่งให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และการยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายผ่านศูนย์บริการที่ทันสมัยพร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า 

คุณบิล จาง ผู้อำนวยการ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้ส่งมอบรถให้ลูกค้าแล้วกว่า 12,000 คัน สะท้อนความสำเร็จอย่างโดดเด่นในตลาดไทย พร้อมกันนี้ สำหรับปี 2569 เรามีแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนเป็น 120 แห่ง พร้อมเป้าหมายยอดขาย 26,000 คัน ด้านการบริการ เราจะยกระดับ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากบริการพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น ศูนย์บริการและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เรายังวางแผนเพิ่มบริการพิเศษใหม่ ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าของเรา”

นอกจาก JAECOO 6T EV แล้ว OMODA & JAECOO ยังได้เผยโฉมรถต้นแบบอีก 3 รุ่น ได้แก่ 
· OMODA 4 รถต้นแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากการผจญภัยในอวกาศ โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Cyber Mecha” ที่สื่อถึงยานสำรวจกาแล็กซี ผ่านซุ้มล้อทรงเหลี่ยม เส้นสายคมชัด กระจังหน้าขนาดใหญ่พร้อมไฟ LED ดีไซน์สายฟ้า และไฟท้ายพาดยาวรูปตัว L ภายในห้องโดยสารถ่ายทอดแนวคิด “ห้องนักบินยานอวกาศ” ผสานความล้ำสมัยและแฟชั่นได้อย่างลงตัว 
· TIANJI รถต้นแบบ SUV 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง มาพร้อมกระจังหน้าแบบปิดและไฟหน้าพาดยาวที่สร้างเอกลักษณ์ล้ำอนาคต ใช้ระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 300 กิโลเมตร และระยะทางรวมถึง 2,000 กิโลเมตร 
· ET9 รถต้นแบบ SUV ขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย แข็งแกร่ง และระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 220 กิโลเมตร พร้อมระยะทางรวมสูงสุด 1,400 กิโลเมตร

นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังมุ่งเน้นการยกระดับบริการหลังการขาย โดยการพัฒนาบริการ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด ในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้เชิญลูกค้า JAECOO 6 EV มาอัปเดต Software Huawei x JAECOO เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทาง และลูกค้า JAECOO 5 EV มาอัปเดต Pet mode และ Camping mode ผ่านผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะยังคงมอบสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายให้กับลูกค้า อาทิ การอัปเดตซอฟต์แวร์ และโปรแกรมสะสมคะแนนแลกของรางวัล เช่น บริการฟรีค่าแรงซ่อมบำรุง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

OMODA & JAECOO มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี การันตี JAECOO 5 EV ราคานี้ดีที่สุด (Best Price Guarantee) โดยเดินหน้าส่งมอบรถเพิ่มเติมอีก 3,000 คัน ก่อนสิ้นปี 2568 โดย
· JAECOO 5 EV LONG RANGE DYNAMIC มาพร้อมราคาพิเศษที่ 549,000 บาท* จากราคาปกติ 629,000 บาท
· JAECOO 5 EV LONG RANGE MAX ราคาพิเศษ 599,000 บาท* จากราคาปกติ 679,000 บาท
พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย อาทิ Home Charger พร้อมติดตั้ง, ประกันภัยชั้น1 ระยะเวลา 1 ปี, 
การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving Motor System) ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

JAECOO 6 EV มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี พร้อมส่วนลดสูงสุดสำหรับทุกรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เช่นรับประกันคุณภาพรถใหม่, แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และสายชาร์จ V-to-L, ฟรี AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย
· JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD มาพร้อมราคาพิเศษที่ 999,000 บาท* จากราคาปกติ 1,249,000 บาท
· JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท
· JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD PRO ราคาพิเศษ 799,000 บาท*

JAECOO 7 SHS มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษในงาน Motor Expo พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น การรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง, ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และ AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย
· JAECOO 7 SHS Dynamic มาพร้อมราคาพิเศษที่ 799,000 บาท* จากราคาปกติ 899,000 บาท
· JAECOO 7 SHS Max ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 999,000 บาท

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น