MG Primus สร้างประวัติการณ์ใหม่! กวาด 6 รางวัลใหญ่ครองแชมป์สุดยอดดีลเลอร์ MG คุณภาพเยี่ยม!


MG Primus สร้างประวัติการณ์ใหม่! กวาด No.1 รางวัล MG Dealer Award 2025 ครบทุกมิติ ครองแชมป์ผู้นำดีลเลอร์ MG คุณภาพสูง สะท้อนมาตรฐานที่เหนือระดับและความเชื่อมั่นของลูกค้าไทย


นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group และ MG Primus เปิดเผยว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ทาง MG Primus ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยได้รับรางวัลผลงานยอดเยี่ยมอันดับ 1 ด้านต่างๆ รวมทั้งสิ้น 6 รางวัลใหญ่ ในพิธีมอบรางวัล “MG Dealer Award 2025”  ที่ได้รับเกียรติจาก มร.ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เป็นผู้มอบรางวัล ภายในงานประชุมผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ MG ทั่วประเทศ ภายใต้ชื่อ “MG Dealer Award 2025” ที่จัดขึ้น โดยบริษัท เอ็มจี เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด
สำหรับรางวัล MG Dealer Award 2025 ที่ MG Primus ได้รับรวมทั้งหมด 6 รางวัล ได้แก่
1. Excellence Award : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกด้าน
2. Best Sales Performance : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายปลีกสูงสุดในประเทศ
3. Best Sales Volume of MG IM6 Group: รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์ MG IM6 สูงสุดในประเทศ
4. Best Sales Volume (EV) : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุดในประเทศ
5.Best Sales Volume (ICE) : รางวัลอันดับ 1 กลุ่มผู้จำหน่ายที่มียอดขายรถยนต์สันดาปสูงสุดในระดับประเทศ
6. Best Dealer Star : รางวัลอันดับ 1 ประเภทผู้จำหน่ายที่มีคะแนนมาตรฐานบริการลูกค้า เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 90% โดย MG Primus สาขาพัทยา เป็นได้รับรางวัลดังกล่าว
นอกจากนี้ MG Primus ยังได้รับรางวัล 5 Stars Award  สำหรับผู้จำหน่ายที่สามารถรักษามาตรฐานการดำเนินงานและคุณภาพการบริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี สะท้อนการบริหารที่มีคุณภาพ สม่ำเสมอ และให้ความสำคัญกับประสบการณ์แก่ลูกค้าในทุกด้านเป็นอย่างดี
พร้อมสร้างสถิติใหม่ด้านการจำหน่ายรถยนต์ ในเดือนธันวาคม 2568 โดยทำยอดจำหน่ายสูงสุดในรอบ 12 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อมาตรฐานการบริการโดยรวมของ MG Primus

นายณัฏฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของ MG Primus ในฐานะกำลังสำคัญของเครือข่ายผู้จำหน่าย MG ประเทศไทย ที่จะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการบริการให้แก่ลูกค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
ทั้งเป็นบทพิสูจน์ทิศทางและนโยบายของ Primus Group ที่กำหนดได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สอดรับกับสถานการณ์ด้านการตลาดและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบัน ด้วยการมุ่งพัฒนาเครือข่าย บุคลากร การบริหารงานและการบริการที่ส่งมอบประสบการณ์ตรงให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดและสร้างมาตรฐานการบริการที่ดีและเหนือระดับ ในฐานะผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับชั้นแนวหน้าของไทย


นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท Primus Group กล่าวเพิ่มเติมว่า “การได้รับรางวัล MG Dealer Award 2025 ครบทั้ง 6 รางวัลหลัก ถือเป็นความสำเร็จที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งขององค์กรในภาพรวม ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมในทุกด้าน และ MG Primus ยังคงเดินหน้าในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับระบบการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า และรักษามาตรฐานให้มีคุณภาพดีขึ้นเป็นลำดับต่อไป” 

สมาคมรถโบราณ ร่วมเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” โดยสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค เข้าร่วมงาน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

สมาคมรถโบราณขอเชิญชวน นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย ไปเที่ยวงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569

“ลมหายใจไร้มลทิน”มอบรางวัลการประกวดปี 2568

มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกาศผลการประกวด และมอบรางวัลกิจกรรม 4 ประเภท ประจำปี 2568 ได้แก่ เรียงความ ร้องเพลง วาดภาพศิลปะ วีดีโอคลิป รวม 67 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการมอบรางวัลผู้ชนะการประกวด จากโครงการ Kid D Project กิจกรรมจากค่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทิน ที่ปลูกฝังความซื่อสัตย์สุจริตสู่โรงเรียนที่ร่วมโครงการ และให้ โรงเรียนไปต่อยอดสู่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมอบรางวัลรวม 7 รางวัล ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569
สามารถติดตามผลการประกวด และกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org dcy.go.th และ facebook.com/LomhaijaiFoundation

แนวคิด MOTOR EXPO 2026“โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”

“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เพื่อมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ทุกประเภท ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ อย่างครบครัน


ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ ต้องการสื่อถึงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมรถยนต์ทุกประเภท และทุกระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชม และเลือกซื้อตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมียานยนต์ประเภทอื่นที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจักรยานยนต์ และเรือ
พื้นที่งานทุกตารางนิ้ว เต็มไปด้วยรถยนต์ประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีดาน, สปอร์ท, เอสยูวี, ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี, เอมพีวี, พิคอัพ ฯลฯ แต่ละประเภทล้วนเป็นรุ่นล่าสุดในตลาด ยิ่งกว่านั้น รถเหล่านี้ยังมีความหลากหลายในด้านต่างๆ อาทิ ระบบขุมกำลัง แบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน เชื้อเพลิงเบนซิน และดีเซล, แบบไฮบริด, พลัก-อิน ไฮบริด และแบบไฟฟ้า 100 % ระบบขับเคลื่อน แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ถึงระดับช่วยขับอัตโนมัติ ขณะที่ราคาจำหน่าย เริ่มตั้งแต่หลักแสนต้น จนถึงหลักหลายล้านบาท ส่วนจักรยานยนต์ ก็มีให้เลือกทุกรูปแบบ ทุกขนาดเครื่องยนต์ และทุกระดับราคา เช่นเดียวกัน
นี่คือจุดเด่นของงาน “มหกรรมยานยนต์” และด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ และจักรยานยนต์ ทุกรุ่นทุกแบรนด์อย่างครบครัน เราจึงกำหนดแนวคิดของงานปีนี้ว่า “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์ – Here, There and Every Car”
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

Prime E Truck ผนึกกำลัง DeepWay แบรนด์หัวลากไฟฟ้าล้ำสมัย พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทย เปิดตัวรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ DeepWay Star 6×4


• Prime E Truck จับมือ DeepWay เป็นผู้จัดจำหน่าย รถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะ DeepWay แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมลงนามความร่วมมือพลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยจากระบบดีเซลสู่ระบบพลังงานไฟฟ้า
• เปิดตัว DeepWay Star 6×4 ชู EV ระยะวิ่ง 440 กิโลเมตร (Full Load) พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL เป็นกลไกหลักลดต้นทุน–คาร์บอน เจาะตลาดขนส่งอาเซียน

กรุงเทพมหานคร – 21 มกราคม 2569 – บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด (Prime E Truck) ผู้นำด้านโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ DeepWay ผู้พัฒนาเทคโนโลยีรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก โดยแต่งตั้งให้ Prime E Truck เป็น ผู้จัดจำหน่ายรถหัวลากไฟฟ้า DeepWay อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถหัวลากไฟฟ้า 100% รุ่นเรือธง “DeepWay Star 6×4” อย่างเป็นทางการในตลาดไทย พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนผ่านโลจิสติกส์ไทยจากระบบดีเซลสู่ระบบพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมขนส่งไทยสู่ยุค “โลจิสติกส์สีเขียว”

Prime E Truck: ผนึกกำลังพันธมิตรแกร่ง ตั้งเป้ายกระดับการขนส่งอาเซียน
บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือณรงค์ กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน ได้รับเลือกจาก DeepWay ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย โดย นายณรงค์ สกุลศิริรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ในการเป็นผู้ริเริ่มและผู้นำในการเปลี่ยนผ่านการขนส่งในไทยจากการใช้รถยนต์พาณิชย์สันดาปไปสู่การใช้รถยนต์พาณิชย์อีวี อย่างมีรูปแบบและชัดเจนในไทย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์เปลี่ยนผ่านจากดีเซลสู่ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ คุ้มค่าทางธุรกิจ และแข่งขันได้ในระยะยาว

ความร่วมมือกับ DeepWay คือ จุดเริ่มต้นของการยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งไทยอย่างยั่งยืน เราจะนำเทคโนโลยีระดับโลกมาผสานกับความเข้าใจตลาดท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับโลจิสติกส์ไทยในเวทีโลก”

Mr. Tan Chang Yu ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดฝ่ายวิศวกรรม ของ DeepWay กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “ในฐานะที่ DeepWay เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายแรกของโลกที่พัฒนาโซลูชันรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะด้วยแนวคิดการออกแบบและสร้างสรรค์ และสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรมได้จริง โดยมียอดส่งมอบสะสมแล้วกว่า 6,400 คันในประเทศจีน และกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาสำคัญของการที่รถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้าล้วนของ DeepWay ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นฐานยุทธศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความร่วมมือกับ Prime E Truck ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถหัวลากไฟฟ้า DeepWay ในประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อสร้างระบบนิเวศ ‘รถ + บริการ’ (Vehicle + Service) ที่สมบูรณ์สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งสีเขียวในระยะยาว”

Mr. Chen Jun ผู้บริหารฝ่ายบริการพื้นที่เขตอาเซียน ของ CATL ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ ได้เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของแบตเตอรี่รุ่นที่ 3 จาก CATL ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ DeepWay Star 6×4 ว่า “ในภาคการขนส่งรถบรรทุกหนัก อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เป็นปัจจัยหลักของต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (TCO) แบตเตอรี่ของเราสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ปี หรือ 4,500 รอบการชาร์จ หรือแปลเป็นกิโลเมตร คือ 1.6 ล้านกิโลเมตร โดยมีการเสื่อมสภาพไม่เกิน 30% เมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมไฟฟ้าอิสระของ DeepWay อัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 kWh/กม. แบตเตอรี่ขนาด 600 kWh รองรับระยะทางมากกว่า 440 กม. กล่าวได้ว่า DeepWay Star 6 x 4 มีขุมพลังแบตเตอรี่ ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์หนักอย่างแท้จริง”

เปิดตัว DeepWay Star 6×4 รถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก
นายพัทธนัย วนาศรีสันต์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายการตลาด บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด เปิดเผยถึงจุดเด่นของ DeepWay Star 6 x 4 ว่า “เราเลือก DeepWay Star 6 x 4 เป็นรุ่นเรือธง สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ เนื่องจากเป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์งานขนส่งตู้คอนเทนเนอร์หรือสินค้าที่วิ่งระยะไกลโดยไม่ต้องเสียเวลาชาร์จบ่อยครั้งระหว่างขนส่ง โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
• แบตเตอรี่ขนาด 600 kWh จาก CATL
• ระยะวิ่งมากกว่า 440 กม./ชาร์จ (บรรทุกเต็ม)
• Battery Warranty  6 ปี หรือ 1,200,000 กิโลเมตร
• ระบบควบคุมพลังงานอัจฉริยะ ประหยัดพลังงานเฉลี่ย ~1.3 kWh/กม.
• โครงสร้างความปลอดภัยระดับสูง พร้อมระบบขับขี่อัฉริยะ ระดับ 2 (L2)
นอกจากนี้ ตัวรถยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะ 360 องศา ที่ผ่านการทดสอบความทนทานในสภาพอากาศร้อนจัดแบบทะเลทราย มั่นใจว่าทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของไทยได้

เราได้ทำการทดสอบเส้นทางและสมรรถนะของรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะ DeepWay Star 6×4 ในไทยพบว่าได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ต่ำถึง 1.3 กิโลวัตต์ ต่อกิโลเมตร หรือ เพียง 3.4 บาท/KWh เท่านั้นแอง (คิดจาก On Peak 4.2 / Off Peak 2.6) และยืนยันได้ว่าผู้ใช้งานจะได้รับความคุ้มค่าและพลิกโฉมการขนส่งไทยได้อย่างแน่นอน

ส่วนกลยุทธ์การตลาดจะเน้นที่ Fleet ขนาดกลาง–ใหญ่, อุตสาหกรรมอาหาร, อีคอมเมิร์ซ และ Supply Chain ที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและ Carbon Footprint และบริการหลังการขายครบวงจร ทั้งการติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่ (Depot Charging) การซ่อมบำรุง และการฝึกอบรมพนักงานขับรถ

พร้อมเปิดรับจอง DeepWay Star 6×4 แล้ววันนี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร ประกาศราคาจำหน่าย 6,550,000 บาท และมีส่วนลดพิเศษคันละ 300,000 บาท สำหรับลูกค้า 100 รายแรก” นายพัทธนัยกล่าว

นายพัทธนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “Prime E Truck และ DeepWay ให้ความสำคัญกับการเปิดตัว DeepWay Star 6×4 ในตลาดประเทศไทย เนื่องจากตลาดมีความพร้อมที่จะรับเทคโนโลยีขนส่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะรถหัวลากไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลจากนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมรถไฟฟ้าตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา ทำให้สังคมเกิดการเรียนรู้เรื่องชีวิตประจำวันกับยานยนต์ไฟฟ้าจนความเชื่อมั่นได้ขยายจากภาคครัวเรือนไปสู่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง

นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐ และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ได้มีการกำหนดนโยบายส่งเสริมธุรกิจสีเขียว (ESG) ทำให้ภาคเอกชนต้องสนใจกับนโยบายคาร์บอนต่ำ ดังนั้น เราเข้าตลาดครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ทุกภาคส่วนตื่นตัวและพร้อมที่จะเข้าสู่ Green Society อย่างแท้จริง” นายพัทธนัย กล่าว

นายพัทธนัย กล่าวว่า “ในระยะเริ่มต้น บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถทำยอดขายในปีแรก 100 คัน โดยจะมีดีลเลอร์ กระจายทั่วประเทศ 20 แห่ง พร้อมศูนย์บริการ โดย Prime E Truck ได้ลงทุนสร้างศูนย์เทคนิคและคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ ณ สำนักงานใหญ่ย่านเทพารักษ์ เราต้องรุกหนักในช่วงเริ่มต้นในการให้ความรู้ความเข้าใจในการใช้รถหัวลากไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสันดาปภายในสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และที่สำคัญ เราจะต้องสามารถให้ความมั่นใจลูกค้าได้ในด้านบริการหลังการขาย”

นอกจากนี้ Prime E Truck ยังได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ DeepWay ในการร่วมวิจัยและศึกษาเทคโนโลยีการแปลงรถหัวลากสันดาปภายในเดิมของลูกค้า ที่มีอยู่จำนวนมากในไทย มาเป็นรถหัวลากไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำคัญของ DeepWay การศึกษานี้คาดว่าจะใช้เวลา 6-12 เดือน โดยจะศึกษาแบบครบวงจรตั้งแต่การดัดแปลงตัวรถ ระบบขับเคลื่อน (E-Axle) ระบบแบตเตอร์รี่ ไปจนถึงการเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ในรูปแบบ Swap เพื่อสร้างความมั่นใจและตอบโจทย์กับตลาดเรื่องระบบการชาร์จแบตเตอร์รี่ที่รวดเร็วขึ้น

“เราเชื่อมั่นว่าด้วยแนวคิดทั้งการนำรถใหม่เข้ามาทำตลาดกับการบริการแปลงรถน้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกบ้านเราจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายพัทธนัยกล่าว

SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ร่วมงานวันเด็กประจำปี 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

Skill Driving Experience Junior ร่วมงานวันเด็กที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” เพื่อมุ่งพัฒนาเด็ก และเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิต ตามคำขวัญวันเด็ก ประจำปี 2569 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

มีเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง รวมถึงประชาชน เข้าร่วมอย่างคึกคัก ณ บริเวณโดยรอบภายในกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 กับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถานสงเคราะห์บ้านเด็กชาย ปากเกร็ด นนทบุรี และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล  

มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน สนับสนุนงานวันเด็กแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ และสถานสงเคราะห์บ้านเด็กชายปากเกร็ด นนทบุรี โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน วาดภาพระบายสี การแสดงดนตรี รับของรางวัลจากมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ฟรี!    เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ยังมอบเงินสนับสนุน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบกองทุนรากฐานปัญญาแผ่นดิน และมอบของสนับสนุนกิจกรรม สัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ให้แก่ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม เพื่อจัดงาน สัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ X มหิดลเกษตรแฟร์ 2569 ระหว่างวันที่ 10–18 มกราคม 2569

เด็ก และเยาวชน ที่สนใจกิจกรรมของมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรม ได้ที่ https://www.facebook.com/LomhaijaiFoundation และ lomhaijai.org

OMODA & JAECOO คว้าอันดับ Top 2 แบรนด์รถไฟฟ้าและ Top 3 แบรนด์ยอดจองสูงสุด ช่วงระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

กรุงเทพฯ (11 ธันวาคม 2568) – OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นช่วงระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Motor Expo ด้วยการคว้าอันดับ Top 2 แบรนด์รถไฟฟ้า และอันดับ Top 3 แบรนด์ ที่มียอดจองรถยนต์ช่วงระหว่างงานสูงสุด ด้วยยอดจองทั่วประเทศสูงถึง 7,266 คัน โดยมี JAECOO 5 EV ครองตำแหน่งรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด สอดคล้องกับการเป็นแบรนด์รถไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

คุณบิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย กล่าวว่า “ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและทุกยอดจองในครั้งนี้ โดยเฉพาะ JAECOO 5 EV ที่มียอดจองเต็มตามโควต้าแล้ว ในโอกาสนี้ เราจึงขอประกาศปรับราคาใหม่สำหรับ JAECOO 5 EV เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 โดยรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic 589,000 บาท* จากราคาปกติ 629,000 บาท และรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max 639,000 บาท* จากราคาปกติ 679,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เรายังคงเชื่อมั่นว่า JAECOO 5 EV คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าในประเทศไทย”

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ OMODA & JAECOO ในประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างสูงของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ ในฐานะแบรนด์รถไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดย OMODA & JAECOO มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย

ปิดฉาก MOTOR EXPO 2025  ยอดจองรถยนต์กว่า 7 หมื่นคัน

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” งานใหญ่โค้งสุดท้ายปี 2568 ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงเกินครึ่ง ตามติดด้วย รถไฮบริด รถสันดาป รถพลัก-อิน ไฮบริด ส่วนจักรยานยนต์คึกคัก ผู้ชมรวมกว่า 1.5 ล้าน เงินสะพัด 7 หมื่นล้านบาท

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า “งาน MOTOR EXPO 2025 เป็นการจัดงานที่อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดแห่งปี ผนวกกับมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 1 (EV 3.0) ที่จะสิ้นสุดปีนี้ รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มปี 2569 ส่งผลให้งานประสบความสำเร็จอย่างสูง และช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ปีนี้ที่ซบเซาให้กลับมาคึกคัก พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยได้กว่า 7 หมื่นล้านบาท”

สำหรับยอดจองรถในงาน แบ่งเป็นรถยนต์ 75,246 คัน จักรยานยนต์ 5,263 คัน และจากข้อมูลผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนสูงถึง 50 % ส่วนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ (สันดาป, ไฮบริด และพลัก-อิน ไฮบริด) 50 %

นอกจากนั้น ประเภทรถที่ได้รับความสนใจแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) 58.4 % รถเก๋ง 27.8 % รถอเนกประสงค์ (MPV) 7.6 % รถกระบะ 4.5 % และอื่นๆ 1.7 %

รถยนต์รุ่นที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ…ชิงรถ” สูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ MITSUBISHI XFORCE, HONDA HR-V, GEELY EX2, JAECOO 5 EV, BYD ATTO3 และ TOYOTA YARIS CROSS

รถจักรยานยนต์ที่ผู้ซื้อเข้าร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ LAMBRETTA, YAMAHA, DECO, EM และ ZONTES

ราคาเฉลี่ยของรถยนต์ที่ขายได้ในงาน 1,122,347 บาท รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 177,637 บาท เงินหมุนเวียนในงานราว 7 หมื่นล้านบาท

ปีนี้ ผู้ชมงานสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสถานีเมืองทองธานี และยังมีแพคเกจ MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ที่อำนวยความสะดวกระดับ VIP ส่งผลให้มีผู้เข้าชมงาน 1,521,296 คน ยอดดาวน์โหลด MOTOR EXPO APPLICATION 45,298 คน และมีผู้ชมงานออนไลน์ 2,028,044 วิว

พบกันใหม่ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” และติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

เยาวชนเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025

ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานการตลาดสัมพันธ์ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ต้อนรับครู และนักเรียนโรงเรียนเทศบาลเทพราชบุรีรมย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 60 คน เที่ยวชมงานโซนศิลปินน้อย MOTOR EXPO ร่วมกิจกรรม Skill Driving Experience Junior บูธลมหายใจไร้มลทิน และเข้าชมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น